เชียงร้าย เชียงราย วันที่ ๕

ตื่นมาเก้าโมง เพราะว่าต้องไปจกอาหารเช้าก่อนหมดเวลา
(เก้าโมงครึ่ง)
กะว่าอาจจะมานอนต่อได้อีก แล้วก็มาอัพไดนี่

อากาศตอนเก้าโมงก็ยังค่อนข้างเย็น
ความคิดจะว่ายน้ำก็ยังมีอยู่
ไม่รู้ว่าชุดที่เขาให้เช่านี่เป็นยังไง
ตอนแรกก็ว่าจะซื้อชุดว่ายน้ำก่อนมานี่
แต่พอรู้เรื่องอากาศก็เลยตัดใจไม่ซื้อ
(ไม่มีเวลาด้วยแหละ)
พอมานี่ก็พบว่าอากาศเย็นแต่ก็ยังโอเค
แต่เวลาที่จะได้ว่ายนี่สิ มีป่าวหว่า
ตอนนี้ยังมีความสุขกับการซุกผ้าห่มอุ่นๆอยู่

เห็นอาหารเช้าที่เขาเตรียมให้เป็นบุฟเฟต์ข้าวต้ม
แต่ดันอยากกินอเมริกันเบ๊ะฟัด
ก็เลยสั่งไข่ดาวหมูแฮมไป
(แล้วก็ยกมาให้อย่างรวดเร็วอย่างกับทำไว้แล้ว แต่ไข่ดาวก็ยังอุ่นๆอยู่)
เจอขนมปังปิ้งขึ้นราหนึ่งแผ่น
เขาก็ดีรีบเปลี่ยนให้
ขนมปังปิ้งขึ้นราไม่ควรเสิร์ฟให้ลูกค้าก็จริง
แต่เป็นเรื่องที่ไม่ซีเรียส
บางทียังไม่ทันหมดอายุก็ขึ้นราได้
เราก็สั่งเขาเปลี่ยนไป ก็ได้กินแผ่นใหม่แล้ว
แต่พรุ่งนี้จะกินข้าวต้มมั่ง

กินอาหารเช้าอิ่มแล้วก็ไปเดินๆรอบๆรีสอร์ท
ม่อนฟ้าใสเป็นรีสอร์ทที่มีขนาดสวนมากเมื่อเทียบกับห้องพัก
ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มี Breath taking scenery
แต่ก็สามารถทำให้บรรยากาศในรีสอร์ทมีความร่มรื่น สงบได้
เสียแต่ว่าหลังห้องเขากำลังทำเพิ่มอยู่
ทำให้เราไม่อยากเปิดหน้าต่างไปจ๊ะเอ๋กับคนงานก่อสร้าง
แต่ก็เอ๊อะ ก็ยังพอให้อภัยได้ก็แล้วกัน

ช่วงเช้าคนตื่นเช้าเขานั่งรถตู้ไปแม่สายกัน
เราเลยมีเวลาเอื่อยเฉื่อยไปเรื่อยๆได้
พอพรรคพวกกลับมากันตอนบ่ายโมง
ออกจากที่พักตอนบ่ายโมงครึ่ง
ไปกินข้าวซอยและน้ำเงี้ยวกันที่…
เราสั่งข้าวซอยฮ่อไก่ และเส้นเล็กน้ำเงี้ยว
กินไม่หมดแหละ แค่เกือบๆ
ประมาณว่าโลภมาก อยากชิมหลายๆอย่างน่ะ

ที่นี่เป็นร้านโลคอลมากๆ แต่รสชาติก็ใช้ได้นะ
หน้าตาก็ดูดี ที่สำคัญ คิดเงินมาแล้วตกคนละสี่สิบกว่าบาทเท่านั้น
ทั้งๆที่เบิ้ลกันคนละสองชาม
ก่อนออกจากร้านก็ซื้อข้าวซอยตัดติดไม้ติดมือไป
หวังฝากชาวบ้านนี่แหละ ไม่รู้จะพอรึเปล่า

เมื่ออิ่มหมีแล้ว เราก็ไปกันที่ดอยตุง
พบว่า อ้าว ไม่ไกลนี่นา
อย่างไรก็ตาม พอถึงดอยตุงแล้ว
ก็อะจ๊าก บ่ายสามโมงจะครึ่งแล้วเหรอเนี่ย
วันๆมันหมดไปเร็วจริงน้อ

การเดินชมดอยตุงก็เริ่มจากหอพระราชประวัติของสมเด็จย่า
ซึ่งทำได้ดีทีเดียว
ส่วนใหญ่พิพิธภัณฑ์มักจะเป็นอาคารทื่อๆแล้วก็วางของๆลงไปจบ
แต่ที่นี่เป็นอีกที่หนึ่งที่พื้นที่ภายในอาคารก็ได้รับการออกแบบ
ให้เข้ากับการแสดงภาพ ผลงาน สื่อวิดิทัศน์ได้ในระดับหนึ่งเลย

จริงๆเราไม่ค่อยรู้เรื่องราวประวัติราชวงศ์เท่าไหร่
เพราะไม่ได้อยู่ในความสนใจปรกติ
แต่พอได้มาดูแล้ว ก็ได้รู้เรื่องราวของสมเด็จย่าเพิ่มขึ้นมาอีกหน่อย
ซึ่งก็ทำให้เคารพนับถือสมเด็จย่ามากขึ้นไปอีก
โครงการดอยตุงนี้ ถ้าไม่คิดอะไรก็คงจะไม่คิดว่า จะทำอะไรมากมาย
แต่พอเอาตัวเองมาเทียบดูว่าถ้ามาทำเองนี่จะต้องทำอะไรบ้าง
ก็รู้ว่ามันไม่ใช่งานเล็กๆเลย
เป็นเรื่องราวที่มีมากกว่าต้นไม้ ใบไม้สวยๆที่นี่
และต้นไม้ ใบไม้สวยๆทั้งหมดของที่นี่
ก็เป็นพยานว่าสมเด็จย่าได้ทำอะไรไว้มากมายเหลือเกิน
ที่เคารพมากขึ้นมา จึงไม่ใช่การที่สมเด็จย่าเป็นราชวงศ์
แต่เป็นเพราะรูปธรรมทั้งหลายที่เกิดจากพระองค์นั่นเอง

เดินออกจากหอพระราชประวัติแล้ว
เราก็เข้าสู่พื้นที่ของสวนแม่ฟ้าหลวง
ซึ่งมีพรรณไม้ดอกนานาชนิด หลากสี สวยงามมาก
และมีภูมิสถาปัตยกรรมที่ร่มรื่น ลงตัว น่าถ่ายรูปไปหมด
เดินๆไปก็ได้ยินคนที่มาบางคนก็พูดขึ้นมาว่าดีกว่าไปเดินพืชสวนโลกซะอีก
เราฟังแล้วก็ยิ้มๆคิดอะไรของเราไปคนเดียวแปบนึงแหละ
แล้วก็โฟกัสไปที่ดอกไม้สวยๆในดอยตุงต่อ

 

เดินๆดอยตุงไปก็เพิ่งระลึกชาติได้ว่าเคยมาเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว
จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากเนินก่อนที่จะขึ้นพระตำหนักดอยตุง

พระตำหนักดอยตุงสวยงามดี
วิวที่มองออกมาจากพระตำหนักก็สวยงามไม่แพ้กัน
พระตำหนักดอยตุงเป็นพระตำหนักที่ก็แลดูสวยงามอลังการ
ตามแบบฉบับพระตำหนักแหละ
แต่ว่ามันมีอารมณ์ความถ่อมตัว ความพอเพียง
แฝงอยู่ในเฟอร์นิเจอร์และรูปภาพภายในพระตำหนัก
เมื่อเราเข้ามาดูที่นี่ ก็จึงพบว่ามันแตกต่างกับพวกปราสาท
พระราชวังมากมาย ที่เน้นเอาว่าต้องอลังการ ใหญ่สุด สูงสุด
ฟู่ฟ่าให้ถึงที่สุดเท่าที่คนในยุคนั้นๆจะทำได้
จะด้วยเพื่อแสดงฤทธานุภาพ ความยิ่งใหญ่หรืออะไรก็ตาม
ท้ายสุดแล้ว ก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ครองความยิ่งใหญ่ได้นานเกินร้อยปี
เวลาเราดูอาคารพวกนั้น ถึงแม้จะสวยจับใจก็ตาม
มันก็อดที่จะแฝงความสงสารในการแสวงหาความยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติไม่ได้

ค่ำนี้หมู่คณะเราไปฝากท้องกันที่ร้าน ตองตึง
เป็นร้านอาหารเมืองแห่งหนึ่งในเชียงราย
โอ๊ย ทำไมเชียงรายมีแต่ของอร่อยอย่างนี้ล่ะ
พอเช็คบิล ก็ออกมาแค่แปดร้อยเจ็ดสิบห้าบาท
เล่นเอาหันไปงงมาเลย
เพราะสั่งได้เพียบแปล้มากๆ กะว่าน่าจะเกินพันบาทเป็นแน่แท้
แต่ความแน่นอนก็คือความไม่แน่นอนอะนะ

 

กินกันพุงโย้แล้ว
ก็ไปเดินย่อยกันที่โรงแรม Red Rose
เป็นโรงแรมที่แหวกแนวมากๆ
คนเราต้องการอะไรอย่างนี้ด้วยเหรอ

เสร็จแล้วก็ไปเดินไนท์บาซาร์ของเชียงราย
ซึ่งแน่นอน ใหญ่สู้เชียงใหม่ไม่ได้
แต่ก็มีของให้เลือกสรรมากมายอยู่เหมือนกัน

มาเชียงใหม่เชียงรายคราวนี้รู้สึกว่าดูถูกสองจังหวัดนี้ไปหน่อย
ดูถูกในแง่นี้ไม่ใช้ว่าเห็นว่าด้อยกว่า
แต่รู้สึกว่าให้เวลากับทั้งสองจังหวัดนี้น้อยไป
เพราะคิดว่าคงไม่มีอะไรดูมากนัก
แต่คิดผิดถนัดไปซะแล้ว
ข้าน้อยผิดไปแล้วเอย

 

 

เชียงราย – กรุงเทพ วันที ๖

กินอะไรก็อิ่มไปหมด
เริ่มเบื่ออาหารแล้วนะ

แค่เริ่ม ยังกินได้อีก

วันนี้เช้ามาจะกินข้าวต้ม ก็ดันไม่มี
กลายเป็นอาหารฝาหรั่งไปแทน
เพราะวันนี้ฝรั่งเยอะ เกี่ยวไหมไม่รู้
เราก็โอเท มีอะไรก็กิน
ไม่เรื่องมาก และไม่ใช่เรื่องใหญ่

กลับมาจากกินก็ขออืดถืดนิดนึง
สิบโมงครึ่งก็ค่อยย้ายบั้นท้ายไปอยู่บนรถตู้

วันนี้แพลนของเราคือไร่แม่ฟ้าหลวง
เป็นยังไงไม่รู้ แต่พี่เสือบอกว่าสวย
อะ สวยเราก็ไป
แต่ก่อนจะไป
เราแวะเข้าไปในม.ราชภัฏเชียงราย
เพื่อดูการแสดงศิลปะเฉลิมพระเกียรติจากศิลปินล้านนาก่อน

นอกจากอ.ถวัลย์กับอ.เฉลิมชัยที่เป็นตัวยืน
ก็มีอีกหลายผลงานที่เราว่าดี
และเราชอบรูปวาดฝีพระหัตถ์มากมาย
ภาพวาดมีเอกลักษณ์มาก มีลายมือเป็นของพระองค์เอง

แล้วเราก็ไปต่อกันที่ม.แม่ฟ้าหลวง
ไปดูศูนย์ศึกษาจีนสิรินธร
ถ่ายรูปอีกตามเคย อากาศดีจริงๆเน่อ

ถ่ายรูปกันเป็นที่หนำใจแล้ว
(คราวนี้เราลืมถ่ายนางแบบหน้าหมวยนุ่งซิ่น
เพราะมัวแต่ไปเพลิดเพลินที่อื่นอยู่)
ก็ได้เวลาของอาหารเที่ยง
เป็นร้านอาหารมาจากปักษ์ใต้
ขายข้าวแกง หลากชนิดอยู่ทีเดียว

และการจากเจ๊าะแจ๊ะกับเจ้าของม่อนฟ้าใส
ก็ทำให้เรามีจุดหมายเพิ่มอีกที่หนึ่ง นั่นก็คือร้านขนม

อิ่มของคาวแล้ว ไปต่อกันที่ของหวานเลยดีกว่า

ร้าน Le Petit Café เป็นร้านที่น่านั่งมากๆ
บรรยากาศสบาย
แต่ก็อุตส่าห์แอบมีบรรยากาศเหนือๆธรรมชาติๆตามเคย
ทำไมเชียงใหม่เชียงรายมีเอกลักษณ์ดีจัง ชอบ

โอ้เอ้ไปมาจนพอใจแล้ว
ก็ได้เวลาไปที่ไร่แม่ฟ้าหลวงซะที
ที่ไร่แม่ฟ้าหลวงมีอะไรเยอะแยะมากมายเหลือเกิน
ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ดอกไม้ใบหญ้า
ศิลปะทางภาคเหนือ
สถาปัตยกรรม
โบราณวัตถุ
เรื่องราวอีกส่วนหนึ่งของสมเด็จย่า
เรื่องราวของดอยตุง
น่าไปเยี่ยมเยียนมากๆ

เหลือเวลาอีกเกือบหนึ่งชั่วโมง
รถตู้ก็ต้องตีจากเราไปตอนหกโมงเย็น
เราจึงใช้เวลาที่เหลือไปซื้อของฝากในตลาด
และไปวัดพระแก้วกัน

รถตู้พาเรามาส่งที่สลุงคำ
เพื่ออาหารเย็นมื้อสุดท้ายของทริป

ไปถึงสนามบิน เช็คอิน
ไม่มีอะไรทำเลย
ก็เลยเปิดดูรูปจากกล้องชาวบ้านดู
แล้วก็ขึ้นเครื่อง Air Asia ที่ตรงเวลาดี
มาเร็วไปเร็ว ซิ่งด้วย
ก็จบทริป ณ ตรงนี้

เที่ยวกันจนคุ้มจริงๆเลย
สรุปทริปนี้ ชอบหมด
ไม่มีวันไหนกร่อยเลย
และดีที่ได้รถตู้พร้อมคนขับมา
ซึ่งมีข้อดีมากคือ
ไปไหนก็ไม่ต้องหาที่จอดรถ
และไม่ต้องมีใครในทริปเหนื่อยจากการขับรถด้วย
อีกทั้งอยากจะไปไหนก็ไปได้ นานเท่าไหร่ก็ได้
อาหารอยากสั่งอะไรเท่าไหร่ก็ได้
ไม่ต้องไปไหนพร้อมกันก็ได้
ไม่มีการปักธง (แต่ก็ไปนู่นนี่เยอะโคด)
เที่ยวสบายๆ สนุกๆ