Gui Lin กุ้ยหลิน วันที่ ๔
ถ้ำฝงหยู(ถ้ำปลา) – ถ้ำเงิน – หยางซั่ว

เมื่อคืนนอนตอนตีหนึ่ง
แต่โชคดีที่วันนี้ตื่นเจ็ดโมงได้
แม้ว่าจะรู้สึกนอนไม่ค่อยสบายก็เหอะ



อาหารเช้า มีแต่แป้ง ไม่รู้จะกินอะไรเหมือนกัน
แต่ปรกติอาหารเช้าก็ไม่ค่อยได้กินอยู่แล้ว


ลาแล้ว โรงแรมอะไรหว่า จำชื่อไม่ได้


แล้วเราก็เดินไปถ้ำปลาที่อยู่ติดกับโรงแรมกัน


เข้าถ้ำกัน


เข้าไปในถ้ำแล้ว จะมีหินงอกที่มีชื่อเสียงอันหนึ่ง
มีลักษณะเป็นเสาเรียวๆสูงๆอย่างที่เห็น


เดินไปตามทางเดิน


หินงอกที่นี่ขยันกว่าหินย้อยนะเนี่ย


อะ หินย้อยน้อยใจ ย้อยให้ดูใหญ่เลย


แล้วก็เดินต่อไป เพดานถ้ำสูงทีเดียว


แต่ตรงส่วนนี้จะเป็นส่วนห้องโถงที่มีความใหญ่โตมโหฬารมากๆๆๆๆๆ


เพดานข้างบนเนี่ย เห็นในรูปดูใกล้แต่จริงๆมันสูงเป็นตึกสิบชั้นเลย
แล้วตรงที่เรายืนมันก็ลึกลงไปอีกเป็นความลึกเท่าตึกเป็นสิบชั้นเช่นกัน
ใหญ่มวากกกกกกกกก


จากตรงที่ยืนมองขึ้นไปด้านบนด้านที่เดินบันไดลงมา


พอออกมาจากโถงมโหฬารนั่นก็เดินผ่านเข้าไปห้องแคบๆ


เดินๆไปก็จะมีทางน้ำในถ้ำด้วย
จริงๆแล้วถ้ำนี้สามารถล่องเรือชมได้เหมือนกัน
แต่วันที่ไประดับน้ำขึ้นสูง
จึงไม่ทำให้ล่องเรือได้ตลอดสาย


มีร้านกาแฟอยู่กลางถ้ำด้วยง่า


ออกมารอนั่งรถไฟเล่นๆ
ก็เจอแมวแม้วแมว
ทริปเราขาดรูปแมวไม่ได้เลย


นั่งรถไฟดีกั่ว


แล้วรถไฟรางเดียวก็คลานเอื่อยๆมาปล่อยเราลงตรงสะพานนึง
ที่มีวิวเช่นนี้

 


มองกลับไปที่สถานีรถไฟ


ข้ามสะพานมาหม่ำแห้วที่อาม่านั่งขายอยู่ อร่อยดี ชิ้นโต


แล้วก็เผือก
จืดๆ


โฉมหน้าหนึ่งในสองอาม่าที่รับทรัพย์อื้อ
เพราะลูกทัวร์ช่วยซื้อกันใหญ่
(ไม้ละหยวนอะ ช่วยๆไปเถอะ)


โฉมหน้าสะพาน
และลูกทัวร์ที่กำลังสงสัยตัวเองว่า มาทำไม


โฉมหน้ารถไฟกระป๋อง

แล้วก็เดินทางต่อดีกว่า
กลับไปที่โรงแรมเพื่อเตรียมเสบียงไว้เลี้ยงพุงมื้อกลางวัน


แกงจืดเห็ด


ผัดหอยจุ๊บ


ปลาดุกอะไรสักอย่าง
เนื้อใช้ได้


หมูสามชั้น ขอบาย


เป็ด


ผัดปลาหมึก


มะเขืออะไรสักอย่าง เห็นเขาว่าอร่อยกัน


ปลาไหลกะทะร้อน


บรรยากาศแถวๆถ้ำเงิน


เข้าคิวรอเข้าถ้ำ








พวกนี้คือหินย้อยขนาดใหญ่ทั้งนั้น


เทียบสเกลกับคนได้




สวยดีจริงๆนะ สมกับได้ชื่อว่าเป็นถ้ำที่สวยที่สุดในกุ้ยหลิน


ออกมาก็เจอแม่ค้าอีกแล้ว

แล้วเราก็นั่งรถมาถึงหยางซั่ว
ที่เราถ่อมาเพื่อที่ตั้งใจจะมาดู Impression Liu San Jie
ที่สร้างโดยเฮียจางอี้โหมว
แต่ด้วยความที่ช่วงนี้ฝนตกหนัก เวทีน้ำท่วม
เลยอดดูซะงั้น ฮ่วย!
ก็เลยเหลือแต่โปรแกรมชอปปิ้งบนถนนฝรั่ง
หรือถนนข้าวสารแห่งหยางซั่วนี่เอง


มาถึงโรงแรมแล้ว
เช็คอิน เข้าห้องพัก แล้วไปเดินเล่นดีกว่า





ถนนหนทาง

ผ่านรถเข็นขายขนม
ข้องใจมาก เลยซื้อมากินดูในราคา 3 หยวน
ตอนหลังถึงเข้าใจว่ามันเป็นขนมโอทอปที่นี่เลย
ประกอบไปด้วย Lotus Seed Custard ที่เป็นเหมือนวุ้นๆแป้งเปียก
ถั่ว ลูกเกด เก๋ากี้ งาดำ ซันจา





เวลาทานก็คนๆทุกอย่างให้เข้ากัน
แล้วก็กินซะ
อร่อยกว่าที่คิดเยอะเลยแฮะ



อีกอย่างที่ชิมก็คือซุปงาดำ





ถนนข้าวสารแห่งเหมืองหยางซั่ว


อีกอย่างหนึ่งที่อยากชิมแต่เดี๋ยวทานมื้อเย็นไม่ลง
คล้ายๆเครปเลย


เจอแมวแง้วอีกแง้ว


ขนมอะไรหว่า


ของกินอะไรไม่รู้ เป็นโอ่งๆ


ข้าวอบง่ะ อยากกิน


วิวถนนหน้าโรงแรม

อาหารเย็นๆ


กุ้งทอดราดซอส

แล้วน้องมะเมื่อมก็แบตหมด
น้องมิดหมีก็อยู่ในห้อง เงิ้ก
เลยไม่ได้ถ่ายรูปละ

ทานอาหารเย็นเสร็จก็ไปเดินถนนฝรั่งอีก
จนสามทุ่มก็กลับมาพักขาดีกว่า

พรุ่งนี้ 6-7-8 อีกแล้ว

 

 

Gui Lin กุ้ยหลิน วันที่ ๕

Gui Lin กุ้ยหลิน วันที่ ๕
หยางซั่ว – เมืองลับแล – กุ้ยหลิน – กรุงเทพ

หลังจากที่เมื่อคืนอกหักจากหลิวซันเจี่ย
(แต่ได้รองเท้าใหม่มาแทน เอิ๊ก)
ก็ถึงเวลากลับกุ้ยหลิน และกลับบ้านเรา รักรออยู่


อาหารเช้าที่ตักมาเหมือนอาหารไหว้เจ้า เอิ๊ก

เราไปกันที่เมืองลับแล ซึ่งเป็นเมืองจำลองก่อน
ตามตำนาน เขาว่ากันว่ามีปราชญ์คนหนึ่ง เบื่อระบบราชการ
ก็เลยเข้าป่าไป แล้วดันไปเจอเมืองๆนี้
ก็อยู่ด้วยความสุขตลอดมา
สิบปีผ่านไป คิดถึงบ้าน ก็เลยจะกลับ
คนในเมืองก็บอกว่า ถ้าออกไปแล้วไม่สามารถจะกลับเข้ามาได้
ปราชญ์ก็ไม่เชื่อ พอออกไปก็ทำเครื่องหมายเป็นระยะๆ
เพื่อที่จะได้กลับมาอีก
พอกลับไปก็ไปชักชวนคนอื่นให้มาที่เมืองลับแล
แต่เมื่อเดินทางกลับมาอย่างไร ก็ไม่เจอเมืองนี้อีกเลย


ห้อยๆนี่เกือบซื้อแล้ว
แต่นึกไม่ออกว่าจะเอาไปแขวนไว้ไหน


พาไปล่องเรือ


ไปตรงไหนก็เห็นภูเขาสลับซับซ้อน


ล่องไปล่องมา เจอคนป่า


ล่ำดีด้วย แฮ่ม…


ลงเรือมา เดินไปทางอื่นมั่ง
บนอาคารนี้ ชั้นสอง จะมีผู้หญิงคนนึงแจกไอที่ห้อยๆอันเล็กๆให้กับคนเดินผ่านไปมา


รอกันให้ตรึม


แย่งกันนัวเนีย
เราไม่เอาล่ะ ซื้อเอาดีกว่า


อีกมุมนึง
จริงๆที่นี่ก็ไม่ค่อยมีอะไร
มาเดินชิวๆแค่นี้เอง
ส่วนตัวแล้วเราเฉยๆกับเมืองจำลองนี้นะ
เราก็ไม่เคยไปเมืองโบราณ แต่เราว่าน่าจะมีอะไรให้ดูมากกว่ากันเยอะเลย


กลับกุ้ยหลินละ


ระหว่างทาง


มื้อกลางวันมื้อสุดท้าย สุกี้เห็ด
ที่คนไทยพากันเรียกร้องหาน้ำจิ้มสุกี้
ที่เราชิมแล้วรู้สึกว่า มันไม่เห็นจะเข้ากับสุกี้อันนี้เลยสักนิดเดียว


สารพัด ของโปรดๆ


กุ้งนี่ก็ของโปรด แกะกินเพลินเลย


เผือกบดทอด
ก็โอเค แต่ไม่ค่อยชอบอาหารหนักท้องเท่าไหร่


คล้ายๆบ๊ะจ่างทอด
กินไปครึ่งชิ้น


ของโปรดมาอีกแล้ว
แห้วราดแบะแซ


แล้วผัดผักของโปรดก็มา


แล้วก็ปลา คราวนี้ก้างน้อย


บัวลอยงาดำงาขาว
ของโปรดอีกแว้ว


งาไม่บดด้วยนะ


แล้วก็ไปที่เขางวงช้าง
ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกุ้ยหลิน


วิวระหว่างทางเดิน


ดอกไม้ระหว่างทางเดิน


แล้วบ่ายๆก็ไปชอปปิ้งกัน
คงไม่ต้องถ่ายตอนชอปปิ้งเนาะ

สรุปทริป
ใครชอบภูเขา ถ้ำ แม่น้ำ อย่าลืมมากุ้ยหลิน
แต่ถ้าจะแสวงหาความตื่นตาตื่นใจ
เรายังไม่เห็น นอกจากการแสดงโชว์ Dream Link Li Jiang
และ Liu San Jie ที่อดดู
ถ้าใครถามว่า ไปเมืองจีน ไปไหนก่อนดี
เราก็ยังแนะนำที่จิ่วไจ้โกวก่อนอยู่ดี
เพราะทัวร์ค่อนข้างมีครบทุกรสชาติ
ห้องน้ำดีสูงสุดไปถึงคืนสู่สามัญ
อาหารบ้านๆไปจนอาหารหรูตระการลิ้น
และธรรมชาติที่สีสันมันแสบทรวง สวยสะดุดตา
แต่ถ้าเป็นกุ้ยหลินแล้ว
จะเปรียบเป็นความสวยแบบที่หวือหวาน้อยกว่ากันเยอะ
ซึ่งมันก็เป็นธรรมชาติอีกแบบ
ที่ถ้าได้มาดู ก็นับว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้รู้จักเมืองจีนให้มากขึ้นอีกหน่อย