Tags:
Singapore, Kampong Glam, Arab, India, Little India, Chinatown, Geylong

ตื่นเช้ามา (ก็สายแล้วแหละ) มานั่งทำงานนิดนึง
กว่าจะส่งเมล์เสร็จก็เกือบเที่ยงแล้ว
วันนี้ก็เลยไปไหนไม่ได้เยอะเท่าไหร่

ที่แปลนเอาไว้ก็มี Katong ตรง East Coast Village
Bugis
และ Little India
ตามลำดับ

อยากไป Katong เพราะว่ามันเป็นแปล่งชุมชนจีนมาเลย์
น่าจะมีอาหารให้ชิม และมีอาคิเต๊กเจ้อให้ดูบ้าง
แต่Katong ไม่มี MRT ผ่าน
จึงต้องไปต่อด้วยแท็กซี่หรือรถเมล์จาก MRT ที่ใกล้ที่สุด
ดูจากแผนที่ในไกด์แล้ว ซึ่งถ้านอกเส้นทางก็จะหายไปไหนไม่รู้เลย
แต่ก็ยังจะไป ด้วยคิดว่า เมื่อวานยังไม่หลงเลย
วันนี้ถ้าหลง อย่างมากก็แท็กซี่ อิอิ

วันนี้ไปลงสถานี City Hall เหมือนเดิม
ไปขึ้นที่สถานี Paya Lebar แล้วว่าจะต่อรถเมล์ตามใน leaflet บอก
แต่พอขึ้นมาแล้ว เจอก่อสร้างพอดี
ทำให้ยิ่งงงหลงทิศทางเข้าไปใหญ่
ก็ไปที่ป้ายรถเมล์ที่ใกล้ที่สุด
ดูตารางเดินรถแล้วก็ขึ้นเลย
ในแผนที่มีอะไร Geylong นี่แหละ
รถเมล์นี่ก็ผ่านอะไร Geylong สักอย่าง ก็ขึ้นแบบไม่คิดอะไรมาก


ตามทาง


ฟ้าเป็นงี้อีกแล้ว แดดแรงๆ


unseen singapore

นั่งไปสักพักก็ชักสงสัยว่าทำไมมันไม่ถึงสักที
ก็เลยลงแล้วก็ตรวจตารางเดินรถอีกที
เอ่อ ไปไหนแล้วก็ไม่รู้ -“-
เลยมองหารถที่ไปที่สถานี MRT แทน
ด้วยความที่เริ่มหิวแล้วด้วย
ไม่ไปมันละ Katong เนี่ย
ไว้ไปวันหลังละกัน

ตรวจดูตารางรถแล้วก็ไม่เห็นสถานีอะไร
แผนที่ตรงเมืองส่วนนี้ก็ไม่มี
เลยตัดสินใจขึ้นรถเมล์ไปลงที่ไหนก็ได้ที่เป็นแหล่งชุมชน
พอไปถึงแล้วต้องข้ามถนน
รถเมล์สายที่ต้องขึ้นไปสถานี MRT ก็ผ่านไปพอดี
และป้ายที่ต้องไปขึ้นก็มีรถชนกับรถเมล์พอดี
ทำให้รถติดพอตัวเลย
แถมรอรถเมล์เงกแล้วเงกอีก ประมาณ 40 นาทีได้ กว่าจะมาอีกคัน

จำไม่ได้แล้วว่าลงสถานี MRT ไหน
รู้แต่ว่าอีกแป๊บเดียวก็มุดดินไปโผล่ที่สถานี Bugis แล้ว
ไปหาอะไรทานแถว Kampong Glam แทนก็แล้วกัน


ออกทางนี้เลย ด้านซ้ายของรูปเป็น Raffles Hospital

เราเดินออกมาจากสถานีไปทางด้านขวามือของตัวเอง
เลี้ยวเข้า Rocher Street เดินไปสักพักก็จะไปตัดกับ Queen Street
ซึ่งพอมองไปด้านซ้ายมือก็จะเห็น Sultan Mosque


Sultan Mosque

ฝั่งตรงข้าม Sultan Mosque เป็นตึกแถวหรือที่เรียกว่า Shop House
ที่มีร้านขายโรตี มะตะบะ ข้าวหมกไก่
กระไรเลย ด้วยความหิว ฝากท้องที่ร้านนี้แหละ


ร้านป้ายเหลืองๆนี่ ชื่อร้าน Singapore Zam Zam


Chicken Biryani
ข้าวหมกไก่ที่เสิร์ฟแบบเอาข้าวกลบไก่มิดเลย
นี่งัดไก่ออกมาถ่ายรูป
แล้วยังมีซอสเปรี้ยวใส่แตงกวา
และน้ำราดอะไรสักอย่างอีก
หอม อร่อยจริงๆนะ จานบักเอ้กด้วย

นั่งไปสักพัก ก็มีอาแปะอาซิ่มคู่หนึ่งมองหาที่นั่งอยู่
เราเลยบุ้ยใบ้ให้มานั่งด้วยกัน
อาแปะอาซิ่มก็ถามใหญ่เลยว่าเป็นคนที่ไหนอะไรยังไง
เราแทบจะแคะไหแมนดารินออกมาใช้ไม่ทัน

การเดินเที่ยวคนเดียวนี่ก็สนุกตรงนี้นะ
คือจะได้ปฏิสัมพันธ์กับคนที่เราไม่คาดคิด
อย่างเมื่อวานก็เจอคนไทยเข้ามาทัก
ไม่รู้ว่าเราเป็นคนไทย จนกระทั่งเราทักเอง
เพราะว่าเห็นเขาใส่สายข้อมือเรารักในหลวงอยู่
เจอฝรั่งที่ Chinatown ถามว่ากล้องที่ใช้อยู่ดีป่าว
แล้วก็เลยได้เพื่อนเดิน Images of Singapore และดู Dolphin Lagoon ด้วยกัน
วันนี้ก็ได้เจอกับอาแปะอาซิ่มน่ารักๆคู่นี้อีก

มันก็ทำให้การเดินทางมีความหมายขึ้นมาอีกหน่อย


กาแฟร้อนที่อาแปะกับอาซิ่มเลี้ยง
อร่อยดี หวาน หอม มัน


กำแพงด้านที่นั่ง ติดกระจกให้เห็นเขาทำมะตะบะอยู่
เห็นแล้วก็โห ดีนะที่ไม่สั่ง
เพราะอันใหญ่มาก
แค่ข้าวหมกไก่นี่ก็จะจุกตายแล้ว


เคานเตอร์เก็บตัง
บริหารงานคล้ายๆของที่ร้านโรตีมะตะบะตรงท่าพระอาทิตย์


เดินออกจากร้าน ข้ามไปฝั่งตรงข้าม
ถ้าไปทางซ้ายก็เจอ Sultan Mosque เมื่อกี๊
ถ้าเดินมาทางขวาก็เจอเห็นอย่างในรูป
เดี๋ยวเราจะเลี้ยวซ้ายเข้าไปสำรวจ Arab Street กัน


ขายผ้าตลอดแนว


พอเข้า Arab Street เดินมาหน่อยจะมีทางแยกทางซ้าย
เพื่อเดินวกไปที่ด้านหลังของ Mosque และตรงด้านหลังของ Mosque นี่เอง
ที่มีถนนคนเดินสายสั้นๆแบบนี้
ถ้านึกภาพไม่ออกก็ลองนึกถึงตรงสวนลุมดู
สมมติว่า Mosque เป็นสวนลุม
สมมติว่า Queen Street เป็นพระรามสี่
เราเลี้ยวเข้า Arab Street หรือถนนวิทยุจากพระรามสี่ปั๊บ
แทนที่จะตรงไปออกสุขุมวิท
พอดีมันมีเลี้ยวซ้ายเข้าสารสิน นั่นก็คืออ้อมมาทางด้านหลังสวนลุม
แล้วถนน Bussorah นี้ ก็เปรียบเป็นซอยหลังสวนบ้านเรานี่แหละ


สองข้างทางก็มีร้านนั่งฮิบๆชิวๆอย่างนี้
และร้านค้าขายเสื้อผ้าเครือ่งประดับ
ผ้าพันคอ


หันกลับไปก็เจอเจอ Sultan Mosque ตั้งตระหง่านอยู่


เดินออกมา เลี้ยวซ้าย แล้วหันหลังกลับไปถ่ายรูปชื่อถนนไว้
(ถ้าเดินกลับเข้าไปทางด้านขวาก็จะเจอวิว Sultan Mosque
แบบที่เห็นในรูปข้างบน งงไหม)


ตึกรามแถบ Kandahar Street


ป้ายเลขที่บ้านน่ารักๆ


ลวดลายแบบมีรสนิยม


สีสันแบบมีรสนิยม


เดินครบรอบนึงก็เดินกลับมาที่ Queen Street
(ป้ายเหลืองๆที่เห็นตรงนั้นก็คือร้านข้าวหมกไก่ที่เราทานนั่นเอง)

เดินจาก Kampong Glam มา
เราจะไม่ใช้ MRT เพราะว่ามันอ้อม
ปวดขาขาแข็งอย่างนี้แหละ
จะอาจหาญเดินไป Little India เอง
โดยเดินขึ้นจาก Queen Street ไปทาง Victoria Street
แล้วมันจะไปโผล่ Little India เอง


Victoria Street


Albert Complex


ไกลๆนู่นก็ Sim Lim Square ที่ geek บางคนเขาแนะนำ


มาถึงนี่ได้ก็เข้าเขต Little India แล้ว


เดินๆแล้วก็แอบเห็นแมวใต้ท้องรถ แง้ว


บรรยากาศของ Little India จะดูโทรมกว่าของ Kampong Glam อยู่หน่อย


แต่สีสันก็ไม่แพ้กัน


สีสันๆ


ป้ายถนน Campbell Lane
ที่ได้ชื่อว่าเป็นถนนสายดอกไม้


เดินไปตามถนน Campbell Lane เรื่อยๆ


อ๊ะไหนดอกไม้ล่ะเนี่ย


อ๋อนี่ไง มีนิดเดียวเองง่ะ
เดินจนบ่ายสามกว่า
ก็เดินไปทาง Buffalo Street เพื่อไปรับกิ๊กที่สถานี Little India
แต่ลืมไปว่ามันมีหลายทางออกนี่หว่า
เดินไปเดินมา ก็เจอซะงั้น

แล้วก็เลยเดินเที่ยว Little India ต่ออีกหน่อย
ตอนแรกกะว่าจะทานอาหารเย็นที่นี่เลย
แต่ Chicken Biryani ยังจุกท้องอยู่
ก็เลยว่าจะไปทานที่ Chinatown แทน


ตลาด Tekka Market
ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับตลาดสดบ้านเรา

แล้วเราก็เดินไปที่วัดศรีมาริอัมกัน


ถึงแล้ว


ประตู


เสา


ยุ่บยั่บ


กะละอ้วย


อินทีเรียร์

ดูเสร็จก็บอกกิ๊กว่า แถว Kampong Glam ก็น่าเดินนะ
ก็เลยพากิ๊กเดินกลับไปอีกรอบ
โดยที่เตือนกิ๊กเล็กน้อยว่า ไกลหน่อยนะ
ไม่รู้กิ๊กจะคิดยังไง อิอิ

เดินไปเดินมา เจอแขกอินเดียคนนึงเข้ามาทักว่า เจอกันอีกแล้ว
สรุปว่าเป็นคนเดียวกับที่ทักเราตรงหัวมุมถนนแถว Little India เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว
ไม่เห็นจำหน้าได้เลย 555
เราก็เลยยิ้มๆทักทายอะไรไปตามเรื่อง : P


ขนมที่ไม่มีโอกาสได้ชิม


เดินผ่านที่นี่กันอีกรอบ
(จำชื่อไม่ได้)


ขากลับ เดินผ่านถนนอีกเส้นนึง
เป็นคล้ายๆแถวบ้านหม้อมั้ง


ถ้าเป็นบ้านเรา
คงคิดว่าขโมยมาขาย อิอิ


เดินกลับมาที่ Kampong Glam แล้ว
เจอมะแมวแง้วอีกหนึ่งตัว

 


แล้วก็เดินมาแวะร้านชาในตำนาน


ชานม หรือ Teh Tarik ก็เหมือนชาเย็นใส่นมบ้านเรา
ถ้าสังเกตเข้าไปลึกๆก็จะพบว่า
มีความแตกต่างในเรื่องรสชาติเล็กน้อย
รสชาติ Teh Tarik จะรสแขกๆกว่าชาไทยใส่นม
หอม หวาน มัน ใช้ได้เช่นกัน

 


กลับมาที่ Bussorah Street หรือซอยหลังสวนอีกครั้ง
เก็บตกรูปภาพกันเล็กน้อย

 


มาอีกแล้ว Chinatown
รบกวนด้วยนะค้าบ


เก็บตกบรรยากาศ


เก็บตกโคมไฟ


เก็บตกบ้านเรือนแถวๆ Ann Siang Road
พร้อมกับนายแบบไม่ได้รับเชิญ


ตอนแรกจะมาทานอะไรกันใน Maxwell Food Court
ที่อยู่ข้างๆรูปเมื่อกี๊
แต่ร้อนอบอ้าวแบบไม่น่าเชื่อ
ก็เลยมานั่งข้างนอกรอหนุ่มๆแทน


ถ่ายไว้ซะหน่อย

เมื่อหนุ่มๆมากันครบแล้ว
ก็ตัดสินใจไปที่ Smith Street กันอีกครั้ง
แต่กิ๊กฝากความอาฆาตไว้ที่นี่
พรุ่งนี้ต้องมาจัดการกับข้าวมันไก่ในตำนานให้ได้


เดินข้ามถนน South Bridge จาก Maxwell Food Court
มายัง Smith Street ผ่านวัดและพิพิธภัณฑ์ใหม่
ที่จะเปิดในวันวิสาขบูชานี้ด้วย


Smith Street ถิ่นเดิม


แต่ทำไมวันนี้ดูสว่างกว่าเมื่อวานไม่รู้


ก๋วยจั๊บ
ก๋วยจั๊บตรงไหน ไข่พะโล้ชัดๆ


อ่อ กินกับเส้นนี้ไง


พลาดไม่ได้ ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา


บะหมี่ลูกชิ้นปลาเลียนแบบชามเมื่อกี๊


สะเต๊ะ หมู ไก่ เนื้อ


บะหมี่ผัด

ทานจนอืดๆ
แล้วก็พากิ๊กไปลง MRT ขึ้นสถานี Raffles Place
เพื่อที่จะเดินแถว Merlion และ Esplanade ในยามค่ำคืนอีก


ถ่ายจากสะพานข้ามมาที่ Esplanade แล้วหันหลังกลับไปมอง


แวะ Parliament และยานอวกาศ

ขาแข็งปวดขาอีกแล้ว
คืนนี้ต้องออนไลน์ทำงานอีก
แต่ขอออนไลน์เม้ากะกีบจังก่อนนะ 555

++++++++

สรุปค่าใช้จ่ายวันนี้

ค่า Chicken Biryani SID4.50
ค่าน้ำเปล่า SID1.00
ค่า Tek Tarik SID1.00
ค่าน้ำ SID1.20
ค่าก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา + ก๋วยจั๊บ SID7.00
รวมค่าอาหารวันที่ ๓ SID14.70

 

 

วันที่ ๔

Tags:
Chinatown, Maxwell Food Center, Chijmes, Raffles Hotel, Harbour Front, Vivo City, Orchard Road

น่องแข็งเขย่งขาไม่ได้มาสองวันละ
วันนี้ก็คงจะเขย่งไม่ได้ต่อไป

วันนี้ถือเป็นวันเก็บตก
จะไปไหนก็ได้ แค่คิดว่าจะไม่ไปซ้ำเท่านั้นเอง
แต่ถ้ากิ๊กอยากไป เราก็ไป งิงิ
ดูสังขารแล้ว รู้สึกว่าคงไปเก็บหมดไม่ได้
แรงขาไม่พอ เอาที่พอไหวละกัน
ก่อนอื่นก็ไปเก็บตกแถวๆโรงแรมก่อน
ด้วยการไปเดินโรงแรมราฟเฟิล


ทางเดินโรงแรม


ป้ายแบบผู้ดีผู้ดี


สนามกลางโรงแรม


หน้าโรงแรม

ดูไปดูมา ก็สวยดีนะ
แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าโอ้วอลังการงานสร้างมากๆ
เหมือนโรงแรมงามๆหลายๆแห่งในเมืองไทย
แต่เวลาเที่ยว ถ้าเอาที่นี่ไปเทียบกับที่นู่นแล้วจะไม่สนุก
เอนจอยแบบที่มันเป็นดีกว่า

กิ๊กชวนไปที่ Chijmes ต่อ
เป็นโบสถ์เก่าและเป็นคอนแวนต์ด้วยมั้ง
ตอนนี้เป็นร้านอาหารรอบๆ


ข้างหน้า


ทางเดิน


โบสถ์ วันนี้ฟ้าก็แปร๋นสุดสุด


ข้างล่างก็เป็นร้านอาหาร

เมื่อเดินพอให้เหงื่อไหลไคลย้อยแล้ว
เรากะกิ๊กก็พากันมาเก็บตกอาหารบ้าง
ที่เดิม Maxwell Food Center


กลับมาแล้ววว


แวะไปเดินเล่นแถว Ann Siang Hill ซะหน่อย


ทางเข้า เข้าไปไม่สุด ไม่รู้มีอะไรเหมือนกัน
แต่เท่าที่เดินก็ไม่ได้มีอะไร
ร้อนโตย


เดินผ่าน Scarlet Hotel ก่อนที่จะเข้าไปที่ Maxwell


มาถึงละ


น้ำเต้าหู้ อร่อยๆ ไม่หวานไป แต่น้ำแข็งละลายเร็วมาก


ฮะเก๋า ไม่ผ่านเส้นความคาดหวัง
หมูเยอะไปหน่อย


ก๋วยเตี๋ยวหลอดไส้หมูแดง
ไม่มีอะไรประทับใจเท่าไหร่
ทานไปงั้นๆเรื่อยๆ


โจ๊กก็นุ่มดี ใช้ได้ อร่อยตามประสาโจ๊ก


ลูกชิ้นปลา ขาดไม่ได้เลย


บักกุ๊ดเต๋ เผ็ดพริกไท แต่ทานแล้วก็เพลินดี


ข้าวมันไก่ในตำนาน ร้าน Tian Tian
อร่อยเท่าที่ข้าวมันไก่จะอร่อยได้
แต่ชอบน้ำจิ้มเมืองไทยมากกว่า

จากนั้น ตอนแรกก็คิดจะไปเดิน Clarke Quay
แต่คิดว่า การไปเดินตรงนั้นตอนเที่ยงแดดตรงหัว
ไม่ใช่ไอเดียที่ดี ก็เลยไปที่ Orchard Road แทน
วันนี้เป็นวันที่สองของการลดราคาทั้งเกาะ
เผื่อจะได้อะไรติดไม้ติดมือบ้าง

ตอนจะไปขึ้น MRT ที่ Chinatown
ก็เจอสิ่งนี้


ไอติมแนบเวเฟอร์ ถือกินได้
ของเรารสมะม่วง ของกิ๊กรสช็อกโกแลตมินท์
แต่เรารู้สึกมันได้กลิ่นไอติมทุเรียนที่คงเก็บอยู่ช่องเดียวกัน
เราเลยไม่ค่อยอภิรมย์เท่าไหร่
กินไปได้นิดเดียวเอง

ไปถึง Orchard แล้วก็ไม่รู้จะทำอะไร
ซื้อก็ไม่ค่อยอยากซื้อ
ไอที่ลดก็ไม่ใช่เป้าหมายที่จะซื้อ
และแพงอยู่ดี
ก็เลยเดินพอเป็นพิธี
ซื้อเสื้อมาได้สองตัว
แล้วเราก็ปิ๊งไอเดียว่า
ไปเก็บตกของหวานแถวๆ Harbour Front ดีกว่า
ขากำลังจะเป็นหินแล้ว

ขึ้นจากสถานี Harbour Front ก็เป็น Vivo City
เดินขึ้นชั้น 3 ตรงที่มีบัตรขาย Monorail นั่งไป Sentosa
จะมีศูนย์อาหาร Food Republic อยู่


Cheng Dol ของกิ๊ก กินตรงทีเป็นลอดช่องไปหน่อยนึง


Mango Pudding ของเก่ง พุดดิ้งรสชาติใช้ได้


Ice Kacang ของเรา มาเป็นภูเขาเลากามาก
แต่น้ำหวานที่ราดนี่หอมหวานอร่อยอะ ถั่วแดงข้างใต้ก็อร่อยๆ
กินเพลินๆก็หมดซะงั้น

แล้วก็แยกกับเก่งตรงนี้
เรากับกิ๊กก็เดิน Raffles City อีกหน่อย
หน่อยเดียวเพราะว่าเดินไปนิดนึงก็ไม่เห็นมีอะไรแตกต่างแล้ว
มีแต่ชอปปิ้งๆๆๆ
แล้วซำเหมาอย่างเราสนชอปปิ้งซะที่ไหนกัน

พอดีกิ๊กเกิดนึกได้ว่าจะไปลอง Ka Ya Toast บ้าง
ก็เลยลงชั้นใต้ดินพาไปชิมเลย
แฮ่ม เกือบหาร้านไม่เจอ


เมนูเดียวกับวันก่อน แต่มีไข่ลวกนี่เพิ่ม
เราชอบ Ka Ya Toast แต่ไม่แน่ใจว่ามันหวานไปสำหรับกิ๊กรึเปล่า
แต่พอกิ๊กชิมแล้วบอกว่าอร่อย
เราก็เลยคิดว่าต่อมรสชาติเรายังไม่พร่องเนอะ อิอิ

จบทริปแบบยังมี pocket money เหลืออีกมากมาย

สิงคโปร์ก็มีอะไรให้ดูเยอะดีแบบที่มันเป็น
ที่น่าสนใจก็ตรงที่หลายๆเชื้อชาติมาอยู่ที่เดียวกันนี่แหละ
แต่เราคงบอกไม่ได้ว่าเขาอยู่กันอย่างกลมเกลียวสามัคคีรึเปล่า
เท่าที่เห็นก็ดูโอเค
มันสนุกตรงที่ไปไหนก็เห็นความ overlap ของวัฒนธรรมนี่ล่ะ

ถ้ามีโอกาสก็คงกลับมาอีก
ยังไม่หายอยากลูกชิ้นปลากับ Ice Kacang เล้ย

++++++++

ค่า MRT SID10.00

ค่าฮะเก๋า SID3.00
ค่าน้ำเต้าหู้ SID1.00
ค่าแกงลูกชิ้นปลา SID3.00
ค่าก๋วยเตี๋ยวหลอด SID3.00
ค่าไอซกะจัง SID1.80
ค่าอุด้ง ยำสาหร่าย ชาเขียว ที่สนามบิน SID13.44
รวมค่าอาหารวันที่ ๔ SID25.24