กุ้ยหลินอีกแล้ว (2)

เมื่อวาน ฉี่หลายตัน
คนจีนเขาเรียกโรงแรม เชอราตัน อย่างนี้ จริงๆนะ
และพอเรารู้ปั๊บ เราก็จำฝังหัวเลย ทีนี้ เห็นเชอราตันที่ไหน
ก็นึกเป็นชื่อ ฉี่หลายตัน ก่อนทุกที

คนมาเที่ยวกุ้ยหลิน ก็มักจะเที่ยวอยู่สามรูปแบบ นั่นคือ ถ้ำ น้ำ และ ชนเผ่า
จริงๆเมื่อวานนี้เป็นที่เที่ยวแบบข้อใดไม่เข้าพวก แต่ก็ต้องไป ไม่ไปเหมือนมาไม่ถึง
วันนี้ จะพาไปลงเรือกัน

แต่ก่อนลงเรือ เขาก็พาไปที่ๆเขาเรียกว่า เมืองลับแล กันก่อน
ประมาณว่าเป็นเมืองจำลองให้ดูชนเผ่าแถวนั้นว่าเขาแต่งตัวยังไง อะไรเงี้ย
อารมณ์ประมาณตลาดน้ำสี่ภาค ก็ไม่ค่อยอินเท่าไหร่

ไปเที่ยวกุ้ยหลินคราวนี้
เหมือนหนีร้อนไปพึ่งร้อนกว่า
เมืองไทยว่าร้อนแล้ว เมืองจีนยังร้อนได้อีก แดดแจ๋เปรี้ยงๆด้วย
แต่จริงๆเราชอบนะ ดีกว่าเที่ยวแล้วฝนตกก็ละกัน

อะ ไปดูรูปที่เมืองลับแลกันดีกว่า

นักท่องเที่ยว มารับลูกจ้วง ที่สตาฟจะโยนให้

ลูกจ้วงนี้มีที่มา ที่อาจจะยังไม่เคยเล่าในทริปที่แล้ว(มั้ง)
มีลักษณะเป็นลูกผ้าแล้วมีพู่ไหมห้อยๆเหมือนในรูปข้างบนนี้แหละ
ไซส์เล็กบ้างใหญ่บ้าง
มีตำนานมาว่า มีหญิงสาวซ้วยสวยอยู่คนนึง รักกับไอหนุ่มบ้านเดียวกัน
ทีนี้ มีตัวโกงมาเจอหญิงสาว ก็ปิ๊งไปตามระเบียบ
แล้วก็เกลี้ยกล่อมให้หญิงสาวมาคบหาด้วย
สาวเจ้าอย่างไรก็ไม่ยอม ตัวโกงก็เลยโกรธ และหาวิธีทำให้ไอหนุ่มถูกกำจัด
สุดท้าย ไอหนุ่มต้องเข้าซังเตไปรอวันโดนประหาร
หญิงสาวจึงเสียอกเสียใจร้องไห้เป็นเผาเต่าจนตาบอด
แล้วก็คิดจะมอบของขวัญให้ไอหนุ่มก่อนไอหนุ่มจะตาย
จึงได้ปักลูกจ้วงเพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนความรักอมตะนิรันดร์กาลให้ไอหนุ่ม
แต่เพราะตาบอด ปักไปปักมา เลือดก็ออก ทำให้ลูกจ้วงทั้งลูกกลายเป็นสีแดงฉาน
(นิทานมันซาดิสม์ๆเนอะ ว่าปะ?)
แล้วก็จึงเอาไปให้ไอหนุ่มในซังเต
พอไอหนุ่มเห็นลูกจ้วงและสภาพของคนรัก ก็ได้ร้องไห้เสียอกเสียใจกันใหญ่
ในนาทีนั้น สวรรค์ก็เกิดมีตา สอดส่องลงมายังโลกเจอเรื่องราวของสองคนนี้พอดี
(ณ นาทีนี้ สวรรค์อาจจะใช้เฟซบุคแทน)
จึงได้เห็นใจทั้งคู่ และรับทั้งคู่ลอยขึ้นมาสู่ประตูสวรรค์ กลายเป็นเทวดานางฟ้ากันไป
แฮปปี้เอนดิ้ง ลั้นลา

จากนั้น ลูกจ้วงจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของชนเผ่าหนึ่งในกุ้ยหลิน
โดยหญิงสาวจะเป็นผู้ทำลูกจ้วงขึ้นมาแล้วนำไปมอบให้ชายอันเป็นที่รัก เป็นการบอกรัก
โดยลูกจ้วงจะถูกปักเย็บขึ้นอย่างสุดฝีมือ
เพราะมันหมายถึงเรซูเม่ที่นำไปเสนอทางบ้านของฝ่ายชายทั้งหมดด้วย

แล้วก็มีมาสาธิตทอผ้า

ลงเรือขำๆ ซ้อมก่อนลงเรือจริง

แอบเห็นวิวกุ้ยหลิน ภูเขารูปกรวยล้อมรอบตัวเราไปทั้ง 360 องศา

วิวกุ้ยหลิน พัดสเปน กระเป๋าฝรั่งเศส คนหมวยกรุงเทพ

เมืองนี้มีดีที่หม้อไฟสารพัดเห็ด
สิ่งหนึ่งที่มักจะอร่อยที่เมืองจีนก็คือ พวกบรรดาซุป นี่แหละ

เห็ดแยะเลย ชอบ น้ำซุปหอม หวาน อาหย่อย ^^
ขอบคุณวีคเอนด์ทัวร์ที่พาไปนะก๊ะ (โฆษณาแฝง)

ปลาปลา

อิ่มแล้วก็ไปลงเรือดูวิวเทือกเขากรวยกันดีกว่า (ตั้งชื่อเอง)

มีคนมาพรีเวดริมน้ำด้วยอะ เก๋เนาะ

หม่อมมี้ดิฉันถ่ายรูปได้ดีๆหลายๆรูปเลย กล้องนี้ถ่ายง่ายขึ้นด้วยแหละ

จริงๆเนี่ย เราออกปลื้มภูเขากุ้ยหลินมากกว่าตอนมาครั้งแรกนะ
ครั้งนี้ดูไปดูมา มันก็น่าอัศจรรย์ใจอยู่
ถึงแม้ว่าวิวมันจะไม่ดราม่าขนาดที่จางเจียเจี้ย
แต่มันก็สวย และน่ารักอะ ดูวิวได้เพลินๆเลย

เอาเท้าจุ่มน้ำ โต้ลม จะชิลไปไหน
(สาหร่ายลอยมาติดเท้าเป็นระยะ ให้พอรู้สึกว่าช่างเป็นน้ำใสสะอาดสมบูรณ์)

นั่งเอาเท้าแช่น้ำกันเป็นแถบๆ

แช่เสร็จแล้ว (กางเกงอย่างแฉะ)

แล้วเราก็เข้าเมืองหยางซั่วกัน
ไปเดินถนนฝรั่งเหมือนเดิม
ถนนข้าวสาร สีลม บ้านเรา ดีๆนี่แหละ
(แต่บรรยากาศชิลกว่า)

ที่นี่ฝรั่งแยะล่ะ

ที่อื่นวาดรูปเหมือน ที่นี่ปั้นหัวเหมือน

ถ่ายตอนเขากำลังปั้นแว่นอยู่ อุตสาหะมาก

นี่ก็ทอผ้าอีกละ กลัวไม่รู้ว่าทำมือ
(สอยมาผืนนึง จ๋วยๆ ราคาไม่แพงเลย)

แอบมีมุมน่ารักๆด้วย

จริงๆแล้ว ที่หยางซั่วเฟื่องฟูเรื่องการท่องเที่ยวเป็นเมืองปายอย่างนี้
ไม่ใช่เพราะอะไรไปมากกว่า เป็นเมืองที่การแสดงระดับประเทศชุดหนึ่ง
มาใช้ที่นี่เป็นฉากธรรมชาติในการแสดง
อิมเพรสชั่น หลิวซานเจี่ย Impression Liu Sanjie – 印象刘三姐
กำกับการแสดงโดย จางอี้โหมว นั่นเอง
ซึ่งเป็นการแสดงแบบนี้เป็นที่แรกในเมืองจีน
และตอนที่ การแสดงก็ได้มีถึง 4 ชุดทั่วเมืองจีน
ซึ่งฉาก มุข อะไรก็เปลี่ยนไปตามภูมิประเทศตรงนั้น
แต่มีจุดร่วมกันนั่นก็คือ ใช้ธรรมชาติเป็นฉากในการแสดง
และต้องอลังการงานสร้างในแบบฉบับยิ่งใหญ่แบบคนจีน และพี่โหมว เท่านั้น

เอารูปมาให้ดูเป็นแค่น้ำจิ้มนะ
ไม่อยากสปอยล์ทั้งหมด
บอกได้แค่ว่า อลังการและคุ้มค่าตั๋ว แน่นอน