Dubai

Let’s continue to see the richness and sand dunes of Dubai

อย่าเพิ่งเอียนความร่ำรวยของ UAE นะคะ เมื่อวานเพิ่งจะวันแรก

จริงๆดูไบมันก็มีส่วนที่โทรมๆเหมือนกันนะ ก็ตรงที่เป็นชาวบ้านๆมันก็จะโทรมหน่อย
จริงๆตามธรรมชาติของเมืองร้อนทะเลทราย
เป็นปรกติที่บ้านเมืองจะดูโทรมๆ ของเก่าๆ ฝุ่นเยอะๆนะ
แถวยุโรปฝุ่นน้อย เราจึงรู้สึกว่าบ้านเมืองเขาสะอาดกว่าบ้านเมืองเขตร้อนเยอะ
จริงๆส่วนนึงเป็นแค่ภาพลวงตาอะ อิอิ

ยิ่งออกจากนอกเมืองก็ยิ่งเจอโทรมบ้าง แต่ก็ไม่เยอะนัก
แต่ถ้าในเมืองนี่ เรายังไม่เห็นตรงไหนโทรม หรือสกปรกเสื่อม ไรงี้นะ
คือจริงๆอาจจะมี แต่เราไม่เห็นเองก็ได้

อ่อ อีกเรื่องที่ชอบที่นี่ม้ากมาก นั่นก็คือ ความสะอาด นี่แหละ
ส้วม 90% มีสายชำระ ถ้าไม่มีสายชำระก็มี Bidet (ซึ่งสายชำระใช้มันส์กว่า)
บางที่ก็ flush อัตโนมัติ ส้วมตามห้างก็สะอาดจริงๆ ส้วมพารากอนนี่ไปไกลๆเลย
เราก็เป็นพวกที่หมอเรียกว่า Sensitive Stomach มีเรื่องให้เข้าส้วมด่วนได้ง่ายๆ
เราจึงปลื้มกับห้องน้ำสะอาดๆเป็นพิเศษ ถึงเราจะเที่ยวเมืองจีนจนไม่ค่อยยี่หระแล้วก็เหอะ

ตื่นเช้ามาเจอวิวนอกหน้าต่างแบบนี้
หลังคาตึกที่เห็นทั้งหมดนั่นก็คือชอปปิ้งมอลล์แหละ
ส่วนที่เริ่ดๆเชิดๆขึ้นด้านขวานี้ Snow Park ของที่นี่จ้ะ
ตรงเชิดๆนี้เป็นส่วนเล่นสกี เอากะเขาซี่ คนมันร้วยยยย

วิวจากระเบียงโรงแรม

ออกเดินทางดีกว่า อยู่ในดูไบนี่ จะเห็น Burj Kalifa ตลอด
มันก็วนไปวนมาอะนะ ที่จริงแล้ว อิอิ

ที่แรกของเราวันนี้คือ Dubai Museum
Dubai Museum (متحف دبي‎) สร้างขึ้นตรงป้อม Al Fahidi حصن الفهيدي‎
ซึ่งตัวป้อมสร้างขึ้นในปี 1787 และเป็นอาคารที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังเหลืออยู่ในดูไบ
และเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี 1971

มันก็แสดงถึงที่มาที่ไปของความเป็นดูไบตั้งแต่กาลครั้งก่อนนี่แหละ
และก็มีสิ่งของต่างๆจากแอฟริกา เอเชีย ที่เข้ามาทำการค้าขายกับดูไบ
รวมไปถึงชีวิตก่อนที่จะพบบ่อน้ำมัน

ข้างในมืดมาก ถ่ายอะไรไม่เห็นเลย ก็เลยมีมาโชว์แค่ 3 รูป
ส่วนตัวเรา พิพิธภัณฑ์นี้ ก็เหมือนว่า ต้องมีให้มันครบๆในความเป็นประเทศอะแหละ
ถ้าจะมาเที่ยว ก็ควรจะมาให้ครบ
แต่ความเป็นดูไบตอนนี้ กับ ดูไบเมื่อก่อน ค่อนข้างที่จะไม่มีอะไรให้เชื่อมโยงกันเท่าไหร่
และเราก็เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้มาดูไบเพราะประวัติศาสตร์ของมันหรอกเนะ

ใช้เวลาในพิพิธภัณฑ์ไม่นาน
ก็ออกมานั่งเรือข้ามฟาก เราจะไปดูตลาดทองของที่นี่กัน

น้ำใส ไหลกระเซ็น เห็นตัวปลา จริงๆนะ
เมื่อไหร่แม่น้ำเมืองไทยจะได้ครึ่งนึงของที่นี่บ้างเนี่ย

ตลาดทองหรือ Gold Souk มันก็คือพื้นที่ที่มีร้านขายทองมันอัดรวมกันอยู่แน่นไปหมด
เพื่อให้เราซื้อทองซื้อเพชรพลอยได้อย่างละลานตา นั่นแล
ที่นี่ประกอบด้วยร้านจิวเวอรี่กว่า 300 ร้าน
และสไตล์เครื่องทองที่นี่ก็จะอลังการดาวล้านดวง ใส่เพื่อโชว์จริงๆ
ถามว่าสวยไหม ก็สวยอะ ก็สวยแบบไม่กระมิดกระเมี้ยน สวยแบบ… ผ่างงงง!!!

และทองที่นี่มักจะ K น้อยกว่าทองที่เมืองไทย ราคาก็ต่ำกว่าหน่อย ประกอบว่าคนเขารวย
การซื้อขายทองที่นี่จึงคึกคักเหมือนซื้อผักซื้อปลา
ถ้าถามว่าไปโชว์กันตอนไหน ตามถนนหนทางก็ไม่เห็นจะมีสาวๆเท่าไหร่
ถึงจะมีก็คลุมทั้งตัว ไม่เห็นอะไร
ก็ขอบอกว่าเขาก็โชว์ในสถานที่่ส่วนตัวของเขา หรือเวลาที่มีปาร์ตี้หญิงล้วนกัน
ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ใส่กันแบบไม่เกรงใจ รวยเท่าไหร่ก็ยิ่งบึ้ม เอาแบบตาบอดกันไปข้างเลย
ไม่เฉพาะเครื่องทอง เพชรพลอย เท่านั้น รวมไปถึงเสื้อผ้าที่ด้านในใส่แบบไม่เซ็กซี่เราไม่นอนกันอีกด้วย

เราผู้ไม่สันทัดกรณีทอง เดินไปเดินมาอยู่นอกร้าน แทบจะละลายตาย
ด้วยอุณหภูมิที่สูงถึง 45 องศา ราวกับมีคอมเพรสเซอร์แอร์พัดใส่ตัวอยู่ตลอด
สุดท้ายไปจบที่หน้าร้านทองร้านนึงที่เปิดประตูทิ้งไว้ให้แอร์ออกเล่น
ณ จุดนี้ เราเข้าใจความรู้สึกของหมาหน้าเซเว่นแล้วว่าเป็นยังไง
เราให้สัญญาว่าเราจะให้ความเมตตาต่อหมาหน้าเซเว่นมากขึ้น
อย่ามากัดกันก็แล้วกัน -_-”

เกือบไม่สบายจากแดดเผาแถวตลาดทอง รอดมาได้หวุดหวิด
เราก็ไปทานข้าวกลางวันกัน ที่ Burj Al Arab โรงแรมที่เป็นสัญลักษณ์ของดูไบ นั่นเอง
ใครที่รู้จักดูไบ คาดว่า รูปตึกทรงเรือใบของ Burj Al Arab ต้องเป็นภาพแรกๆที่นึกขึ้นมาได้

Burj Al Arab برج العرب‎, ในภาษาอารบิก แปลว่า Tower of the Arabs
เป็นโรงแรมที่เขาว่ากันว่า 7 ดาว เป็นโรงแรมที่สูงเป็นอันดับสี่ของโลก
สร้างอยู่บนพื้นที่ถมใหม่ ใส่บริเวณหาดชิคาโก้

ถามว่า UAE ที่มันไม่พอเหรอ มีปัญหาเรื่องที่ดินแบบญี่ปุ่นเหรอ ทำไมต้องถมเพิ่ม
ก็อยากจะตอบว่า เก๊าะ…คนมันรวยยยยย อะ -_-
แต่ก็นั่นแหละ คือแอบมีปัญหาด้านนโยบายที่ดินของประเทศนิดหน่อยด้วย
ตรงที่เขาจะไม่ให้คนที่ไม่ใช่ประชาชนของเขา(ซึ่งเป็นยากมาก) มีสิทธิครอบครองพื้นดิน
ก็เลยต้องถมที่ใหม่แล้วแอ๊บว่าเป็นพื้นที่นอกกฏหมายที่วางไว้ แล้วให้ต่างชาติมาซื้อเอา
ซึ่งก็ขายดิบขายดี จนเกิดโครงการจูไมร่า หนึ่ง สอง สาม ตามมา
(เศรษฐกิจโลกเพิ่งล่มไปเมื่อจูไมร่าสอง ชีคได้ตังจากต่างชาติหมดแล้ว ต่างชาตินี่แหละเจ๊ง)
แต่ก็นั่นแหละ ถ้าไม่รวยยยยย (ต้องใส่ ย.ยักษ์เยอะๆด้วย) ก็เกิดโครงการถมที่อย่างนี้ไม่ได้
เพราะเขาก็ไม่ได้ถมแบบกระจิ๊บกระจ้อย ถมกันแบบมิต้า เล็กๆไม่ ใหญ่ๆถม
ถมกันไปขำๆโครงการละไม่กี่สิบกิโลเมตรเท่านั้นเอ๊งงง

แค่ได้มากินข้าวก็บุญละ เอิ๊กกก

เบลบอย ตัวอย่างใหญ่ ที่นี่ แรงงานเป็นคนชาติอื่น 100%
คน UAE แท้ๆ ไม่มีใครทำงานเป็นแรงงาน
และแรงงานที่ UAE ชื่นชอบที่สุดก็คือ แรงงานไทย เขาว่ามีประสิทธิภาพมากๆ
(ทำไมแรงงานไทยเวลาอยู่ในไทย ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพแบบอยู่เมืองนอกอ่าาา
หรือที่ดีๆเก่งๆเอ็กซ์พอร์ตไปเมืองนอกหมดละ?)

เข้ามา ขึ้นบันไดเลื่อน มองขึ้นไปด้านบน
ข้างๆบันไดเลื่อน(สูงๆ) เป็นน้ำพุทั้งหมดทั้งสิ้น

รวยอะรวย มีอะไรม้ายยย

ข้างบันไดเลื่อนก็เป็นตู้ปลายักษ์แบบนี้

ขึ้นมาก็เจอน้ำพุเต้นระบำอีก

กระโดด กระเด้ง ลั้นลา

ส่วนใบเรือก็ขึงด้วยผ้าใบจริงๆ

เดินไปลงลิฟต์

มาทาน international buffet ที่นี่กัน

ทานไป ดูวิวทะเลกันไป

ตักอาหารได้มินิมัล มากๆ -_-”

บ่ายแก่ๆเย็นๆ ก็ถึงเวลาเราไปท่องทะเลทรายกัน
มี 4WD มารับกันถึงโรงแรมเลย ก็แบ่งๆกันนั่งไป
เรานั่งข้างหลังสุดเลย กระโดด กระเด้ง กิ่งกระเด้ง เต็มที่

ต้องออกมานอกเมืองเป็นระยะเวลานานเหมือนกัน สองข้างก็เป็นทะเลทรายงี้แหละ

มาถึงแล้ว ชอบทะเลทรายจังๆๆๆ

แวะถ่ายรูปกับอูฐๆหน่อยแล้วค่อยไปต่อ

เขาว่าคนแขกหน้าเหมือนอูฐ เราก็ว่าจริงแฮะ
แล้วคนไทยอะ หน้าเหมือนช้าง? คนจีน หน้าเหมือนแพนด้า?

ทรายละเอียดๆนุ่มๆ ชอบที่สุด

ตัดกับสีฟ้า

แล้วก็ถึงเวลาแรลลี่
พี่ไม่ขับตรงๆ แต่พี่ขับเอียงไปเอียงมาตามเนินทราย ในแบบฉบับรถไฟเหาะ
แต่เวลาเราเล่นรถไฟเหาะ เราเล่นกันไม่เกิน 1-2 นาทีใช่มะ
นี่เราเล่นเป็นสิบๆนาที น้ำในหูกระฉอกข้ามฝั่งกระทบฝั่งซ่า ซ่า กันเลยทีเดียว
มึนนนนนน… ทำไมมานี่ได้เจอแต่อะไรมึนๆอะเนี่ยยยย @__@

โขยกเขยกตามกันมาเป็นขบวน

หยุดพักครึ่งซะที >____<
ลงมาหาทรายบำบัดกันดีกว่า

ทะเลทรายยามเย็นเป็นซีนที่โรแมนติกมากนะ
การได้มาจูงมือเดินบนทะเลทรายกับคนรักนี่ คงสวีทไม่เบา

และการวิ่งเล่นบนทราย ทำให้เบิร์นมากกว่าที่คิด
เพราะทรายมันดูดเท้า จึงต้องใช้พลังงานมากกว่าวิ่งขึ้นลงเนินปรกติ
ใครอยากลดน้ำหนักแบบด่วนๆ แนะนำให้มาวิ่งเล่นในทะเลทรายนะ -_-”

ทรายเม็ดละเอียดๆ ฟุ้งเบาไปตามแรงลม

พระอาทิตย์จะตกแล้น

ยืนบนเนิน ถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกกัน

พอชื่นชมสมใจแล้ว เราก็ต้องทนนั่งรถไฟเหาะกลับไปอีก
พี่คนขับคงรู้ว่า ลูกทีมไม่เอาแล้ว ก็เลยเบามือเบาเท้าลงหน่อย
แกก็ไม่อยากให้ใครมาอ้วกในรถแกเหมือนกันล่ะนะ 555

ตกเย็น ทานข้าวดีกว่า ที่ Mahi Mahi เป็นร้านอาหารของชีค
จึงเป็นร้านไม่กี่แห่งในดูไบ ที่เปิดแอลกอฮอล์ได้

ที่นี่เป็นหนึ่งในส่วนของชอปปิ้งมอลล์และร้านอาหารของชีคที่ทำไว้
สไตล์อียิปต์ เราก็เออ นักประวัติศาสตร์ในอีกสองสามร้อยปีข้างหน้าอาจจะเริ่มปวดหัวนะ
กับอาคารรุ่นใหม่ๆทั่วโลกที่สร้างผิดยุคไปหมดงี้

ที่นี่แม้ว่าจะมีอาหารไทยด้วย แต่ก็เป็นอาหารไทยแบบรสชาติแอบฟิวชั่นหน่อยๆ ก็ทานได้นะ
ไม่ถึงกะปลื้มอะไรมาก บรรยากาศดี๊ดี

ออเดิร์ฟ

ปูผัดพริกไทดำ

หนมหย่อย ไขมันต่ำ(มั้ง)

เกือบลืมเล่า
ค่าครองชีพที่นี่ เท่าที่แอบดูราคงราคาของอะไรหลายๆอย่าง
ก็ไม่ใช่ว่าแพงนะ ก็พอๆกับชาวกรุงเทพที่มีชีวิตอยู่ตาม ctw พารากอน ไรงี้แหละ
อีกอย่าง น้ำมันที่นั่น ถูกกว่าที่เมืองไทยครึ่งนึง (ประมาณลิตรละ 18 บาท)
และภาษีรถยนต์ก็ต่ำกว่าที่เมืองไทยมาก ปัจจุบันอยู่ที่ราวๆ สามสิบกว่าเปอร์เซ็นต์
ไม่ต้องง้อให้โรงงานรถยนต์มาตั้งด้วย เพราะว่าไม่มีใครทำแรงงาน
เรียกว่า คุณภาพชีวิตดีมากๆเลยแหละ เงินเดือนข้าราชการที่นี่ก็เป็นแสนด้วย
ในดูไบ ซึ่งเป็นเมืองทันสมัยกว่า
เวลาไปห้าง ก็จะเจอสาวๆเยอะหน่อย และเจอสาวที่ไม่ใส่ชุดคลุมด้วย
แต่ถ้าในอาบูดาบี คนไม่ใส่ยังถือว่าแปลกและไม่ควรอยู่

เราว่าคนแขกขาว คนมุสลิม น่ารักนะ
ที่หลายๆคนกลัวคนมุสลิม กลัวแขกขาว ก็เป็นเพราะข่าวมากกว่า
และจริงๆมุสลิมตะวันออกกลางที่เราคิดว่าเขากดขี่ผู้หญิงมากๆ
ในบางมุม ถ้าใครได้อ่านอัลกุรอ่านบ้าง และเป็นมุสลิมสุหนี่
ก็จะเข้าใจว่าในชุมชนมุสลิมสุหนี่ เคารพนับถือเพศหญิงมาก
แต่ก็ต้องยอมรับว่าบางประเทศก็ตีความหมายอัลกุรอ่านไปแบบเข้าข้างตัวเอง
ทำให้ฐานะของผู้หญิงในประเทศนั้นโดนกดลง
ซึ่งจริงๆไม่ใช่เพราะศาสนา แต่เป็นทัศนคติของผู้นำประเทศนั้นๆเอง
( ส่วนชีอะห์ เรายังให้ความเห็นไม่ได้
และเราก็เป็นคนนอกเกินกว่าจะพูดได้ว่าชีอะห์ไม่ใช่มุสลิม)

(จริงๆเราก็แอบๆคิดนะว่าถ้าชาติก่อนมีจริง เราอาจจะเคยเป็นแขกขาวมุสลิมก็ได้นะ เพราะชอบอะไรหลายๆอย่างของเขา ชอบทะเลทราย ชอบศิลปะมุสลิม แต่อย่าถามต่อเลยนะ ว่าทำไมชาตินี้เกิดมาหมวยขนาดนี้ ยังเพ้อไปไม่ถึง ฮ่าๆๆ)

วันนี้พักไว้แค่นี้ก่อน ยังเหลืออีกสองวันที่จะเล่ากันต่อไป

One Response to “ดูไบ ไปทำไม Dubai in 2011 (2)”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Basic HTML is allowed. Your email address will not be published.

Subscribe to this comment feed via RSS

%d bloggers like this: