Dubai

Arrived Atlastis hotel, anyone please clarify this is a huge aquarium or fish community?

อันว่าดูไบ จะว่ามีอะไรก็มี จะว่าไม่มีอะไรก็ไม่มี
ถ้าจะมาตะวันออกกลางเพื่อหาประวัติศาสตร์ ชาติมนุษย์ ธรรมชาติ
เราแนะนำให้ไปจอร์แดน ตุรกี (อียิปต์ตอนนี้อย่าเพิ่งไปเลยเนะ)
แต่ถ้าชอบอ่าน Who? Hello? HisoParty มาที่ดูไบเนี่ย เหมาะแล้ว

ทัวร์ดูไบ 5 วัน 3 คืน จะตกอยู่ราวๆเกือบห้าหมื่นบาทต่อคน โรงแรมดีหน่อย
ราคานี้ เท่าที่เที่ยวมา นับว่าไม่มาก ไม่น้อย
สามารถไปได้หลายๆที่ ไม่ว่าจะเป็นจิ่วไจ้โกว จอร์แดน ตุรกี ญี่ปุ่น มัลดีฟส์ ลาดัก เป็นต้น
ถ้าถามเราว่ามีงบเท่านี้ ไปไหนดี
มันอยู่ที่ความต้องการของเราเลยว่าอยากไปไหนมากที่สุดที่เอื้อมไหว
ให้ไปอันนั้นก่อน ไม่มี the must-sees ที่เหมือนกันสำหรับทุกคน
โลกนี้มันเล็กพอที่จะไปไหนก็ได้ แต่มันก็ใหญ่เกินที่เราจะไปได้หมดในชีวิตนี้
จึงควรจะเลือกในที่ที่อยากไปที่สุดก่อน เท่าที่งบจะไหว นะจ๊ะ
ทั้งนี้ ถ้างบที่มีอยู่ ยังมีไม่ถึงที่ๆอยากไปที่สุดในดวงใจสักที่ ก็เก็บต่อไปก่อนนะ

เช้านี้ ก็เหมือนเดิม เหมือนไปโรงเรียนต้องเคารพธงชาติ
มานี่ ต้องผ่าน Burj Kalifa ให้เป็นสิริมงคลทุกวัน

กลางวันนี้เราจะได้ไปทานอาหารเลบานอนกัน
พ่อครัวแผ่แป้งนานอยู่บนหมอนลายดัลเมเชี่ยน น่ารักซะขัดแย้งกับหน้าพี่เขามากๆ

พอแผ่แป้งจนได้ขนาดที่พอใจ พ่อก็คว่ำหมอน ป้าบ!!! เข้าไปที่กระทะโค้งนั่น
มันเกิดขึ้นรวดเร็วมากจนไม่ทันตั้งตัว
เข้าใจมะ คือ เข้าร้านมา เห็นพี่เขานวดแบบชิลๆ เย็นๆ
แล้วอยู่ๆก็ ป้าบ!!! แบบ เออ เฮ้ย เนะ

แป้งนาน มีทั้งแบบนุ่มและกรอบ ทานกับสลัดและถั่วบดทั้งหลาย
อร่อย ถูกปากมากๆ ถึงคิดไงว่า ชาติก่อนอาจจะเป็นแขกขาว
(แล้วที่บ้าซูชิแซลมอนทุกวันนี้ ชาติก่อนไม่ได้เป็นหมีรึไง)

ปลาย่าง สด อร่อย ย่างเป๊ะมาก

ข้าวหมก Biryani แบบไม่มีเนื้อสัตว์ (เพราะเนื้อสัตว์แยกออกมาต่างหาก)
อร่อยดิ้ๆๆ ชอบข้าวแขกอ้ะ เม็ดยาวๆ เคี้ยวมัน

มาแล้ว เมนดิช ประกอบไปด้วย แพะ กุ้ง ไก่ และนกพิราบ

มันใหญ่มากกกก เห็นปั๊บ เหมือนเคนชิโร่มากระซิบข้างหูว่า “เจ้าตายแล้ว” -_-”
ทานสี่คน จุกตายไปซะ
แต่ก็ต้องบอกว่า ทุกอย่าง สด อร่อย ไม่เหม็นเลย ของเขาดีจริงๆ

ทานเสร็จก็ไปเดินหนาวๆใน snow park กันซะหน่อย
snow park ก็ที่ส่วนนึงเป็นตึกเริ่ดๆเชิดๆที่เห็นเมื่อวานนั่นแหละ
มีอาณาเขตกว้างอยู่เหมือนกันนะ เดินให้หนาวเล่นๆแล้วก็ออกมา

คือ ปรกติชอบหิมะนะ แต่ก็ไม่ตื่นเต้นกับ snow park
ก็ไม่ใช่อยากจะอวดว่าไปเห็นของจริงมาหลายประเทศแล้ว ไรงี้
แต่มันก็ต้องยอมรับแหละว่าเป็นเหตุผลที่เฉยเมยกับ snow park มาก
ไม่มีลูกด้วยมั้ง ไม่มีตัวอะไรเล่นด้วยอะ ถ้ามีลูกคงเล่นสนุก
เพราะเท่าที่เห็นเด็กๆ แบบว่า เล่นกันสนุกมากเลย
ไม่มีดัดจริตแบบเราแบบ โฮ้ย ชั้นไปเจอของจริงมาแระย่ะ สะบัดบ๊อบ ไรงี้

แล้วก็ออกเดินทางไปที่โรงแรม Atlantis ที่อยู่บนโครงการจูไมร่า 1 กัน
จูไมร่าหนึ่ง จะถมที่ดินเป็นรูปใบปาล์ม เหมือนอย่างที่เคยเห็นๆกันบ้างเวลาดูรูปดูไบ
ก็นั่นแหละ แล้วไม่แน่ใจว่าจูสองหรือจูสาม ที่ทำเป็นแผนที่โลกอะ
ให้ต่างชาติซื้อแอเรียกันเป็นประเทศๆเลย

ระหว่างทางไป ก็เจอ Burj Al Arab อีกละ

อย่างที่เล่าว่า Jumeirah นั้น
เป็นโครงการที่สร้างเพื่อให้ต่างชาติมาลงทุนจับจอง เป็นเจ้าของตัวจริงกันได้
แต่เขาไม่ได้ขายทีละห้องนะ เขาขายทีเป็นตึก ต้องซื้อทั้งตึกแล้วเอาไปปล่อยขายรายย่อยเอง

ก็สร้างอย่างสวยงามน่าอยู่แหละ

โรงแรมสำหรับคืนสุดท้ายที่เราไปพัก
อยู่สุดที่ดินจูไมร่า 1 เลย มีนามว่า Atlantis The Palm
เป็นโรงแรมที่ใหญ่โตโอ้โฮเฮะอีกโรงแรมหนึ่งใน UAE
ถ้ารวมพื้นที่ทั้งหมด ก็จะเข้าขั้นมหึมา
เพราะเป็นโรงแรมที่มีพื้นที่เป็นสวนน้ำขนาดใหญ่ และยังมีที่เลี้ยงปลาโลมาอีก

เข้ามาก็เจอผลงานศิลปะดาร์ลี่ตั้งตระหง่านอยู่เลย

คนมันรวยยยยยส์

แอตแลนติสไหมนะ ก็พยายามตกแต่งเป็นทะเลๆนะ

ทางเดินสองข้าง จะตกแต่งไม่เหมือนกัน
ทางนี้ตกแต่งเป็นเงิน ทอง อีกข้างจะตีมทะเลๆ

ในห้องแม้จะไม่วิลิศมาหรามาก แต่ก็กว้างขวางมากๆ
ห้องน้ำก็ใหญ่โตดี เล่นโยคะได้สบาย

โรงแรม Atlastis เนี่ย นอกจากสวนน้ำที่เป็นไฮไลท์แล้ว
ก็ยังมี Aquarium ที่เขาตั้งชื่อว่า The Lost Chamber ให้เดินเล่นฟรีสำหรับแขกโรงแรมด้วยนะ
เราไปดูกันดีกว่า

เดินมาสุดปีกขวาก็เจอแล้ว แหม เล้กกกเล็กเนาะ

ปลาจะเยอะไปไน้

บ่อปลา (จริงๆเราควรเรียกมันว่า ทะเลสาบ มากกว่า ใหญ่ขนาด -_-”)
ก็มีตีมว่าเป็นเมืองบาดาล ลับแลใต้ทะเล ประมาณนี้แล
มันดูอลังๆดีนะ ปลาเยอะม้ากกกกก อยู่กันอย่างกะชุมชนแออัด
(ควรจะเปลี่ยนชื่อจาก Aquarium เป็น Fish Slum นะ -..-”)
แต่ก็ดูสุขภาพดีทุกตัวอะนะ เท่าที่ดู

ใครจะเขมือบใคร

เริ่มเดินดูตู้ปลาละ
ปลาน้อยพันธุ์นี้ หายใจที เพยิบซะกลัวจะหลุดออกมาทั้งหัว

ชิเหม่โจได๋ๆๆๆ กันเป็นพรวน

แล้วก็มีปลาอืดๆ

น้องนีโมก็อยู่กันยังกะแฟลตดินแดง ดอกไม้ทะเลตัวนึง อยู่กันอย่างเยอะอะ

สลัมนีโม -_-”

ปลาาาา

ตีม The Lost Chamber ก็ปรากฏอยู่เสมอๆ
ตอนกลางคืนที่นี่จะมีวางเบาะ จุดเทียนให้ดูปลาไปด้วย
โรแมนซ์มิเบากระมัง

นั่งดูปลา หรือให้ปลานั่งดู หรือทั้งสองอย่าง

บ่อปลามหึมานี่ มีดูได้ตลอดทางที่เข้า The lost chamber ควบคู่ไปกับตู้ปลาเฉพาะ ตู้อื่นๆ
ของเขาทำมาใหญ่ ก็ต้องให้ดูให้คุ้มทุกมุมมอง

ก็ตีม Atlantis / The Lost Chamber อะนะ
มันก็จะ surreal ไม่ใช่ตู้ปลาธรรมดาๆ

เดินมาถึงห้องกุ้งมังกร
มองไปข้างๆก็เจออย่างนี้ทั้งซ้ายขวา ต้องใช้คำว่า ยั้วเยี้ยเต็มไปหมด
คือมันไม่เหมือนบ่อกุ้งสะพานปลาชะอำ อะ คนละฟิลกัน

มองไปข้างบนก็เจองี้ เดินกันหนวดหนุบหนับ ขายุกยิก -_-” มันสยองนะ
เป็นครั้งแรกที่เห็นกุ้งแล้วขนลุกแทนที่จะอยากกิน

เอเลี่ยน พรีเดเตอร์ มาอยู่ที่นี่นี่เอง

ตู้ปลาไหล
ที่นี่ตู้ปลาจะเห็นปลาจริงๆ ปลาแบบ เฮ้ย เยอะไปไหม
คือบางทีเราไป aquarium แล้วเราต้องส่องแล้วส่องอีกอะว่าไหนฟะปลา

แฟ่

ที่ขาดไม่ได้ก็แมงกะพรุน
เคยจับแล้วรู้สึกว่า มันคือเยลลี่เละๆนี่เอง

แต่มันก็สวยในแบบของมันอะนะ
บางทีก็นึกถึงกระสือเหมือนกัน
กระสือ กลางวันมันเป็นหญิง มีทุกสิ่งธรรมด๊า ธรรมดา (ทันกันไหมเนี่ย?)

จริงอยู่ว่าเราอาจจะชินกับแมงกะพรุนกันแล้ว
แต่พิจารณาไปมา มันก็ยังรู้สึกแปลกประหลาดใจอยู่ดี
ที่โลกนี้มันมีสิ่งมีชีวิตแบบนี้ด้วยแฮะ

หมดละ มาจบที่ตู้น้องปลาปากกว้างเหมือนเดิม

ถึงเวลาอาหารเย็น
เดินผ่านล็อบบี้ไปอีกปีกนึง

งานเป่าแก้วของดาลี่นี่มันเข้ากับที่นี่ซะจริงๆ

แวะออกมาด้านนอกถ่ายรูปโรงแรมยามค่ำกันซะหน่อย

รอ วอ ยอ !

สระน้ำที่ไม่ได้ว่าย มองเห็นเมืองที่ main land ด้วย

ไปที่ห้องอาหารซะที
ทางผ่านก็ยังมีแปลนโครงการ Atlantis นี่อยู่
ที่เห็นทั้งหมดนี่คือบริเวณทั้งหมดเลย ไม่ได้มีแค่ตัวตึก
ตัวตึกที่เราเห็นบะลึ่มฮึ่มโบ๊ะในรูปทั้งหลาย
ถ้าเทียบกับพื้นที่สวนน้ำและเลี้ยงโลมา ก็ยังไม่ถึงครึ่งเลย

มาถึงซะที เวิ่นไปเวิ่นมา
เป็นบุฟเฟต์นานาชาติเหมือนเดิม

ไลน์ขนมปัง อลังการ

ไลน์อินเดีย

ไลน์ซีปู๊ดดด ปู๊ด ปู๊ด

ไลน์ซีปู๊ดบาบีคิว

ไลน์เป็ด

ไลน์หมี่

ไลน์ของหวานนนนนนน
เจอไลน์นี้แล้วเป็นอันซาหลบ

นิ้ด์…มันจะมากไปละนะ!

 

ปิดท้ายคืนนี้ด้วยบ่อปลามุมสูงจากห้องที่โรงแรม
จริงๆที่โรงแรมมีห้องที่มีหน้าต่างเป็นตู้ปลานี่เลยนะ อยู่ชั้นล่าง
แต่นึกๆดู มันคงไม่ค่อยส่วนตัวเนอะ จะทำอะไรทีก็เจอปลามุงเป็นร้อยๆ -_-”
อยากจะรู้เหมือนกันว่าคนที่เขาเช่าห้องแบบนั้นอยู่เขาจะรู้สึกยังไงหว่า

One Response to “ดูไบ ไปทำไม Dubai in 2011 (3)”

  1. waleeworld

    โอ้ยยยยยยยย….ดูรูปเพลินเลยค่ะ
    พี่เจ๊สถ่ายรูปสวยจริงๆ

    ปล.เปิดมาก็ขำเลย “ต้องผ่าน Burj Kalifa ให้เป็นสิริมงคลทุกวัน”
    555555555+

    Reply

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Basic HTML is allowed. Your email address will not be published.

Subscribe to this comment feed via RSS

%d bloggers like this: