ไปถึงเกาะลอยตอนสิบเอ็ดโมงกว่า หาที่จอดสักพัก
แล้วก็เดินไปที่ท่าเรือ ซื้อตั๋วเรือคนละ 50 บาท (ตรงที่จะลงเรือเลย)
แพงง่า เที่ยวเดียวนะเนี่ย
เที่ยวนึงเรือลำนึงได้หลายพันบาทเลยล่ะ อิจฉาๆ

ข้าวเหนียวเนื้อย่าง
เสบียงของพี่เสือ ขายตรงคนที่ขายตั๋วอะแหละ

เส้นทางเดินเรือไปเกาะสีชัง
มีเสน่ห์ตรงที่มีเรือสวยๆให้ดูนี่แหละ

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป นั่งเอื่อยๆพอเปื่อย
เราก็มาถึง

ถึงละจ้า
เราเช่ารถสกายแลปหนึ่งคัน 250 บาท (จ่ายทีหลัง)
คันนึงนั่งได้ 6 คน
แต่วันนี้ไป 5 คน ก็เต็มพอดี 555

สกายแลปคันนี้แหละ

มาถึงแล้วแดดดี ฟ้าสวยเชียว
ตอนอยู่แผ่นดินใหญ่ ครึ้มมาก
นี่เป็นข้อดีของการออกมาที่เกาะล่ะมั้ง

ฟ้าสวย เอาไปอีก

พี่หมีชี้ให้ดูปลาซิวปลาสร้อย
ก็ยังมีอยู่ในน้ำเยอะเลย
มีเด็กผู้ชายโดดลงไปในน้ำด้วย
เราก็สงสัย โดดลงไปทำไม น้ำมันเรือเยอะแยะ
ปรากฏว่า เด็กๆพวกนี้กระโดดลงน้ำไปขอตังจากคนบนเรือที่กำลังออก

พี่แอกชี้ให้ทุกคนดูท้องฟ้า
ก็พบกับพระอาทิตย์ทรงกลด
กรี๊ดๆๆ ไม่เคยเห็นขนาดใหญ่เท่าสิบสนามปุตบอลอย่างนี้มาก่อน

แล้วก็มีคนทุ่มเทถ่ายพอร์เทรต
ไปดูได้ที่นี่

ขึ้นสกายแลปกันดีกว่า หิวแล้ว เที่ยงกว่าแล้ว

แล้วก็มาถึงร้านเล็กท่าวัง น้องสกายแลปเขาพามา
อาหารก็ไม่แย่ ก็พอโอเคนะ
รูปอาหาร ดูได้ที่นี่

สกายแลปพามาที่พระตำหนัก จุฑาธุชราชฐาน ก่อนเป็นอันดับแรก
จริงๆว่าจะเก็บสะพานพอร์เทรตเอาไว้ทีหลัง
แต่พามาก่อนก็ไม่ว่ากัน
ตรงจุดนี้ จะให้เขาพาไปส่งข้างบนก่อนแล้วเดินลงมาเจอสะพานนี้ก็ได้
แต่โดยปรกติเขาจะพามาตรงนี้ แล้วให้ขึ้นไปดูวัดอัษฎางค์เอง

ฟ้าสวยๆๆ

เมฆเป็นเรื่องเป็นราว

คิดไม่ผิดจริงๆเลยที่มาวันนี้เนี่ย

ลมดีด้วย

ถ่ายรูปกันหน่อย

เดินต่อไป
เจอกิ้งกือเล่นน้ำ
ยืนดูอยู่นานสองนาน จนโดนแอบถ่าย

อินฟินิตพูล

เดินต่อๆ
ถึงจะร้อน แต่ตรงไหนที่มีต้นไม้ก็ร่มรื่นมาก
เวลามาเดิน ควรจะพกร่ม ไม่ก็หมวก มาเป็นอย่างมาก
ครีมกันแดด เอาไม่อยู่หรอก ถ้าเดินเป็นชั่วโมงอย่างนี้

เดินต่อๆ เจอระฆังหิน เลยบอกให้พี่หมีลองเดินไปเคาะดู
ปรากฏว่าฮีเคาะโป๊งเป๊งจนคุ้มกับพลังงานที่ใช้เดินขึ้นไปเคาะเลย

ใกล้ถึงแล้ว
ข้างๆโบสถ์จะเป็นต้นพระศรีมหาโพธิ์
ซึ่งนำเอากิ่งของต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่อินเดียมาปลูก
ขึ้นงามเชียว และเขาว่าให้เวียนสามรอบเพื่อศิริมงคล

ภายในโบสถ์
เงียบสงบ ลมดี

ชอบกระจกสี อยากมีกระจกสีที่บ้านบ้าง

คลาสสิค

 

วิวดีๆ

เดินกลับลงมา เจ้าหน้าที่ให้อาหารปลาอยู่

เดินไปเรื่อยๆ

ถ่ายลาสะพานอีกหน่อย

 

แล้วก็ไปช่องเขาขาดดีกว่า

น้้ำใสดีมาก
เสียดายมีกองขยะลอยอยู่ในน้ำหนึ่งกองใหญ่
(ทำไมเขาไม่เอาไปทิ้งหว่า?)

เดินไปสุดสะพานก็จะเห็นช่องเขาขาดเป็นแบบนี้

สุดสะพาน ก็ยังเดินเลาะไปได้เรื่อยๆ

มองกลับไป

จุดสุดท้ายที่เรากับรองเท้าส้นสูงไปได้ไกลที่สุด – –
(ใครจะมาสีชังเดินเที่ยวอย่างนี้ รองเท้าไม่มีส้นดีกว่านา
แต่หลังจากไปสีชังก็ใส่รองเท้าส้นสูงเดินได้คล่องขึ้นเยอะเลย)

พี่หมีเดินไปจนสุดทาง แล้วก็ถ่ายรูปมาให้

ส่วนเรา ก็เดินกลับละ

แล้วก็นั่งเรือกลับตอนห้าโมงเย็น
อยู่มาได้ไงเนี่ย ตั้งห้าชั่วโมง

ขึ้นฝั่งละ ได้เวลาออกรถซะที

แล้วก็แวะอ่างเก็บน้ำบางเปรี๊ยะ (บางพระอะแหละ ออกเสียงให้ทันสมัยนิดนึง)
ถ่ายรูปสักแชะสองแชะ

แล้วก็ได้เวลากลับกรุงเทพ

วันนี้ฟ้าประหลาดตั้งแต่สายยันเย็นเลย
ตรงที่สว่างๆมันเป็นสีรุ้งด้วยล่ะ ง้ามงาม

จบด้วยภาพมัวๆอย่างนี้ก็แล้วกัน

ลองมาคำนวณค่าใช้จ่ายเล่นๆ
ค่าเรือไปกลับ 100 บาท
ค่าอาหาร 100 – 150 บาท
ค่าน้ำระหว่างทาง 50 บาท
ค่าน้ำมันไปกลับกรุงเทพ 500 บาท
หลวมๆเลยก็ 800 บาท ไม่เกินกว่านี้
ถ้ายิ่งไปกันหลายคนก็หารค่าน้ำมันและค่าอาหารได้อีก
อาจจะเหลือแค่ 300-400 บาทต่อคนเท่านั้น

ก็ไม่เลวสำหรับทริปวันเดียวแบบประหยัดนะ