เยอรมัน – เช็ค วันที่ ๒
๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๐
เบอร์ลิน
Berlin, Germany

วันนี้รูปจะมากที่สุดในทริปแล้ว
โหลดหนัก โปรดทำใจ

วันนี้มาดูแผนที่กันก่อน
สำหรับวันนี้ไม่มีการเดินทางไปต่างเมือง
จึงได้อยู่แต่ในกรุงเบอร์ลิน ที่ในแผนที่เป็นหมายเลข 1 เท่านั้น

กรุงเบอร์ลินในตอน 7 โมงเช้า
ต้อนรับเราด้วยความครึ้มฟ้าครึ้มฝนอย่างที่เห็นจากหน้าต่างห้องอย่างนี้ล่ะ

อาหารเช้าวันนี้

วิวหน้าโรงแรม เบอร์ลินตอนนี้เป็นอะไรไม่รู้ ก่อสร้างใหม่ทั้งเมืองเลย

8 โมงครึ่งล้อรถโค้ชก็เริ่มหมุนไปที่กำแพงเบอร์ลิน

อาคารบ้านเรือนในเบอร์ลินตะวันออกที่เคยถูกปกครองด้วยรัสเซีย

ถึงแล้ว กำแพงเบอร์ลิน
ใครที่คิดว่าจะเป็นกำแพงใหญ่ๆก็คงต้องผิดหวัง
เพราะมันเป็นแค่แผ่นซีเมนต์สูงประมาณสี่เมตรมาต่อๆกัน
วางข้างบนด้วยท่อ เท่านั้นเอง
ตอนนี้กำแพงร่วมร้อยกิโลเมตรถูกรื้อทิ้งให้คงเหลือเป็นอนุสรณ์เพียง 1.3 กิโลเมตรเท่านั้น

มีศิลปินจากหลากหลายที่มาช่วยกันระบายสีกำแพง
จากที่เคยเป็นสีเทาๆทึมๆ ก็กลบความหม่นหมองด้วยศิลปะสมัยใหม่
กำแพงนี้แบ่งเมืองเบอร์ลินเป็นสองส่วนเป็นเวลาเกือบสามสิบปี
แม้ว่ามันจะเป็นกำแพงธรรมดา ดูไม่ได้มีอะไรยิ่งใหญ่สมกับประวัติศาสตร์ของมัน
แต่มันก็เป็นสัญลักษณ์ที่ทำให้เห็นว่า ความไม่เมคเซนส์ของอำนาจการปกครอง
ทำให้เมืองๆหนึ่งที่แทนที่จะเป็นเมืองเดียวกัน
ก็กลับต้องแบ่งเป็นสองส่วนในชั่วข้ามคืน
คนไม่สามารถกลับบ้านที่อยู่อีกฝั่งได้
เป็นความหมายของการแตกแยกและแพ้พ่ายทางอำนาจ
ที่ผลกระทบก็ตกอยู่กับชาวเมือง หาใช่คนที่กุมอำนาจนั้นไม่

ใครที่นึกว่ากำแพงเบอร์ลินจะปีนง่ายๆ คิดใหม่ได้เลย
เพราะกำแพงมีสองชั้น ถ้าใครปีนชั้นแรกได้แล้วก็มักจะโดนยิงตายในช่องนี้แหละ
แล้วถ้ารอดจากช่องนี้ได้ ก็ต้องว่ายน้ำข้ามแม่น้ำไปอีก

ยืนเทียบสเกลกับกำแพง

แม่น้ำ Spree ที่ตรงส่วนนี้อยู่ด้านหลังกำแพงเบอร์ลินเดิม

ดูเสร็จก็กลับเข้ามาในเมืองฝั่งตะวันออกอีกครั้งหนึ่ง

แล้วเราก็มาที่วิหารหลวง ที่เมื่อวานนั่งรถผ่าน
ก็เลยแง้วๆขอให้ทัวร์แวะให้หน่อย

โบสถ์นี้มีชื่อว่า Berliner Dom หรือ Berlin Cathedral
มีอายุเพียง 200 ปีเท่านั้น สร้างในราวปี 1895 – 1905
สร้างขึ้นมาทับของเดิมซึ่งเป็นสไตล์บาร็อกซึ่งสร้างเมื่อมี 1747
หลังจากที่โดนบึ้มจากสงครามโลกครั้งที่สองไปจนพรุน
จึงต้องมีการการบูรณะขึ้นซึ่งเริ่มต้นในปี 1975 และเมื่อปี 1993 โบสถ์นี้จึงได้เปิดใช้งานอีกครั้งหนึ่ง

ด้านหน้าของโบสถ์เป็นสวนสาธารณะที่มีประติมากรรมสไตล์ fat lady ที่โด่งดัง ตั้งเรียงรายอยู่

จากนั้น ทัวร์ก็พาเราเดินทางต่อไปที่จุดต่อของเบอร์ลินตะวันตกและตะวันออก

ระหว่างทาง

บ้านเมืองสะอาดดูดี มีธรรมชาติ จริงๆ

Checkpoint Charlie
คือชื่อจุดตรวจสอบเพื่อที่จะผ่านเข้าออกระหว่างเบอร์ลินตะวันตกกับตะวันออก
ในช่วงสมัยสงครามเย็นของอเมริกาและรัสเซีย
ไม่ใช่ว่าใครเข้าใครออกที่จุดนี้ได้ง่ายๆ และเป็นจุดเดียวที่เปิดในเส้นทางของกำแพงเบอร์ลิน
ใช้เพื่อชาวต่างชาติและกำลังฝั่งพันธมิตรเท่านั้น
ไม่ได้อนุญาตให้ประชากรฝั่งเบอร์ลินตะวันออกและตะวันตกข้ามไปมาอย่างอิสระ

Checkpoint Charlie นี้กลายเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของสงครามเย็น
หลังจากที่สงครามโลกครั้งที่สองจบลงแล้ว
เบอร์ลินถูกแบ่งเป็น 4 ส่วน
ผู้ที่รับส่วนแบ่งก็คือผู้ที่อยู่ฝ่ายชนะสงคราม ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส อเมริกา และรัสเซีย
แต่เนื่องจากผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่งที่เกิดขึ้นกับอังกฤษและฝรั่งเศส
ไม่ว่าจะเป็นความบอบช้ำหรือผลกระทบทางเศรษฐกิจในระหว่างสงครามครั้งที่หนึ่ง
อังกฤษกับฝรั่งเศสจึงได้พิจารณายกส่วนของตัวเองไว้ในครอบครองของอเมริกา
ดังนั้น จึงได้แบ่งการปกครองเบอร์ลินออกเป็นสองฝั่ง
คือฝั่งเบอร์ลินตะวันตก ปกครองโดยชนชาติประชาธิปไตย คือ สหรัฐอเมริกา
ฝั่งเบอร์ลินตะวันออก ปกครองโดยชนชาติคอมมิวนิสต์ คือ รัสเซีย

ชมกันเป็นที่พอใจแล้วเราก็เดินทางต่อไปยังประตูชัย Brandenburg Gate
ซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์กที่สำคัญที่หนึ่งของเยอรมนี
แม้กระทั่งเหรียญยูโรบางอัน ยังมีรูปประตูชัยนี้ปรากฏอยู่เลย

Berlin Bear เราจะพบเห็นได้ทั่วไปในเบอร์ลิน
เป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้

หมีจะถูกตกแต่งไปตามเรื่องตามราว
แล้วแต่ว่าเจ้าของกิจการหรือสถานที่นั้นๆต้องการเป็นแบบไหน
ซึ่งเราว่ามันก็น่าสนุกดีเหมือนกัน
ถ้ามีเวลาหนึ่งวันเดินหาหมีในเบอร์ลินให้ได้เยอะที่สุด

พอดีวันที่ไปมีสไตรค์ของพวกที่ทำงานคมนาคม
เขาก็เดินขบวนกัน

อนุสรณ์รำลึกชาวยิวที่ถูกฆาตกรรมไปในยุโรปเมื่อสงครามโลกครั้งที่สอง
โดยสถาปนิกชื่อดัง Peter Eisenman
สร้างเมื่อปี 2003 และเสร็จในปลายปี 2004

อะ เรามาถึงประตู Brandenburg กันแล้ว

ประตูนี้สำคัญอย่างไร ก็เป็นประตูเมืองเก่า และเป็นสัญลักษณ์แห่งกรุงเบอร์ลิน

แล้วเราก็ไปดูวังชาร์ล็อตต์หรือ Schloss Charlottenburg
ซึ่งเป็นวังที่ใหญ่ที่สุดที่ยังมีอยู่ในเบอร์ลินกันต่อ
ในนั้นไม่ให้ถ่ายรูป
แต่บรรยายได้ว่ามีการตกแต่งเป็นสองแบบใหญ่ๆ
คือร็อกโคโค และ เรเนสซองส์
โดยที่ตัววังเป็นแบบบาร็อก

โซฟี ชาร์ล็อตต์ ผู้เป็นที่มาของชื่อวังนี้
เป็นมเหสีในพระเจ้า Friedrich ที่ 3
ซึ่งต่อมาเป็นกษัตริย์แห่งปรัสเซีย (ก่อนที่จะเป็นเยอรมนี)
ในตอนหลังกษัตริย์เฟดดริกที่ 3 ได้ไปมีวังไกลกังวล ซองซูซี่
ที่ได้ดูไปแล้วเมื่อวาน อยู่ที่ Potsdam
และได้ใช้เวลาอยู่ที่วังนั้น มากกว่าที่นี่ นับแต่นั้นเป็นต้นมา

วังชาร์ล็อตเตนเบิร์กนี้
เช่นเดียวกับสถานที่สำคัญหลายแห่งในเยอรมนี
ที่ถูกระเบิดในสงครามโลกจนเสียหายหลายแสน
ก็ได้ถูกบูรณะใหม่ขึ้นมาในปี 1945

เมื่อชมวังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ทัวร์ก็พาเราชมเมือง
ไปดูสถานที่ราชการในเบอร์ลิน
ดูซิ ต่างกับของคนไทยขนาดไหน

มื้อกลางวัน เรามาทานขาหมูเยอรมันกันที่ร้าน(ที่เขาว่า)ชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเบอร์ลิน

บรรยากาศดูดี ที่นี่จะมีขนมปังวางที่โต๊ะเอาไว้ทานก่อน หรือทานกับซุปก็ได้

มาแล้ว พระเอก
เห็นแล้ว เอาไงดีหว่า ตูไม่กินขาหมู
แต่ไหนๆก็ไหนๆ ก็เลยแงะเอาเนื้อข้างในออกมาทานแทน
แต่หนังมันๆที่เขาว่ามันอร่อยๆด้านบนก็ต้องละไว้
ก็นุ่มดี ใช้ได้
ที่นี่อาหารมักจะมาคู่กับมันฝรั่งอบหรือบด และซาวร์คลาว
หรือกะหล่ำปลีดอง ล่ะมั้ง
เพื่อแก้เลี่ยนจากขาหมูและเนื้อสัตว์อื่นๆ

ของหวานเป็นผลไม้ในน้ำเชื่อม
งั้นๆ

ทานเสร็จก็เดินย่อยเพื่อจะต้องไปที่รถที่จอดอยู่ไกลออกไปก็ถาย
ก็เลยถ่ายรูประหว่างทางเก็บไปด้วย

โบสถ์ยิว ตอนแรกคิดว่าเป็นสุเหร่า
แต่ไกด์ชาวเยอรมันบอกว่านี่ของยิว ซึ่งแตกต่างกันมาก

และที่สุดท้ายท้ายสุดที่เราจะแวะก่อนอาซ้อจะไปช้อปกระจายในวันนี้ก็คือ
พิพิธภัณฑ์เพอร์กามอน
ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะพิพิธภัณฑ์ในกรุงเบอร์ลินเช่นกันนี่แหละ
เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงศิลปะในตะวันออกกลางเป็นหลัก

พิพิธภัณฑ์นี้มีอะไรดี
พิพิธภัณฑ์นี้สร้างขึ้นในปี 1910 – 1930
เนื่องจากพิพิธภัณฑ์เก่า คือ Bodemuseum นั้น
มีพื้นที่ไม่มากพอที่จะจัดแสดงศิลปะที่เยอรมนีไปขุดไปเอามาจากตะวันออกกลาง
ไม่ว่าจะเป็นศิลปะของ บาบิโลน อุรุก อเชอร์ เมลิทัส พริแอน และอียิปต์
แต่ที่เด่นที่สุดก็คือ วิหาร Pergamon
เป็นวิหารกรีกที่สร้างขึ้นในตุรกีในราว 200 ปีก่อนคริสต์ศักราช
ซึ่งเป็นวิหารที่อุทิศแด่พระเจ้า Zeus

เมื่อตุรกีเปลี่ยนเป็นประเทศมุสลิมแล้ว
ศาสนสถานเหล่านี้ก็กลายเป็นสิ่งไร้ค่าไป
เยอรมนีเห็นความสำคัญของวิหารนี้
จึงไปขอมาจากตุรกี ตุรกีก็บอกว่า ถ้ายกได้ก็เอาไป
วิหารเพอร์กามอนก็เลยเอวังโดนยกมาอยู่ที่นี่ซะงั้น

และยังมีวิหารเก่าและศิลปะสำคัญมากมาย
ที่เยอรมันไปเอามาจากในตะวันออกกลาง
ทั้งที่ยกมาดื้อๆ และสกัดหน้าภูเขายกมา

ความสามารถในการแกะหินให้กลายเป็นผ้า และเนื้อหนังของชาวกรีก

อธินา

เจ้าผู้ครองนครคนใดคนนึงสักอย่าง

ไปเยี่ยมกรุงบาบิโลนกันบ้าง

ไม่น่าเชื่อเลย อารยธรรมยังสดใสเหมือนใหม่เช่นนี้

แบบจำลอง

ของจริง (+ ของทำเติมเต็ม)

ส่วนอันนี้
เป็นภาพแกะสลักบนภูเขา
ตุรกีเขาไม่เอาแล้ว ก็เลยสกัดหิน ยกมาไว้ในเบอร์ลินแทน
ง่ายๆงี้เลย

ชอบพิพิธภัณฑ์นี้
ถ้ามีโอกาสจะแวะมาอีก

ถ่ายหน้าพิพิธภัณฑ์
ตรงนี้เขาเรียกว่าเป็นเกาะพิพิธภัณฑ์
เพราะเป็นพื้นที่ที่มีพิพิธภัณฑ์ทั้งหมด 5 แห่ง
ล้อมรอบด้วยน้ำ อย่างนี้

แป้นแล้น

จบทริปวันนี้ที่บ่ายแก่ๆ
ทัวร์ก็ปล่อยให้เดินชอปปิ้งกัน
พอดีกว่า ที่นัดเจอเป็นโบสถ์เก่าที่น่าสนใจ
ก็เลยถ่ายรูปเอาไว้

โก โก ชอปปิ้ง!

ชอปเสร็จแล้ว กินเครปที่เพิงข้างๆโบสถ์ดีกว่า
แป้งบางนุ่ม ใส่กล้วยกับช็อกโกแลต Nutella อาหย่อย

รอๆๆ

ไปกินข้าว แล้วก็กลับโรงแรมกัน

พรุ่งนี้ก็จะย้ายเมืองแล้ว