เยอรมัน – เช็ค วันที่ ๓
๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๐
เบอร์ลิน – เดรสเดน
Berlin, Germany – Dresden, Germany

วันนี้จะเดินทางไปที่เมืองอื่นบ้างละ

เริ่มจากการมาดูแผนที่กันก่อน
เราจะเดินทางไปจากเบอร์ลิน ซึ่งเป็นจุดที่ 1 ไปสู่เมืองเดรสเดน ที่อยู่ที่จุดที่ 3
และจะค้างอยู่ที่นั่นเป็นเวลา 1 คืน

วันนี้ตอนเช้าของเบอร์ลิน ดูสดใสชัดเจนกว่าเมื่อวานมาก

ลงมารอเตรียมขึ้นรถ
ถ่ายหมีเบอร์ลินในโรงแรม

บ๊ายบาย Park Inn และส้วมซีทรู^^’

ระหว่างทางที่ล้อหมุน

ถึงแล้ว เดรสเดน

เดรสเดนเป็นเมืองที่มีประวัติยาวนานแห่งหนึ่งของเยอรมนี
มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 4 รองจากเบอร์ลิน, ฮัมเบริก, และโคโลญจ์
มีแม่น้ำประจำเมืองคือแม่น้ำเอลเบ้ Elbe
เป็นแหล่งที่เริ่มตั้งแต่สมัย Neolithic คือ 7500 ปีก่อนคริสตศักราช
เมื่อช่วง 300-400 ปีที่ผ่านมา เป็นแคว้นที่ปกครองโดยราชวงศ์ Saxony
ในสมัยกษัตริย์ Frederick Augustus ที่ 1
พระองค์ได้รวบรวมเอาศิลปินในด้านต่างๆเข้ามาที่เดรสเดน
ได้สร้างงานศิลปะไว้มากมาย
เดรสเดนจึงเป็นเมืองที่ไม่เพียงแต่เคยเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจ
ในเรื่องยานยนต์ การธนาคาร กล้อง และเครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์เท่านั้น
เดรสเดนยังเป็นศูนย์กลางของศิลปะยุโรปใหม่จนมาถึงปี 1933 ด้วย
ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1945 เมืองเดรสเดนก็ได้โดนระเบิดจากฝ่ายพันธมิตร
ในสงครามโลกครั้งที่สองอย่างมากมายจนเสียหายไปหลายแสน
ก็บูรณะกันไปตามระเบียบเยอรมนีอีก
จนในปี 2004 ยูเนสโกได้ประกาศให้บริเวณแถบลุ่มแม่น้ำเอลเบ้ เดรสเดน เป็นมรดกโลกเป็นต้นมา

กลับมาดูคนไทย โดนอะไรก็น้อยกว่าเขา
แต่เจริญไม่เท่าเขาสักที ^^”
แล้วก็คงจะเป็นวิถีไทยๆแบบนี้ไปเรื่อยๆกระมัง

อากาศเย็นเชียว

พิพิธภัณฑ์แสดงศิลปะแบบบาวาเรียน
ละเอียดมากกกกกกกกกกกก
ใครว่าช่างไทยวิจิตรบรรจงที่สุด
เถียงขาดใจ
คนอะไรก็วิจิตรบรรจงได้ถ้าตั้งใจทำ
ของที่นี่สวยงามบรรจงทุกชิ้น น่าประทับใจมาก

กินข้าวกลางวันกันดีกว่า
ร้านนี้ล่ะ

ลงมาชั้นใต้ดิน
เขาตกแต่งเป็นถ้ำสมัยก่อน
สาวเสิร์ฟใส่ชุดย้อนยุค

ขนมปัง แบบหนึ่งเปรี้ยวแบบหนึ่งธรรมดา

ซุปข้นผัก

ไส้กรอกเยอรมันที่รอคอย
พร้อมมันบดนุ่มๆ
ซาวร์คลาวรสกลมกล่อมกว่าที่อื่น

ของหวาน เป็นไอศกรีมโฮมเมดโรยผงมะพร้าว
หย่อยดี

บรรยากาศในร้านอีกส่วนหนึ่ง
เขาทำดีอะ รักษา theme ไว้ได้ทุกซอกทุกมุม

แต่ก็ยังไม่ทิ้งความไฮเทคตามประสาชนชาติที่พัฒนาแล้วไว้
ประตูห้องน้ำไม่ต้องเปิดเอง มีเซนเซอร์เปิดปิดอัตโนมัติ

อิ่มแล้ว ถ่ายรูปหน้าร้านเป็นที่ระลึกหน่อย
ด้านหลังนี้เป็นวังเก่าที่เรากำลังจะเข้าไปชมกัน

ของจริงก็โดนระเบิดไปแยะ
ก็บูรณะกันไป

พอเข้าไปก็เป็นลานนน กว้างง

รูปนี้ทำไมไม่ชัด ก็ยังงงตัวเองอยู่

ออกมาเป็นบ้านเมือง

รูปนี้เหมือนเรนเดอร์เอา อิอิ

กำแพงกระเบื้องเซรามิค
ยาวหนึ่งร้อยเมตรนี้
ว่ากันว่าเป็นส่วนในไม่กี่ส่วนที่ไม่เสียหายจากแรงระเบิดเลย
เพราะความทนทานส่วนตัวของกระเบื้อง

เป็นเรื่องราวแสดงกษัตริย์ต่างๆในราชวงศ์นี้

แม่น้ำเอลเบ้

แล้วแดดก็ดีอีกครั้งหนึ่ง

ดีจนแสบตา
(เค้าป่าวอ้วนนะ เสื้อมันพอง)

ชอปปิ้งกันอีกนิดหน่อย
ก็กินข้าวแล้วก็ไปโรงแรม
หมอนและผ้าห่มนุ่มยวบเลย
มีการเซ็ตเตียงโดยทำหมอนยุบตรงกลาง
แล้วเอาช็อกโกแลตวางไว้บนนั้นด้วย
น่ารักดี