มาถึงเชียงใหม่จริงๆก็ร่วมบ่ายโมงแก่ๆ(มั้ง)
ในที่สุดเราก็มาถึงเชียงใหม่ เย้ เย
ตอนแรกว่าจะนั่งแท็กซี่ แต่ต้องรอคิวถึงเมื่อไหร่ไม่รู้
พอดีรถแดงมา ก็เลยขึ้นรถแดงแทน
เผลอๆแพงกว่าป่าวไม่รู้ เอิ๊ก
เป็นสนามบินที่แปลกดี มีสองแถวเข้ามาในสนามบิน
และเป็นสองแถวที่มีพฤติกรรมประหลาดอีก
คือเหมือนแท็กซี่ แต่ไม่ได้เอาใจเราอยู่คนเดียว
เพราะจะเทียวส่งชาวบ้านตามใจชอบก่อน
ฉะนั้น ถ้าท้องเสียรีบกลับบ้าน อย่าขึ้นรถแดง


3sis แห่งนี้ นี่เอง

นั่งรถแดงไปถึงที่พัก คือที่ 3sis นี่เอง
ซึ่งมีทำเลที่สุดยอดมาก
อยู่ซอย 8 ถนนพระปกเกล้า
ตรงข้ามวัดเจดีย์หลวงเป๊ะๆ
และอยู่เกือบจะใจกลางถนนคนเดินเลย
อีกทั้งราคาต่อคืนก็ไม่ถึงพันด้วย
เมื่อเทียบกับคุณภาพที่ได้ ก็ยอมรับได้นะ

มาเที่ยวนี้พยายามเรียนรู้ผังเมืองเชียงใหม่ให้ได้มากขึ้น
เคยมาเชียงใหม่ก่อนหน้านี้สองครั้งสองครา
มีแต่ว่าโดนจับไปหย่อนที่ไหน ไม่เคยเรียนรู้เส้นทางเองเลย
คราวนี้ เราจะมี Mental model ที่ชัดเจนมากขึ้นละ
(โดยเฉพาะทำเลของกินอร่อยๆ)

เราเริ่มทัวร์เชียงใหม่ด้วยการกิน
พี่นกยูงพาไปหาอาหารเมืองกินที่ร้านโด่งดัง
นั่นคือร้านเฮือนเพ็ญนั่นเอง


ข้าวกั๊นจิ๊น หุงกับเลือดหมู เป็นอะไรที่ต้องจดจำ
เพราะถ้าไม่จดจำ เวลากลับมาดูรูปก็จะนึกไม่ออกว่ามันเรียกว่าอะไร
เรากินขนมจีนน้ำเงี้ยวสุดเบสิค
แล้วก็จกอาหารของชาวบ้านเขาไปทั่ว
เพราะว่าสั่งเองแล้วจะกินไม่หมด
รวมๆแล้วรสชาติก็โอเคนะ
ถึงกับอร่อยไหมนี่ สำหรับคนที่ไม่ค่อยบอกว่าอะไรไม่อร่อย
เราก็ว่ามันก็เข้าขั้นโอเคแหละ แต่ก็ไม่ถึงกับโอ้วว้าว
รสชาติโดยรวมค่อนไปทางเค็ม
ข้าวกั๊นจิ๊นก็ไม่ได้ชอบเพราะเราว่ามันมีกลิ่นเลือดมากไปหน่อย
ที่ชอบที่สุดก็คือขนมจีนน้ำเงี้ยวที่สั่งเองนี่แหละ
อาจจะเป็นเพราะว่าเราชอบน้ำซุปที่มีมะเขือเทศด้วยมั้ง
ตบท้ายมื้อเที่ยงแก่ๆด้วยลอดช่องแตงไทย
แตงไทยนี่ก็แปลก ตอนเด็กๆเราไม่ชอบเลย
โตมาชอบตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ลอดช่องแตงไทยรสชาติใช้ได้ยกเว้นว่าแตงเละไปนิดนึง

กว่าจะทานเสร็จก็บ่ายสามกว่าเข้าไปแล้ว
เราไปอืดถืดกันต่อที่วัดเจดีย์หลวงที่อยู่ตรงข้ามที่พัก

 


ก็กลับมานั่งๆนอนๆในห้องพัก
สักเย็นๆหน่อยก็ออกเดินทางหากิน(อีกแล้ว)
วันนี้เราไปถนนคนเดินกัน
จะเรียกว่าไปก็ไม่ถูก เพราะว่ามันก็อยู่ตรงที่พักเลย

เดินออกมาก็พบกับผู้คน ของกิน สินค้ามากมาย
ถูกใจหลายๆเชียว
เดินไปกินไปทีละนิด ก็เล่นเอาอิ่มจุกอยู่เหมือนกัน
ที่นี่มีทุกสิ่งที่ถนนคนเดินจะมีได้
ทำให้เรารู้ว่า ความแออัดไม่ได้มีแค่ในกรุงเทพเท่านั้น


เดินไปเดินมาจนดึกดื่นได้ยังไงเนี่ย
ห้าทุ่มกลับห้องพร้อมกับเครปกล้วยช็อกโกแลตราคาถูก
ตรงที่เป็นครีมกล้วยก็พอโอเค
แต่ตรงที่เป็นครีมช็อกโกแลตรสชาติไม่ธรรมชาติเท่าไหร่
และไอติมมะพร้าวหอมหวานชื่นใจในมือ

รีบๆอาบน้ำอุ่นเพื่อให้ผมแห้งไวๆ จะได้นอนซะที

ณ เชียงใหม่ วันที่ ๒

อยากตื่นสายๆ แล้วก็สายๆสมใจ
ออกเดินทางตอนสิบโมง
แน่นอน เดินไปหาของกินอันดับแรก

เดินไปข้าวมันไก่ เกียรติโอชา
ที่อยู่แถวอนุสาวรีย์โอวาแป๊ะ
ส่วนร้านกฤษโอชาปิด
กีบบอกว่าอีกร้านอร่อยกว่าแต่โสมากกว่า
เราดีใจที่อีกร้านมันปิดจังเลย
ขอให้ได้กินที่สะอาดกว่า แต่อร่อยน้อยกว่า(นิดนึง)ไม่เป็นไร


กินเสร็จก็แน่นพุงอีกแล้ว
เลยไม่ได้กินไอติมน้ำมะพร้าวเจ้าอร่อยอย่างที่หวังไว้
แต่ที่หวังไว้ได้เลยคือ
มีแววว่าทริปนี้จะทำกระเพาะครากแน่นอน

 

ในที่สุดเราก็เดินทางไปสวนสัตว์เชียงใหม่กัน
เพราะมีคนอยากดูหมาแพนดี้ และเพนกวิน
ส่วนเราอยากดูหมาโคลี่ อย่างอื่นก็เฉยๆ
สนใจไอติมนมสดตรงข้ามสวนสัตว์มากกว่า
(เห็นแก่กินระดับมาสเตอร์)

ด้วยความที่นึกว่าแต่ละอย่างคงไม่ไกลกันมาก
ก็เลยงก ไม่ยอมซื้อบัตรรถประจำทางในสวนสัตว์
เดินจนขาลาก ตากแดด
ก็ยอมแพ้ นั่งรถไปดูเพนกวิน
ถึงได้รู้ว่า เราเสียค่างกไปซะแล้ว
รู้งี้นั่งตั้งแต่จากหมาแพนดี้ไปที่หมาโคลี่ดีกว่า
สวนสัตว์เชียงใหม่ทำดี สะอาดดีนะ มีอะไรให้ดูก็เยอะดี
การมาสวนสัตว์ก็ทำให้รู้สึกว่าอายุลดลงนิดนึง
เพราะได้ชี้โบ๊ชี้เบ๊ดูสัตว์ไปเรื่อยเปื่อย
มาสวนสัตว์ก็หนุกหนานอย่างนี้นี่เอง

ออกมาเจอเก่งคุงที่ร้านไอติมนมสด
หลังจากที่เมื่อวานก็เจอไปที่ถนนคนเดินแล้ว
หลังจากคุยกันไปกันมาถึงที่กิน(อะไรกันเนี่ย)
ก็ตกลงกันว่า เราไปคุ้ยตลาดหาของอร่อยๆกินดีกว่า
ของในตลาด ลำกว่าในร้านอาหารซึ่งต้องทำรสชาติกลางๆกว่าเยอะเลย

แต่ก่อนที่เราจะเห็นแก่กินไปมากกว่านี้
เราก็ตกลงกันว่า บ่ายๆนี้ เราจะไปที่เรือนไทลื้อกันก่อน
เรือนไทลื้อเป็นบ้านไม้ตามแบบภาคเหนือที่กีบนำเสนอ

 

 

 

จากเรือนไทลื้อ เราเดินออกมาที่ตลาดสุเทพกัน
เพื่อหาซื้อของกินไปปิคนิคที่อ่างแก้วในมช

ซื้อไปน้ำลายสอไป เสร็จเราก็อัดกันมาในรถเก่งคุง มุ่งสู่อ่างแก้วใกล้ๆนี่เอง

อิ่ม บรรยากาศดี อากาศเย็น วิวสวย ราคาถูก แฮปปี้หลายๆ

 

เสร็จแล้วเราก็ไปนอนพักที่ห้องเพราะเกิดปวดหัวขึ้นมา
คงเดินตากแดดเยอะด้วยมั้ง
โรคคุณหนูเหงๆ

ก็เลยนอนไปถึงสองทุ่ม
ตื่นขึ้นมา พี่หมีชวนไปเดินๆข้างนอก
(เพราะว่าอินเตอร์เนตใช้ไม่ได้ อิอิ)
ก็เลยชวนมิงกุไปเดินด้วย
จุดหมายเราอยู่ที่วัดพันเตาและวัดพระสิงห์
แต่ปรากฏว่าวัดพันเตาปิด แต่โชคดีที่วัดพระสิงห์ไม่ปิด
เลยได้เก็บรูปมาบ้าง
ชอบเที่ยววัดจังเลย

ถึงจะอิ่มจุดตั้งแต่บ่าย แต่เราก็อดจะแวะข้าวต้ม 1 บาทไม่ได้
และก็ไม่ผิดหวังจริงๆด้วย โย่ว

ไนท์บาซาร์กินบริเวณกว้างมาก คืนนีคงเดินไม่หมด
แต่เราก็เลือกเดินส่วนใหญ่ในอาคารนครพิงค์ไนท์บาซาร์
และกาแลไนท์บาซาร์เป็นหลัก