เยอรมัน – เช็ค วันที่ ๔
๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๐
เดรสเดน – คาร์โลวี่ วารี่ – ปราก
Dresden, Germany – Karlovy Vary, Czech – Prague, Czech

วันนี้จะเดินทางไปที่เมืองอื่นบ้างละ

เริ่มจากการมาดูแผนที่กันก่อน
เช้าเราจะออกเดินทางจากเดรสเดนที่อยู่ที่จุดที่ 3
ไปยังเมืองคาโลวี่ วารี่ ที่อยู่ตรงมุมหักศอก
แล้วบ่าย เราก็เดินทางต่อถึงเมือง Prague ซึ่งอยู่ที่จุดที่ 4

ลิฟต์โรงแรมกิ๊บเก๋อะ คลาสสิค
กรี๊ดดดด
เก๋ แต่ไม่โทรมนะ

โรงแรมนี้แหละ
Westin Bellevue

แดดดีแต่เช้า
เอ้าล้อหมุน

มาถึงด่านเยอรมนี – เช็ค แล้ว
เจ้าหน้าที่เขาก็มาเก็บพาสปอร์ตเอาไปสแตมป์ให้
ระหว่างนั้นก็เข้าห้องน้ำ
คือห้องเจ้าหน้าที่ก็คือที่มีหน้าต่างนี่แหละ
ห้องน้ำคือบล็อกที่ไกลออกไป
มีหน้าต่างเล็กๆสองอัน
สะอาดโคดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
มีเซ็นเซอร์ด้วย ทั้งไฮเทค ทั้งสะอาด
มาทริปครั้งนี้ ไม่ต้องห่วงเรื่องส้วมเลย
สะอาดเกินคาดทุกครั้ง
อังกฤษ เมกา ยังไม่ได้เท่านี้เลยนะ ส้วมสาธารณะอะ

ผ่านด่านมาแล้ว
เช็กต้อนรับเราด้วยหมอก หมอก หมอก

พ้นแถบหมอกมาก็ใส ใส ใสสสสสสส

เมืองเรา ตรงไป

โรงงานไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์
กำลังปล่อยเมฆขึ้นฟ้าอย่างแข็งขัน

ตาคริสตอฟก็ถ่ายรูปกะเขาด้วย
ขับไปถ่ายไป ^^”
เป็นคนเยอรมันที่ชิลมาก

แล้วก็มาถึงแล้ว
Karlovy Vary ที่รัก

เมือง Karlovy Vary มีชื่อในภาษาเยอรมันว่า Karlsbad
หรือในภาษาอังกฤษว่า Calrsbad
เป็นเมืองสปาในโบฮีเมีย ซึ่งตั้งอยู่ด้านตะวันตกของสาธารณรัฐเช็กดังที่เห็นในแผนที่
เมืองนี้ตั้งขึ้นในปี 1370 โดยจักรพรรดิโรมัน ชาร์ลส์ที่ 4
เมืองนี้มีชื่อเสียงในด้านน้ำพุร้อน ซึ่งมีประมาณ 13 น้ำพุหลัก และ 300 น้ำพุย่อย
ในศตวรรษที่ 19 เมืองนี้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่นิยมกันมา
และได้เป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่อง
เช่น Last Holiday, Casino Royale

และกลางวันนี้เราก็ได้ไปทานอาหารในโรงแรม ที่หนังสองเรื่องนี้ไปถ่ายทำด้วย

ตรงเมืองเก่า มีลำน้ำเล็กๆผ่านกลาง
อย่างกับเมืองตุ๊กตาแหนะ ชอบๆๆ

ฟ้าก็ฟ้าาาา เหลือเกิน
ไม่ได้ปรับสีฟ้าสักนิด

เดินเลียบแม่น้ำถ่ายรูปไปเรื่อยๆ
สบายอารมณ์

ทำไมเมืองไทยไม่มีงี้บ้าง ^^”
คือย่านชิโน โปรตุกีส ก็อนุรักษ์ดีนะ
แต่มันไม่ถึงใจแบบนี้อะ

ศาลาโล่งๆที่มีก๊อกปล่อยน้ำจากน้ำพุร้อนเป็นหย่อมๆ

จะมีจุดที่เขาแจกน้ำพุร้อนด้วย

เวเฟอร์ที่แม่เรียกให้ซื้อชิม
แล้วจากนั้นก็สร้างกระแสให้ชาวบ้านซื้อฝากลูกหลานกันใหญ่
อันนี้เป็นอันที่เขาแยกขาย ผสมอัลมอนด์
เขาจะเอาแผ่นเวเฟอร์ไปนาบกับกะทะร้อนๆก่อนที่จะส่งให้เรา
ร้อนๆกรอบๆก็ดีนะ
สงสัยว่า เวเฟอร์ก็เอามาตากแดดตากลม แต่ก็ไม่ยักกะเหนียว
ยังกรอบอยู่ได้เหมือนเก็บหีบห่อเป็นอย่างดี

มากินกลางวันแล้ว ที่นี่แหละ Hotel…. Pupp
เป็นโรงแรมห้าดาวของที่นี่

สลัดสูงสุดคืนสู่สามัญมากๆ
มะเขือเทศหั่น พริกหวานหั่น แตงกวาหั่น
กินอย่างงั้นแหละ หรือโรยพริกไทเกลือกันเอง
คนไทยงง จานนี้แพงตรงไหน 555

ซุปอะไรไม่รู้ กินแล้วนึกไม่ออกว่าเขาใส่อะไรลงไปบ้าง
ที่แน่ๆก็มีเนื้อไม่ไก่ก็หมู
รสชาติก็ไม่เลว แต่ไม่คุ้น

นี่เป็นจานเด็ดของที่นี่
เป็ดอบ หนังกรอบ เนื้อนุ่ม
ของเขาก็ดีจริงแหละ

แต่อันนี้เด็ดในใจเรามากที่สุด
เป็นของหวาน คล้ายๆเกี๊ยวห่อแยมผลไม้
โดยด้วยไอซิ่ง
เวลาทานต้องทานพร้อมๆกับวิปครีม
อร่อยมากกกกก

ตัดดูให้เห็นไส้ด้านใน
ไม่หวานมาก แป้งก็หนึบแต่ไม่เหนียวแบบโมจิ
เอาไปคลุกไอซิ่งหน่อย วิปครีมหย่อมนึง
ง่าๆ ชอบบบ >___<
ไม่รู้จะไปหากินแถวนี้ที่ไหนได้

อิ่มหนำแล้ว เราก็ขึ้นรถกันต่อ เพื่อเข้าสู่ปราก
ก่อนที่จะเย็นเกินไปแล้วจะไม่ได้ไปเที่ยวปราสาทปราก

ถึงแล้วจ้า

ปราก Prague หรือที่ภาษาเช็คเขียนว่า Praha
เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐเช็ก
มีแม่น้ำ โวลตาว่า (Vltava) ไหลผ่าน
มีประชากรเกือบ 2 ล้านคน
(ในขณะที่มีนักท่องเที่ยวปีละ 20 ล้านคนโดยประมาณ)

ปรากได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดในยุโรป
และเป็นเมืองหนึ่งที่นักท่องเที่ยวไปมากที่สุดในทวีป
ปรากได้เป็นเมืองมรดกโลกของ UNESCO ในปี 1992

ปรากมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าพันปี
เริ่มต้นตั้งแต่สมัย Paleolithic เป็นเส้นทางการค้าในยุโรป
ต่อปีเมื่อ 500 ปีก่อนคริสตศักราช ชาวเผ่า Celtic เผ่าหนึ่ง ชื่อว่า Boii
เป็นผู้ตั้งรกรากรุ่นแรกในบริเวณนี้

วิวที่มองเห็นบ้านเมืองจากปราสาท
คลาสสิคมากกกกกก

ยอดแหลมๆแบบโกธิคนั่นคือโบสถ์ ที่เดี๋ยวเราจะเดินเข้าไปใกล้กว่านี้อีกหน่อย

แสงยามเย็นลอดกำแพงมา
คลาสสิคคคค (กว่าจะจบทริป ฉันต้องพูดคำนี้ไปอีกกี่ครั้งล่ะเนี่ย)

โบสถ์ St.Vitus
พอเข้ามาใกล้ๆก็ถ่ายได้แต่ประตู
แล้วก็ต้องแหงนหน้าตั้งฉาก ถึงจะเห็นยอดสูงเปี๊ยวว

กากอยล์
เป็นอะไรที่ไม่ค่อยชอบเพราะมันไม่ค่อยน่ารัก
แม้ว่าจะว่ากันว่าเป็นเทพปกปักรักษาก็เหอะ
แต่จำได้แม่นเพราะชื่อแปลก
จริงๆตรงนี้ ถ้าเรียนศิลปะมา
ก็จะรู้ว่าเขานิยมเอากากอยล์รูปต่างๆมาทำเป็นที่ระบายน้ำฝน
ซึ่งทำให้น้ำฝนไม่ไหลเป็นคราบไปกับกำแพงโบสถ์

เอาแหงนหน้าขึ้นไปหายอดโบสถ์

โบสถ์ St.Vitus แบบเต็มๆสักที
(เลนส์วายด์กว่านี้คงเก็บข้างล่างได้เต็ม
แต่มุมคงเบี้ยวกว่านี้ เบี้ยวเกินก็อาจจะไม่สวยแล้ว)

ภาพโมเสกบนโบสถ์
อยากเข้าไปในโบสถ์เหมือนกัน
คงสวยมากเลย แต่ก็ไม่มีโอกาส
ไม่รู้โอกาสหน้าจะมีไหมน้า…

เดินออกมาแล้ว
หันหน้าไปมองโบสถ์เก็บความสวยงามผ่านตาอีกรอบ

ฟ้าใกล้มืดแล้ว
พี่ไกด์ปีเตอร์ เลยพาเด็กๆในทัวร์ไปเช็คอินโรงแรมก่อน
แล้วค่อยออกมาทานข้าวและเดินดูเมืองตอนกลางคืน

วิวเมืองปรากยามใกล้ค่ำ
คลาสสิคคคคค

เจอห้องโรงแรมเข้าไป อู้ย หวานแหววแต๋วจ๋ามาก

ห้องนอนใหญ่ ให้แม่นอนคนเดียวเลย
โคมไฟที่นี่เป็นโคมไฟพอร์ซเลน
สวยดีอะ

ห้องน้ำเพียบพร้อม
เห็นที่ flush น้ำไหม อันใหญ่ดี
มาส้วมทริปที่นี่ flush button ใหญ่สะใจดีมาก
เราก็ไม่เข้าใจว่าทำไมส้วมไทยนิยมทำที่ flush อันเล็กๆให้กดยากๆด้วย
สู้เอาทั้งมือป้าบเข้าไป ง่ายกว่ากันตั้งไม่รู้กี่ล้านเท่า

ถ่ายวิวห้องนอนซะหน่อย
ใกล้มืดลงไปทุกที

เตรียมตัวออกมาทานข้าวเย็นดีกว่า
นี่หน้าโรงแรม ชื่อโรงแรม Ambassador
อยู่ตรงปากถนนคนเดินเลย

เดินออกมาหน้าโรงแรมเป็นถนน
ด้านขวาไปถนนคนเดิน
ด้านซ้ายก็จะเห็นวิวอย่างนี้

ที่นี้เราก็เดินมาทางด้านขวากัน

เดินไปเก็บภาพไป

เดินมาจนถึง Old Town Square
มาเจอ Astronomical Clock
เป็นนาฬิกาที่แสดงถึงดาราศาสตร์สมัยก่อนด้วย
ซึ่งยังเป็นสมัยที่คิดว่าทุกอย่างหมุนรอบๆโลกอยู่
ที่นี่เขาว่า ถ้าใครไม่มาเห็น แสดงว่ามาไม่ถึงปราก

เค้ามาถึงปรากแย้วนะะะ

แต่ที่ทำให้กรี๊ดกร๊าดกิ๊วก๊าวในใจมากที่สุด
หาใช่ Astronomical Clock ไม่
แต่เป็นโบสถ์ Tyn Church ที่อยู่ไกลๆตรงนั้นต่างหาก
อ๊ากกกก โบสถ์แบบนี้มีจริงหรือเนี่ยยย
คลาสสิคคคคค

หลังคา Tyn Church เป็นหลังคาที่ดู Disneyland มากๆ
เป็นโบสถ์ที่ทำให้เรารู้สึกว่า
เราหลุดเข้ามาในดินแดนแห่งจินตนาการจริงๆ

แล้วก็ประทับใจมาก
ไม่รู้สิ ชอบง่ะ งื้อๆๆๆ

อาคารอื่นๆก็สวย
เห็นแล้วก็โอ้ย สวย
แต่ไม่เกิดอาการงื้อๆๆเค้าจาอาว แบบ Tyn Church

ได้เวลาอันสมควรก็กลับสู่ที่พำนักกัน
พรุ่งนี้เช้าจะได้เดินชมเมืองเวอร์ชั่นกลางวันแสกๆอีกครั้งหนึ่ง
ก่อนที่เราจะย้ายไปสู่เมืองมรดกโลกที่น่าสนใจของเช็คอีกแห่งหนึ่งในตอนบ่าย

เมื่อก่อนไม่เคยมายุโรป
เคยไปแต่ทวีปอื่นๆ ก็เห็นความหลากหลายพอสมควร
แล้วก็รู้แหละว่า ยุโรปมันก็คงต่างจากที่อื่น
แต่ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจว่า ทำไมคนไทยถึงชอบยุโรปกันมากมาย
ส่วนเรายุโรปก็อยากมาแต่อิตาลีกับสเปนเป็นหลัก
ไม่รู้ว่าเมืองอื่นน่าสนใจอย่างไร
ภาษาก็พูดไม่ได้ ชื่อเมืองชื่ออะไรก็จำยาก
ประวัติศาสตร์ก็ไม่รู้ ไม่เคยสน

แต่หลังจากทริปคราวนี้
ก็คงต้องบอกว่า
ยุโรปก็จะเป็นอีกที่หนึ่งที่เราอยากมาซ้ำเช่นกัน : )