ตอนที่ ๑
ว่าด้วยเรื่อง ฤกษ์ที่จะเลิกเป็นแฟน

.

คือเรื่องมันเริ่มต้นมาจากว่า…

เมื่อวันเกิดเราเมื่อปี 2554 พี่ทัน พี่ที่เคารพนับถือกันมานาน
พี่เขามี hobby เล็กๆอย่างหนึ่งที่ไม่ได้ทำบ่อยๆ(มั้ง)
นั่นก็คือ การคำนวณดวงแบบยูเรเนี่ยน
พี่เขาก็ทักเรามาว่า ปีนี้ปีหน้า เป็นช่วงโอกาสที่ดีที่จะแต่งงานนะ

หนึ่งเดือนถัดมา คุณแม่ นึกอย่างไรก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่ได้ถาม
แต่ท่านอยากจะเอาดวงเรากับพี่หมีไปดูให้เป็นเรื่องเป็นราวสักที
จากที่ว่าจะไปๆมาเป็นปีๆแล้วก็ไม่ได้ไปสักที
คนรู้จักของคุณแม่ ก็ได้แนะนำพระที่จะให้ฤกษ์มา ท่านอยู่ที่วัดๆหนึ่งแถวท่าน้ำนนท์
และเราก็จะพาคุณแม่ไปในวันรุ่งขึ้น

.

ฤกษ์ หรือวันที่ปักหมุด เป็นอย่างแรกที่ต้องทำ
(หลายๆคนก็ต้องหลังจากที่ผู้ใหญ่ฝ่ายชายมาสู่ขออะไรเรียบร้อยก่อน
หรือสู่ขอ พร้อมฤกษ์ที่หามาไปเลย)
เมื่อรู้ตัว ตกลงปลงใจว่า เออ จะแต่งงานแล้ว
มันคือ ลูกแก้วมังกรใบแรก ที่เราต้องค้นหาให้เจอให้ได้
ไม่งั้นจะทำอย่างอื่นไม่ได้เลย ไม่ว่าจะจองสถานที่ หรือจองใคร
เพราะทุกอย่างที่ต้องจอง ก็ล้วนแต่ต้องการวันและช่วงเวลาที่แน่นอนทั้งนั้น

ฤกษ์ ในที่นี้ หลักๆคือเรื่องของพิธีการแต่งงาน ฤกษ์ของการสวมแหวน ส่งตัว
ส่วนงานเลี้ยง จะเอามารวมๆอยู่ในวันเดียวกันก็ได้ ถ้าสะดวกกว่า
ไม่งั้นจะเกิดคำถามอีกว่า เอ งานเลี้ยงวันไหนดีเนี่ย ตัดสินใจไม่ถูก
เพราะการเตรียมงานงานเลี้ยง เผลอๆต้องเตรียมการเยอะกว่าพิธีอีก
ซึ่งไว้เราได้ฤกษ์มาแล้ว เราค่อยว่ากันว่าจะจัดงานกันยังไงต่อไป

แต่ถ้าเป็นชาวคริสต์ หรือชาวมุสลิม
ฤกษ์ในที่นี้ก็มักจะกำหนดเองจากสมาชิกในครอบครัว และตัวบ่าวสาวเองมากกว่าเนาะ
นอกจากบางทีเห็นคนจีนที่เป็นชาวคริสต์ก็ออกไปหาซินแสเอาฤกษ์อยู่เหมือนกัน
จริงๆว่าด้วยฤกษ์ สำหรับเราทั้งคู่ เราไม่ได้จะซีเรียสเรื่องดวงเรื่องอะไร
เอาเข้าจริงๆ การมีใครสักคนมากำหนดว่าฤกษ์นี้ๆก็แล้วกัน
มันก็ดีเหมือนกันนะ ในกรณีที่ไม่มีใครตัดสินได้ว่ามันต้องทำอะไรสักอย่างเมื่อไหร่
และไม่มีใคร approve การตัดสินใจของเราว่าโอเค ในกรณีที่เราจะปักหมุดวันใดวันหนึ่งเอง
ก็ต้องใช้ตัวช่วยอย่างซินแส หรือหมอดู กันไป
อย่างน้อย เขาก็พยายามหาวันที่ดีที่สุดให้กับเรา
และอย่างน้อยก็ทำให้ผู้ใหญ่สบายใจ

.

ลองดูภาพประกอบในการตัดสินใจดูว่าจะกำหนดวันแต่งงานอย่างไร
ไม่มีทางไหนผิดหรอก ผลก็คือ ได้วันมาจัดพิธีแต่งงานเหมือนๆกัน


ซึ่งเราว่า หลายๆคนที่กำหนดวันเอง ก็คงกำหนดจากวันสำคัญของตัวเองที่ผ่านๆมาแหละ
วันที่ไม่มีความหมายพิเศษ คู่ว่าที่บ่าวสาวจะไปกำหนดเพื่ออะไร
แต่เท่าที่ดูเคสในช่วง research มา
มันก็มีกรณีหลักๆ ที่จะกำหนดโดยคำนึงถึง function ก่อน เช่น
1. ท้องแล้ว ต้องแต่งงานก่อนท้องจะป่องไปมากกว่านี้ ซึ่งมักจะอยู่ในช่วงเวลา 1-2 เดือน
วันที่จะเลือกก็จะจำกัดลงมาหน่อย ทำให้เลือกง่ายหน่อย
หลักๆก็คงจะเป็นการเลือกวันที่โรงแรมมีห้องว่างเป็นหลัก
แต่บางทีไปหาซินแสให้ซินแสเลือกวันที่ดีที่สุดในช่วงนี้ให้ด้วยก็ได้
2. อยากแต่งแล้ว ไม่รู้จะรอไปเพื่ออะไร ก็มีไม่น้อย
เช่นนั้นก็ปักหมุดวันที่สะดวกที่สุดที่เร็วที่สุดที่พอจะเตรียมงานได้ไปเลย
เผลอๆครึ้มๆก็เดินจูงมือไปจดทะเบียนแล้วก็ค่อยว่ากัน

.
ถ้าให้เราปักหมุดวันเอง เราก็คงมีอยู่ไม่กี่วัน
วันเกิด วันครบรอบการเป็นแฟน แล้วก็ คริสต์มาส

วันเกิด ก็เพราะมันจำง่าย
วันครบรอบการเป็นแฟน ก็จะทำให้จำง่ายและนับปีต่อไปง่ายด้วย
ส่วนคริสต์มาส เป็นช่วงเวลาที่เราสองคน และอีกหลายๆคนมักจะมีความสุขที่สุดในรอบปี

.
แต่ในที่นี้ คุณแม่ต้องการความมั่นใจในวันดีจากบุคคลที่สาม 555
เอ้า ไปก็ไป

.
วันรุ่งขึ้น เราก็ไปที่วัดแถวท่าน้ำนนท์ ให้พระรูปหนึ่งดูฤกษ์ให้
ท่านแก่มากแล้วล่ะ หลงๆลืมๆด้วย ทำให้ทุกอย่างช้าไปหมดและต้องทวนใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ที่สำคัญคือ มีคิวก่อนหน้าบ้านเราสองคิว คิวละหนึ่งชั่วโมงกว่า
รอเข้าไปสามชั่วโมง หลวงตาถึงจะได้เอาวันเกิดเรากับพี่หมีไปดู
เขียนแล้วเขียนอีก กว่าจะเริ่มดู ก็ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง
สรุปสุดท้ายว่า ยังไม่ได้ปีแน่นอน เพราะไดอารีโหรปี 55 ยังไม่ออก
ต้องรอออกกลางปี แล้วค่อยมาหาใหม่

.

เราก็เลยซมซานกลับไปหาหมอทัน (ยกให้เป็นหมอซะเลย)
พี่ทันก็ใช้โปรแกรมคำนวณๆไป ออกมาว่า ถ้าแต่งภายในครึ่งปีหน้า
ควรจะแต่งก่อนตรุษจีน ประมาณวันที่ 20-22 มกราคม ปีหน้าดีกว่า

การให้ซินแสหาฤกษ์ให้ มันก็ลุ้นเหมือนกันนะว่าจะได้วันไหน
นานไป หรือว่ากระชั้นไป แต่มันก็กำหนดมาแล้ว
มันก็เป็น challenge ไปอีกแบบนะ

พอยังไม่ได้ฤกษ์จากหลวงตา
(จริงๆเราเองไม่อยากรบกวนพระ เพราะเราก็ว่าการดูดวงไม่ใช่กิจของพระสงฆ์
แต่ก็มีใครสักคนตอบกลับมาว่า ให้พระแก่ๆท่านศึกษาเรื่องดูดวงก็ดีนะ
เพราะได้ฝึกสมอง ฝึกคำนวณ ทำให้สมองไม่ฝ่อ ช่วยบรรเทาเรื่องอัลไซเมอร์)
ก็เลยยึดเอาวันที่พี่ทันแนะมาเป็นสรณะไปก่อน
ไปบอกคุณแม่ว่า เนี่ยค่ะ ไปหาหมอคนนึงมาชื่อหมอทัน (555) เขาแนะวันมางี้
แม่ก็ อืมๆ ไม่ได้ว่าอะไร

ถึงตรงนี้ เราก็เลยถือวิสาสะ ยึดเอาวันที่ 21 มกรา 55 เป็นวันจัดงานพิธีแต่งงานไปก่อน
เพราะเลขมันน่าสนใจดี 21.1.12 เก๋ไม่เบา
และยังใกล้ชิดกับวันเกิดเราอีกด้วย (คิดแค่นี้)
ระหว่างนั้นเราก็ไปดูห้องโรงแรมที่เล็งๆเอาไว้
และเสี้ยม เอ้ย พาพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายมาเจอกันเป็นครั้งแรก
ซึ่งเรื่องดูโรงแรมนี่ ไว้จะเขียนในมหากาพย์ตอนต่อไป

.

เวลาก็ชักจะผ่านไปเรื่อยๆ คุณแม่คงเห็นว่า จะพึ่งความมั่นใจจากหลวงตาก็คงจะนานเกิน
และลำพังหมอทันที่คุณแม่ไม่เคยได้ยินว่าเป็นหมอดูสายไหนมา
ก็ไม่ทำให้คุณแม่มั่นใจได้เต็มร้อย
คุณแม่เลยไปหารายชื่อซินแสมาได้อีกหนึ่งคน
แล้วเราก็ไปหากันมาเมื่อวันที่ 3 เมษายน
นั่นคือ ซินแส เกรียงไกร ณ เกรียงไกรโหราศาสตร์ วงเวียน 22 กรกฏา

ก่อนหน้านั้นเราก็มีช่วงคุณแม่หาซินแสอยู่บ้าง
ที่ดังที่สุดก็เห็นจะไม่พ้นหน่ำเอี๊ยง ซึ่งราคาสูง และต้องรอนาน
และมีที่อื่นๆอีกอยู่ในละแวกวงเวียน 22 ไปจนถึงเยาวราช เช่นเดียวกัน

เรื่องซินแสคนไหนดี เราก็ว่ามันก็แล้วแต่คนเลือกเลยล่ะ
ตอนที่เราไปเรียนฮวงจุ้ยเบื้องต้นเมื่อนานมาแล้ว
เหล่าซือก็บอกเองเลยว่า ถ้าทำดี เป็นคนดี ถึงไม่ดูดวงดูฤกษ์
โชคชะตาก็จะนำพาไปพบที่ดีๆ สิ่งดีๆ คนดีๆ และฤกษ์ดีๆเอง
ซึ่งเราก็เห็นด้วยตามนั้นแหละนะ

.

ในที่สุดก็ลงเอยกับซินแสเกรียงไกรนี่แหละ
และนับว่าตัดสินใจถูก ที่วันที่ไป ไม่มีคิวอะไรเลย
และซินแสที่ถึงแม้ไม่รู้หนังสือ
ก็ยังคำนวณดวงตามดวงจีนได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว ไม่เสียเวลา
(แม่นมั้ง ถึงไม่แม่นแล้วเราจะรู้เรอะ 555
เอาเป็นว่า ทำให้เชื่อได้ว่าแม่นยำตามหลักละกัน)

แต่ถ้าใครไปหาซินแสเพื่อดูฤกษ์
ก็ไม่ต้องอยากรู้อยากเห็นไปถึงว่า แต่ละฝ่ายดวงเป็นยังไง ดีหรือเปล่า ควรแต่งไหมแล้วนะ
ซินแสเขาบอกว่า มาถึงขั้นมาดูฤกษ์แต่งงานแล้ว
อย่าไปดูข้อเสียอย่างอื่นให้มันเสียฤกษ์เลยดีกว่า

ก็วนไปที่คำสอนเหล่าซือเราเหมือนเดิม
ถ้าเป็นคนดี ทำดีแล้ว อะไรดีๆ มันก็จะเข้ามาเองนั่นแหละ
(ยกเว้นว่า เมื่อก่อนทำกากๆไว้เยอะ ก็ต้องรับบาปเคลียร์กากกันไปก่อนนะจ๊ะ)

.

ซินแสก็คำนวณวันมา ตรงกับวันที่พี่ทันให้มาเลยแหละ นั่นคือช่วงวันที่ 20-22 มกรา
เป็นช่วงที่ดีที่สุดสำหรับเราที่จะแต่งงาน

แต่การไปหาซินแสเกรียงไกร ก็ทำให้รู้ว่า วันที่ 21 มันก็ติดกับวันตรุษจีนเลย
ซึ่งมันจะทำให้ขลุกลักในการจัดงาน เพราะไหนจะต้องทั้งเตรียมไหว้ตรุษจีน และพิธีแต่ง
(บ้านใครไม่ไหว้ตรุษจีนก็ไม่มีปัญหาตรงนี้หรอก เผอิญว่าบ้านเราจัดเต็มทุกเทศกาล)
ก็เลยเอาเป็นว่า ความหวังที่จะแต่งงานในวัน 21.1.12 เป็นอันฟาวล์ไป
ซินแสเกรียงไกรใช้เวลา 3 วันในการผลิตฤกษ์ final ให้เรา
ในขณะเดียวกันเราก็ไปเคาะประตูรบกวนหมอทันอีกรอบ
หมอทันให้มาวันที่ 25 ธันวาคม
และเมื่อฤกษ์จากซินแสมา เราก็ได้มาวันที่ 25 ธันวาคม เช่นกัน

ก็เลยกลายเป็นว่า ฤกษ์แต่งงานที่ได้ ตรงกันทั้ง 2 หมอ ทั้ง 2 ครั้ง
ทั้งที่ใช้วิธีคำนวณดวงดาวที่ต่างกัน
และมันก็กลายเป็นว่า ได้วันที่เราและพี่หมีชอบซะด้วย

.

.

จาก 8 เมษายน ถึง 25 ธันวาคม
มีเวลา 8 เดือนครึ่งในการเตรียมงาน เตรียมกาย เตรียมใจ

.
เลทสึโก!

.

.
เตรียมงาน:
ช่วงแรกให้ Brainstorming ให้หนักหน่วง
อ่านทุกสิ่งทุกอย่างเท่าที่ทำได้
ก่อนที่เราจะสละข้อมูลทุกอย่างที่สั่งสมมาออกเกือบหมด
และแปลนคร่าวๆก่อนว่า ต้องทำอะไรก่อนหลัง
ยังไม่ต้องเข้าขั้นคุณนายละเอียด
รายละเอียดมันจะผุดขึ้นมาเรื่อยๆตามรายทางเอง
ให้เราเอาโครงหลักให้แม่นก่อน
(ซึ่งก็จะเขียนในมหากาพย์ตอนต่อๆไป)

.

เตรียมกาย:
ข้อหนึ่งคือ พิจารณาสังขารก่อน
สำหรับคนไม่ผอม ก็พิจารณาว่าควรจะเอาไขมัน พุงที่ย้วยออกสักกี่เปอร์เซนต์
แล้วก็ใช้เวลาทดลองไปเรื่อยๆว่าวิธีไหนมันเวิร์กกับเราได้มากที่สุด
ข้อสองคือ ถ้ายังไม่ท้อง ก็อย่าท้องก่อนเป็นดี ยิ่งฤกษ์ไกลๆหลายเดือนแบบนี้
ไม่ใช่ว่าพอจะได้แต่งก็ปล่อยให้ตัวอะไรเข้าท้องก็ได้โลด
เพราะความยุ่งยากในการเตรียมงานและเตรียมชีวิตหลังแต่งจะเยอะขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ
สำหรับเราแล้ว ข้อสอง ไม่มีอะไรจะเอามาเป็นปัญหา
แต่ข้อหนึ่งนี่สิ ตบตีสู้รบปรบมือกันจนวันสุดท้ายก่อนแต่งเลยแหละ กรี๊ดดด

.

เตรียมใจ:
ว่าถึงเรื่องการเตรียมงานแต่ง
จะหลบหลีกหนีไปจากความกดดัน ความไม่พึงใจ ความเครียดต่างๆก็เห็นทีจะยาก
มันต้องมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว
เพราะเอาเข้าจริงๆงานแต่งมันไม่ใช่งานของคนสองคน
การจัดงานแต่ง ก็คือการจัดให้คนอื่นมางานเรา จัดให้คุณพ่อคุณแม่
มันคือการรวมเอาคนจากอีกบ้านหนึ่ง มายุ่งกับอีกบ้านหนึ่ง
ซึ่งเอาเข้าจริงๆ เหตุมันเกิดขึ้นจากเราก่อน เราดันไปรักกับอีตานั่น ยัยนั่น
คนอื่นในบ้าน(ส่วนใหญ่)ต้องตามใจเรา จึงจะเกิดงานแต่งขึ้นได้
และแต่ละฝ่าย ก็มีความต้องการที่แตกต่างกันไป
การเตรียมงานจึงจะมีความขัดแย้ง ไม่สมหวัง จากหลายช่องทางเป็นเรื่องปรกติ
ช่วงนี้จะได้อัพเลเวลวิชาศิลปะการปล่อยวาง การทำซึน การเจรจา มากขึ้นไปอีก

.

และแน่นอน…อย่าเลิกกันซะก่อนนะ!

15 Responses to “มหากาพย์ เตรียมงานแต่งงาน #malimeekob (1) – ฤกษ์”

  1. พจ

    ตอนที่1
    ติดตามอ่านตอนต่อไป

    เผื่อว่างๆอยากแต่งบ้างไรบ้าง
    เอิ๊กๆ

    Reply

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Basic HTML is allowed. Your email address will not be published.

Subscribe to this comment feed via RSS

%d bloggers like this: