Gui Lin กุ้ยหลิน วันที่ ๓
กุ้ยหลิน – ถ้ำผู่โป – หยางซั่ว – ลี่ผู่

เมื่อคืนนอนตอนตีหนึ่ง
วันนี้จริงๆสูตรคือ 6-7-8
แต่ตอน 5.45 Fire Alarm ที่ Hallway ของโรงแรมมันดันร้องขึ้นมาไม่หยุด
ก็เลยต้องลุกขึ้นมาดูว่ามีอะไร
ก็ไม่เห็นจะมีควันมีอะไร
ก็เลยลุกขึ้นมาแต่งตัวกันไว้ก่อน
แล้วก็ออกไปดูอีกที ก็ยังไม่เลิกร้อง
แล้วก็ไม่มีใครออกมาดูด้วย (หรือว่าวิ่งลงไปกันหมดแล้ว?
ไม่น่า ไม่ได้ยินเสียงเลยนะ)
ก็เลยโทรลงไปที่ operator
ซึ่งคงรับอยู่อีกหลายสาย
ถึงตอนนี้เราก็ไม่เข้าใจว่ามีไฟไหม้อะไรแล้วหรอก
สนแต่ว่า เมื่อไหร่ Fault Alarm นี่มันจะหยุดร้องสักทีฟะ

ลงมาทานมื้อเช้าที่ปรกติก็ทานไม่ค่อยลง


ซุปไข่หวานอีกแล้ว แต่วันนี้มาแบบมีเก๋ากี้ด้วย
เลยไม่รู้ว่า ตั้งใจ หรือ ตามใจ คนทำ เอิ๊ก


บ๊ายบายโรงแรมกุ้ยหลินพลาซ่า

แล้วล้อก็เริ่มหมุนเพื่อไปยังถ้ำผู่ปอ
หรือที่เรียกกันว่าถ้ำคืนไข่มุก

ถนนหนทาง

ระหว่างทาง ไกด์ก็เล่าเรื่องของปลอมในเมืองจีนให้ฟังต่อ
เมืองจีนนี่ ของปลอมก็ปลอมสุดยอดเลย
เคยมีนักธุรกิจชาวไต้หวันซื้อรถเบนซ์กลับไป
แล้วเกิดต้องเข้าอู่ ก็เลยเอาไปเข้าอู่เบนซ์ปั๊บ
เรื่องเลยแดงขึ้นมาว่า มันไม่ใช่เบนซ์จริง แต่เป็นเบนซ์ปลอม
เป็นข่าวดังเมื่อสองปีที่แล้ว
ฟังละก็อึ้ง เอิ๊ก ทักษะการปลอมของจีนนี่ไร้เทียมทานโคดๆ
ฉะนั้น อะไรจะปลอมอีกในเมืองจีนนี่ จะไม่แปลกใจแล้ว

แล้วเราก็ไปถึงถ้ำผู่ปอซึ่งเป็นถ้ำเล็กๆริมแม่น้ำหลีเจียงในเมืองกุ้ยหลิน
เป็นถ้ำที่มีความสูงเพียง 213 เมตรเท่านั้น
ถ้ำนี้มีความสำคัญสองอย่างคือ
มีนิทานที่เป็นเรื่องราว
และมีประวัติของนายพลผู่ปอ


นายพลผู่ปอ ผู้ขับไล่ชาวเวียตนามที่บุกรุกกุ้ยหลิน
มาที่ถ้ำนี่เพื่อปรึกษาการรบกับพรรคพวก


ถ้ำคืนไข่มุก
ตามนิยายที่มีคือ มีชาวประมงคนนึงแล่นเรือมาเจอถ้ำ
แล้วเจอมังกรหลับอยู่ ในปากมีลูกแก้วสว่างไสว
ก็เลยโขมยกลับบ้านมาซะงั้น
พอชาวประมงกลับบ้านไปแล้วแม่เห็น
ก็เลยเล่าให้แม่ฟัง แม่ก็ตกใจมากเพราะมังกรเป็นสิ่งที่ชาวจีนนับถือ


แล้วเด็กก็เลยเอาไข่มุกมาคืนมังกร
จึงให้ลูกเอาลูกแก้ว(หรือไข่มุกเนี่ยแหละ)ไปคืน
ก็เลยเป็นชื่อถ้ำมาจนตอนนี้


ถ้ำนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำหลีเจียง ก็จะเห็นวิวอย่างนี้


ภายในถ้ำก็จะมีการแกะสลักพระอยู่พอสมควร


เขาว่ากันว่า ถ้าได้จับพระองค์นี้แล้ว
จะมีความสุขอยู่กับตัว
รูข้างๆสามารถสอดมือเข้าไปจับเท้าได้
คนจีนจะมีความเชื่อง่ายๆงี้เยอะมากๆ


ที่ทางออกอีกข้างของถ้ำ มีอาแปะนั่งสีซออยู่


ส่วนอาแปะคนนี้ก็นั่งร้องเพลงคลอไปด้วย


พอออกมาแล้วเดินขึ้นไปข้างบน
ก็จะเจออาแปะกลุ่มนี้ สีซอร้องเพลงอยู่ริมแม่น้ำ
เสียงดีเชียว กังวาน มีลูกคอด้วยนะ
ทำให้บรรยากาศดี๊ดี


เห็นน้องคนนี้แล้วไม่ถ่ายรูปไม่ได้เลย
หน้าของชี represent ประเทศนี้มากๆ


ถนนและทางเดินเลียบแม่น้ำ
ที่กรุงเทพไม่สามารถทำได้
เสียดายจัง


อาคารริมถนน


มองไปที่แม่น้ำหลีเจียง
จะเห็นได้ว่ากุ้ยหลินเป็นเมืองในเขา หรืออีกนัยนึงคือเขาในเมือง

เสร็จจากที่นี่เราก็ไปนั่งรถลงไปที่เมืองหยางซั่ว Yang Shuo
หยาง คือตัวจีนที่มีพระอาทิตย์น่ะ
กวงซี Guang Xi (แสงสว่างทิศตะวันตก) เป็นมณฑล
กุ้ยหลิน Gui Lin (ป่าต้นดอกกุ้ย) เป็นจังหวัด
หยางซั่ว Yang Shuo (แปลว่าอะไรไม่รู้ ลืมดูคำว่าซั่วไป) ก็เป็นเมืองเล็กๆ
ในเขตกุ้ยหลิน ที่ได้ชื่อว่า เป็นเมืองที่สวยที่สุดในกุ้ยหลิน
มีฝรั่งมาพักอยู่มากมาย
ทำให้นึกไปถึงปาย แต่บรรยากาศไม่เหมือนกันหรอก

เรามาหยุดทานข้าวที่เมืองนี้
ก่อนที่จะไปล่องแม่น้ำหลีเจียง
แล้วพรุ่งนี้ค่อยกลับมาที่นี่


เต้าหู้หมูสับ เต้าหู้แข็งนะ ไม่นิ่มเหมือนเต้าหู้หลายๆที่ในบ้านเรา


แกงจืดตือโต๋ว


ปลาต้มเบียร์


ปลาๆให้เห็นชัดๆ เป็นอาหารเด่นของกุ้ยหลินเลยนะ
ก็มีรสชาติหวานเพราะเบียร์ แต่กินแล้วม่ายเมานะ
เพราะเบียร์ในที่นี่เป็นเครื่องปรุงอาหารเท่านั้น


กุ้งทอดพริกไท ทานเพลิน


เต้าหู้ผัดผัก


ไก่กุ๊กๆ ถ่ายมางั้นแต่ไม่เคยกินสักมื้อ


ซี่โครงหมูราดซอส


ผัดผัก เย้ ชอบง่ะ


ของหวานจานนี้เลิฟเลิฟ
หมั่นโถวนึ่ง และหมั่นโถวทอดจิ้มนมข้นหวาน
อร่อยสุดยอดดด


บนถนนในหยางซั่ว เดี๋ยวกลับมาใหม่ พรุ่งนี้


เตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัว
ทัวร์แจกขนมทั้งวันเลย แต่ไม่ได้กินสักที
ท้องไม่ค่อยดี


จะไปล่องเรือกันละนะ ในแม่น้ำนี่แหละ


บนถนนหนทางที่จะไปล่องเรือ


ถึงท่าเรือแล้ว แม่ค้าก็มารอแล้ว

พ่อค้าแม่ขายนี่เป็นของคู่กับสถานที่ท่องเที่ยวจริงๆ

การล่องเรือในแม่น้ำหลีเจียงเป็นทริปบังคับของกุ้ยหลิน
ภูเขาในกุ้ยหลินมีลักษณะเป็นแท่งๆขึ้นไป
ในเมืองหยางซั่ว ภูเขานี้ก็นับได้มากกว่า 30,000 ลูก
เขาว่ากันว่าเมื่อหลายล้านปีก่อน กุ้ยหลินเคยอยู่ใต้ทะเลมาก่อน
แล้วด้วยการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ
ทำให้แผ่นดินถูกดันขึ้นเป็นภูเขาสูง
เราก็จินตนาการไปว่าถ้าถูเขาพวกนี้อยู่ใต้ทะเล
ก็ต้องเป็นทะเลที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนเอาซะมากๆแน่ๆ


ถ่ายกับเพื่อนคุณแม่สุดวัยรุ่น











วิว วิ้ว วิว
ล่องเรือที่นี่บรรยากาศดีจริงๆนะ

เมื่อล่องเรือเสร็จเราก็ไปกันต่อ
เย็นนี้เราจะไปนอนที่โรงแรมที่อยู่ติดทางเข้าถ้ำปลา
ซึ่งเป็นถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย
ซึ่งอยู่ในเมืองลี่ผู่ ที่ออกจะกันดารนิดนึง





วิวข้างถนน


วิวในถนน

แล้วก็มาถึงโรงแรมในเวลาเย็นๆ
เดี๋ยวก็ทานข้าวอีกแล้ว
บ่ายนี้ยังไม่ได้ออกกำลังยืดเส้นยืดสายเรย


วิวห้องนอน ห้องนอนจริงโทรมกว่านี้
แล้วหน้าต่างก็ติดเขาอีกต่างหาก
แต่ก็พอยอมรับได้ เพราะแถวนี้ไม่ค่อยมีอะไรเลยจริงๆ
จะไปเอาโรงแรมห้าดาวมาจากไหน


น้ำแข็งใส่จานมา


ผัดหน่อไม้


ปลา


ปลาทอด


เผือกกับหมู


เผือกบดไส้ฟักทองทอด อร่อยดีแฮะ


ผัดผัก โอ้ย ถูกจุย


แกงจืดอีกละจ้า


เผือกราดแบะแซ โอ้ย ชอบบบบบ

เมื่อกินเสร็จแล้วเราก็กลับเข้าห้อง
เพื่อรอสองทุ่มไปดูการแสดงแบบชาวบ้านๆในโรงแรม


กุญแจห้อง งงล่ะเซ่ว่าใช้ยังไง
ที่ลูกบิดจะมีช่องให้เสียบแผ่นกุญแจนี่เข้าไป
แล้วถึงจะเปิดประตูได้
แต่เราก็งงว่า แล้วมันง่ายๆอย่างนี้มันจะใช้ได้กับห้องอื่นด้วยป่าวหว่า


เต้นรำจีนกระทบไม้แบบบ้านๆ
ไม่มีอะไรประทับใจจอร์จเท่าไหร่

ส่วนพรุ่งนี้เข้าสูตร 7-8-9
ก็คงได้นอนตีหนึ่งตีสองเหมือนเดิม