Dubai

Water park, another aquarium, and Burj Khalifa, then go home.

เช้ามาเปิดตัวด้วยโต๊ะอาหารเช้า
อย่าเพิ่งถามหา Burj Khalifa นะ เดี๋ยวมีให้บูชาแน่นอน

วันนี้เรายังไม่รีบออกจากโรงแรมกันง่ายๆ
เพราะตอนเช้าเขายังปล่อยให้ทัวร์ลูกเป็ดเล่นน้ำกันที่สวนน้ำก่อน
ส่วนเรามีเหตุผลสองสามอย่างที่เล่นน้ำไม่ได้
ก็เลยเดินเก็บภาพเฉยๆ แต่แค่นั้น เหงื่อก็แตกซ่านกระเซ็นใช้ได้เลย

จะผ่านสวนน้ำก็ต้องผ่านสลัมปลากันก่อน

ปะ เดินๆ เหงื่อตกกีบทันทีที่ออกมาอยู่ด้านนอก

แดดเปรี้ยงจนต้องใส่แว่นตาดำ ไม่งั้นตาสู้ไม่ไหว

คุณนายแม่เดินไปบ่นคนที่มาเล่นกันหนุกหนานเต็มที่ว่า ร้อนจะตาย เนี่ย เล่นเข้าไปได้ไง ดำหมด
ขณะที่ตัวเองกับลูกกำลังเป็นวัตถุแปลกปลอมเดินได้ในสวนน้ำ
กางร่ม สวมแว่นตาดำ ใส่เสื้อแขนยาว ขายาว เหงื่อตกกีบ กันอยู่สองคน
เราได้แต่เดินแปลกปลอมเงียบๆต่อไป

สิ่งนี้เป็น the must-play ของที่นี่ ว่ากันว่าเป็นสไลเดอร์ที่สูงที่สุดในโลกตอนนี้ก็ว่าได้

ส่วนที่เห็นเฉพาะตรงนี้เท่ากับตึกสี่ชั้นเข้าไปละ
คนไหลลงมาแทบจะเป็นแนวดิ่งเลย
แต่ถ้ามีแค่นี้ คนเล่นคงพิการไปหลายราย
จริงๆคือลงไปอีกก็ยังมีระยะอีกประมาณตึก 2-4 ชั้น
เพื่อปรับความชันของสไลเดอร์และให้คนเล่นยังโผล่ออกมาอย่างปลอดภัยและยังหวาดเสียวอยู่

มองสลัมปลาอีกเป็นครั้งสุดท้าย ไปแล้วนะ บ๊ายบาย

ถ่ายรูปคู่กับไกด์เปิ้ลซะหน่อย พี่เปิ้ลเป็นคนไทยที่มาทำงานอยู่ดูไบมา 16 ปีละ
เป็นคนที่พลังงานเหลือเฟือมาก และโดยรวมก็ช่วยเหลือเป็นอย่างดี

บ๊ายบาย ดิแอตแลนติส

วิ่งรถไปกันต่อ ผ่านสถานีรถไฟฟ้าของที่นี่
ทางรถไฟฟ้าที่นี่ปัจจุบันมีความยาว 72 กิโลเมตร
ช่วงในเมืองจะเป็นใต้ดินหมด ช่วงนอกเมืองจะเป็นลักษณะแบบนี้เหมือนกันทุกสถานี
สายที่สองกำลังเริ่มทำ
ที่น่าสนใจคือ แรงงานหลักโครงการนี้ ก็คือคนไทยอีกนั่นแหละ
ที่นี่จะนิยมคนไทยมาก ในฐานะแรงงานมีฝีมือ เป็นคนมีคุณภาพ
เวลาเข้าเมืองมา คนไทยเป็นประเทศเดียวในแถบเพื่อนบ้านที่ไม่ต้องสแกนม่านตา

ฟังดูเหมือนประชากรคนไทยที่นี่จะเยอะ
แต่จริงๆ UAE มีคนไทยอยู่หมื่นกว่าคนเท่านั้น
และคน UAE จริงๆก็ไม่ได้มีเยอะ ในประชากรทั้งหมดสี่ล้าน เป็นอินเดียไปแล้วล้านกว่า
เป็นอิหร่านก็หลายแสน
สำหรับการทำงานที่นี่ ไกด์เปิ้ลบอกว่า ถ้าเป็นมุสลิมก็ค่อนข้างจะอยู่ได้สบาย
เพราะทั้งอาหารการกิน วัฒนธรรม การละหมาด ทำได้สะดวก
อย่างมุสลิมเขามีละหมาดห้าเวลาใช่มะ
เวลาเราเดินๆห้างอยู่ ถ้าเกิดถึงเวลาละหมาดปั๊บ เสียงสวดนี่ก็จะปล่อยใส่ลำโพงดังทั่วห้างเลย
นักท่องเที่ยวที่ไม่ใช่มุสลิมบางคนอาจจะหนวกหู ไม่ชอบนะ
แต่เราว่า มันก็เป็นสีสัน แล้วก็เป็นวัฒนธรรมของถิ่นตรงนั้น ที่เราต้องยอมรับ เคารพ และชิลกับมัน
(แต่ขอโนคอมเมนท์กับสุเหร่าเปิดลำโพงที่กรุงเทพนะ แฮ่ๆ)

มาถึงแล้ว Burj Khalifa เอ้า ทุกคน กราบบบ

วันนี้เราจะวนเวียนแต่อยู่ที่ Burj Khalifa นี่แหละ
ทั้งบนตึกและใต้ตึก
ใต้ตึกก็จะเป็นมอลล์ที่หย่ายยยที่สุดอีกที่นึงของ UAE
ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Aquarium ที่เขาว่ามีแผ่นอะคริลิคชิ้นเดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย
มันจะใหญ่ที่สุดไปไหน ใหญ่แล้ว…ไปไหน

เรามาเริ่มที่ Aquarium กันก่อนนะ

พอเข้ามาก็เจออุโมงค์ ซึ่งต้อนรับด้วยน้องหลามเป็นสิบตัว

ฟันน้องหลาม เหมือนหนาม อยากรู้ว่าน้องหลามเคยกินข้าวกัดปากตัวเองบ้างไหม

เวลามองมุมนี้ น้องหลามไม่มีความน่ากลัวเลยนะ ดูหยุ่นๆนิ่มๆ น่าเอาไปทำหมอนข้าง

ที่นี่ก็สลัมปลามิลเลี่ยนแนร์ไม่แพ้กัน

ปลาอะไรปากแบบนี้ เราจับเรียกว่าปลาบู่หมดแหละ

ปลา อะไรหว่า

ปลาชุปาจุ๊บ a.k.a ปักเป้า

จะว่าไปหน้าก็เหมือนคุณปลื้มอยู่นะ -_-”

ดูปลาแบบข้างๆแล้วก็ดูปลาแบบมองจากข้างบนกันบ้าง ด้วยการลงเรือท้องกระจก

ค่อนข้างเฉยๆกับการลงเรือท้องกระจกในแต่ละครั้งนะ
มองข้างๆมันเห็นเยอะกว่า ชัดกว่านี่ แต่ทัวร์เขาจัดให้ ก็ต้องให้เขาจัดไปอย่าให้เสีย

บรรยากาศประมาณสยามโอเชี่ยนเวิลด์บ้านเราเลยแหละ
ไม่รู้ใครลอกใคร หรือเจ้าของเดียวกันเหมือนเย็นเตร๊กซ์กับโทนาฟ
รู้แต่ว่าคนทำต้องรวยยยสสส์

มีปลา แล้วก็ต้องมีสัตว์อื่นๆให้ครบตามหลักอะแควเรี่ยมศาสตร์

เข้าแถวกินหนมๆ

ไม่มีแย่งกันนะ ระดับนี้แล้ว

เพนกวิน ไม่มีได้ไง

แอบเดี่ยว

จะว่าไปก็แอบอยากเลี้ยงเพนกวินนะ มันน่ารัก เชื่องขนาด

อยู่ในน้ำก็น่ารักอีก

บุ๋งๆ

มันเป็นซะเงี้ย จะไม่ให้หลงรักเพนกวินได้ยังไง
เจอผู้ชายยังใจแข็ง เจอเพนกวินเข้าไป ใจละลาย

ว่ายมาอ้อนอะ ตั้งนาน

แล้วตะเองไม่รักเค้ามั่งหยอ…

ปลานี่ก็น่ารักไม่ใช่เบา (หน้าที่เรา รักษาสืบไป?)
ปลาอะไรไม่รู้เนาะ หรือว่าเป็นหนอน หน้ามันก็เหมือนปลา
พอไปใกล้ๆก็หดลงไปในทราย

โอเช ถึงเวลาที่เราจะไปบูชา Burj Khalifa กันใกล้ๆแล้ว
เตรียมธูปเทียน มาลัยเจ็ดสีเจ็ดศอกกันพร้อมรึยัง

เดินบนทางเลื่อน ก็บิ๊วความเป็นอาหรับกันไป
Burj Khalifa برج خليفة‎ หรือ Burj Dubai สูง 828 เมตร
สร้างขึ้นเมื่อกันยายน 2004 และภายนอกเสร็จลงในเดือนตุลาคม 2009
เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อมกราคม 2010 เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Downtown Debai
ซึ่งใกล้กับย่านธุรกิจหลักของดูไบ มีพื้นที่โครงการทั้งหมดประมาณ 2 ตารางกิโลเมตร
ด้วยเศรษฐกิจโลกที่ฟุบไปและการสร้างอะไรใหญ่โตขนาดนี้
ทำให้ประธานาธิบดี Khalifa bin Zayed Al Nahyan ต้องเข้ามาช่วยเรื่องทุนเต็มที่
และนั่นทำให้ครั้งที่เปิดตึกนี้ ใช้ชื่อว่า Burj Khalifa หรือ ตึก Khalifa นั่นเอง
อย่างไรก็ตาม โครงการอพาร์ตเมนท์ต่างๆที่เราเห็นในพื้นที่โครงการ ก็ยังไร้คนจับจองอยู่อีกมาก
ก็คงต้องใช้เวลาสักพักอะเนาะ กว่าที่การเติบโตของคนและเศรษฐกิจประเทศ จะไล่ทัน

ตึกนี่ออกแบบโดยบริษัท Skidmore, Owings and Merrill
ซึ่งถ้าใครอยู่วงการสถาปนิกวิศวะก็น่าจะคุ้นหูไปจนถึงร้องอ๋อ
เป็นบริษัทที่ทำตึกสูงมาเยอะ อย่าง Sears Tower ที่ชิคาโก (ตอนนี้ชื่อ Willis Tower)
หรือตึกเวิลด์เทรดใหม่ที่กำลังจะสร้าง
โดย Burj Khalifa นั้น รูปร่างก็จะคล้ายตึกเล็กๆมามัดกันเช่นเดียวกับ Willis Tower
แต่รูปทรงคนละแบบกัน โดยรูปทรงนั้น จะสะท้อนจาก The Illinois,
ตึกที่ตอนนี้เป็นเพียงรูปในกระดาษของ Frank Lloyd Wright บิดาสถาปนิกทุกสถาบันอีกคนของโลก
ซึ่งมีแนวความคิดว่าจะเป็นตึกที่สูงหนึ่งไมล์ (1,600 เมตร) ที่ตั้งอยู่ในเมืองชิคาโก้

อย่างไรก็ตาม การออกแบบก็ยังยึดถือระบบการออกแบบที่ใช้ในสถาปัตยกรรมอิสลาม
และได้แรงบันดาลใจจากดอกไม้ทะเลทรายชื่อ Hymenocallis
ซึ่งตรงกลางมีลักษณะเหมือนห่วงสามอันคล้องกันอยู่โดยมีศูนย์กลางยึดไม่ให้พรากจากกัน

รอลิฟต์

มาข้างบนแล้วก็ดูวิวกันไป จริงๆดูไบก็ยังไม่มีวิวอะไรนักหรอก นอกจากตึกนั้นตึกนี้
ส่วนในรูปนี่ ที่เห็นสระน้ำ เห็นตึกกลางสระอะไรนี่ ไม่ได้สร้างบนพื้นนะจ๊ะ
ก็สร้างอยู่บนพื้นที่มอลล์ที่ Burj Khalifa ตั้งอยู่เนี่ยแหละ
เรียกว่า Burj Khalifa Lake
ซึ่งกินพื้นที่ราวๆ 30 เอเคอร์ หรือ หนึ่งแสนสองหมื่นกว่าๆตร.ม. เท่านั้นเอ๊งงง
ส่วนตึกที่เรียงรายอยู่ริม lake นี้ ก็เป็นทั้งโรงแรมและอพาร์ตเมนท์สุดหรูมาอยู่ด้วยกัน

จะเห็นว่าพื้นที่ว่างเปล่าเมืองนี้ยังมีอีกมากมายก่ายกอง
ที่จะขึ้นอะไรอลังๆขึ้นมาอีกได้อีกเยอะแยะตาแป๊ะ
เมื่อเศรษฐกิจโลกกลับมาดีขึ้นและน้ำมันในประเทศยังไม่หมดซะก่อน
และแน่นอน แรงงานไทยก็ยังเป็นที่ต้องการของประเทศนี้อยู่ดี
ที่เห็นอลังรวย อะไรมากมายอย่างที่ร่ายมาในได 4 วันนี้
มันก็เพิ่งเกิดขึ้นหลังจากอังกฤษเข้ามาค้นพบบ่อน้ำมันนี่เอง
ซึ่งเป็นเวลาแค่ประมาณยี่สิบปี

เป็นเมืองสร้างใหม่ก็ดีอยู่อย่าง เพราะวางแผนได้ง่าย จะขยับขยายอะไรก็ง่าย
แต่มันก็อยู่ที่นิสัยคนตรงนั้นด้วยแหละ
อย่างเมืองไทย อะไรที่ควรรื้อก็ไม่รื้อ สร้างถมๆกองๆกันไปให้ยิ่งรก
อะไรที่ไม่ควรถอน ไม่ควรกำจัด เช่น คูคลอง ต้นไม้ ก็ขยันกำจัดกันจริงจริ๊งงงง
ที่ดูไบนี่ เมืองเขาเมืองแห้งแล้ง ทะเลทราย
เข้าก็พยายามเอาน้ำเอาต้นไม้เข้ามาในเมือง
เมืองไทยเหมือนจะอุดมสมบูรณ์ แต่ก็แบบ แห้งแล้งไม่รู้ตัว เห็นต้นไม้เป็นตัวเกะกะของเมือง
ใครมีต้นไม้ที่บ้านกรุณารักษาให้เต็มที่เถิด

มุมนี้เห็น Burj Al Arab และจูไมร่า1 ที่มีโรงแรมแอตแลจติสอยู่ปลายสุดนั่นด้วย
ดูเล็กๆจุ๋มจิ๋มอันติ๊ดเดียวเนอะ มุมนี้ แสดงให้เห็นเลยว่า
จูไมร่ามันใหญ่มาก และถมออกไปในทะเลไกลมาก

กลุ่มตึก

ก่อนจากกัน เขาก็มีรูปคนทำงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในด้านต่างๆให้ดูนับร้อยคน
ดูผ่านๆเลยไม่แน่ใจว่า มีคนไทยบ้างหรือเปล่า แต่คนเอเชียก็เยอะอยู่

ลงมาชั้นมอลล์ละ

ฐานตึก Burj Khalifa

รอวันโดนโค่นตำแหน่งตึกสูง

ในวันที่เปิดตึกเมื่อปี 2010 ได้ใช้พลุ 10,000 ลูก โปรเจคเตอร์และอื่นๆรอบๆตึก
และยังมีแสงสีเสียงเพียบพร้อม ซึ่งแสงสีเสียงนี่ ออกแบบโดยบริษัทจากอังกฤษ
ทำให้เราสงสัยว่า ถ้าใช้จางอี้โหมวนี่จะอลังการงานสร้างกว่านี้ไหมนะ

จากสวนน้ำสีฟ้าๆที่เรามองเห็นด้านบน
ช่วงหกโมงเย็นเป็นต้นไป จะมีการแสดงน้ำพุประกอบเพลงเป็นระยะๆ ห่างกันทีละครึ่งชั่วโมง
กลุ่มน้ำพุนี้มีชื่อว่า Dubai Fountain มีค่าก่อสร้างเพียง 217 ล้านเหรียญยูเอสเท่าน้านนน
ออกแบบระบบน้ำพุงโดยบริษัทจากแคลิฟอร์เนีย
ประกอบด้วยไฟ 6,600 ดวง ละโปรเจคเตอร์ 50 เครื่อง
สามารถพ่นน้ำพุออกมาได้สูงสุด 150 เมตร

รูปสุดท้ายของทริป
ถึงเวลากลับเมืองไทยซะที

อันดูไบเอง เขาก็มีวิสัยทัศน์ว่า ต่อไปมันก็ต้องมีวันที่ น้ำมันเขาหมด
และเขาก็รู้ดีว่า ตอนนี้ ดูไบ ก็ไม่ใช่จุดหมายแรกของคนทั่วไปที่จะมา
แต่เป็นจุดหมายท้ายๆที่คนที่เที่ยวไปทั่วแล้วคิดจะมา
เขาก็ต้องมีอะไรเพื่อดึงดูดคนและเงินกันต่อไป
การเอะอะสร้างโชว์รวยยยส์ตะบวยทองคำ จึงไม่เชิงจะเป็นเหตุผลทั้งหมดนัก
แต่มันก็เป็นโจทย์ให้ดูไบทำต่อไปแหละว่า
สิ่งที่ทำมานี้ ถูกทางหรือยัง และทำมากพอหรือยัง

การเที่ยวดูไบก็มีประมาณนี้ล่ะค่ะ
อย่างที่บอก ดูไบจะว่ามีอะไรก็มี จะว่าไม่มีอะไรก็ไม่มี
ลองดูๆแล้วก็ตัดสินดูว่า จะอยากมาหรือเปล่าเนะ
อย่างที่ให้ไกด์ไลน์คร่าวๆไปแล้วเมื่อไดที่แล้ว ก็คงพอเป็นไอเดียได้ : -)

One Response to “ดูไบ ไปทำไม Dubai in 2011 (4)”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Basic HTML is allowed. Your email address will not be published.

Subscribe to this comment feed via RSS

%d bloggers like this: