ตอนที่ 3
ว่าด้วยเรื่อง ช่างบันทึกหน้าที่แต่ง และช่างที่แต่งหน้าให้บันทึก

.
ฮก หรือสถานที่จัดงาน ผ่านไปแล้ว
ตอนที่ 3 นี่
เรามาว่าด้วยเรื่องของ ลก ดีกว่า
ตอนแรกจะควบลกกับซิ่วแล้ว
แต่ดูท่าทางแค่ลกก็คงยาวจะแย่
งั้นขอยกซิ่วไปตอนที่ 4 ก็แล้วกัน

.

.
หลังจากที่เรารู้ฤกษ์แล้ว ก็ถึงเวลาค้นข้อมูลไปเรื่อยเจื้อย
ระยะนี้จะได้ใช้งาน Favorite ของ Web browser กันกระจาย
ไฟล์ที่เซฟไว้ก็จะเต็ม desktop เราไปหมด

รวมไปถึงภาพสวยๆงามๆของงานแต่งที่เราเก็บไว้กันด้วย

.
เรามาว่ากันด้วยเรื่องของ ช่างภาพนิ่ง กันก่อนดีกว่า

.

.

นายภาพนิ่งที่รัก

เขาว่ากันว่าการมีเพื่อนเป็นช่างภาพเป็นลาภประเสริฐ
แต่ถ้าไม่มี เราก็ไปหาลาภเอาดาบหน้าก็ได้
ช่างภาพก็มีอยู่ค่อนข้างมาก และหลายระดับ หลายสโคปการทำงาน

.
มีปัจจัยในการเลือกนายภาพนิ่งที่รัก ดังนี้

.

.
1. ประเภทของภาพ

.

ขอแบ่งภาพนิ่งในงานแต่งเป็น 3 ประเภท ก็แล้วกัน

.

ภาพนิ่งตรงฉากถ่ายรูป

สำหรับงานเลี้ยงที่เป็นไปแบบค่อนข้างปรกติสังคม
ก็ไม่พ้นที่จะมีฉากถ่ายรูป เอาไว้ให้บ่าวสาวยืนฉีกยิ้มเป็นพร็อพให้คนอื่นถ่ายรูปด้วย
ประโยชน์ของมันคือ ทำให้รู้ว่าใครมางานบ้างแบบเร็วๆ
ถึงแม้บ่าวสาวจะไม่ซีเรียส เพื่อนบ่าวสาวไม่ซีเรียส แต่สำหรับผู้ใหญ่ ในทางสังคม
พวกท่านจะต้องเช็คว่า ใครมางานบ้าง และใครให้ซองบ้าง ให้มาเท่าไหร่
เพื่อที่เวลาที่พวกท่านไปงานของคนอื่นบ้าง
ท่านก็จะใส่ซองกลับให้ไม่น้อยกว่ากันเพื่อเป็นมารยาทที่ดี
(จึงเป็นจุดที่เราไม่คิดว่า เงินที่ได้จากซองแต่งงานมาเป็นเงินได้เปล่านะ
มันคือเงินภาษีสังคมที่เราก็ต้องนำไปเวียนกลับเข้าสู่ระบบเหมือนกัน)
จุดนี้ มักต้องอาศัยการเซ็ตไฟด้วย เพื่อให้ภาพชัดเจนแน่ๆ
ไม่ใช่แค่มีกล้องตัวเดียวถ่ายแล้วจบ
จึงมักต้องใช้บริการนายภาพนิ่งที่เขามีอุปกรณ์พร้อมอยู่แล้ว

ภาพขั้นตอน,พิธี

ก็คือภาพทั่วไปที่ไม่ได้ถ่ายตรงฉาก แต่จะถ่ายช็อตสำคัญๆในงาน รวมไปถึงพร็อพสำคัญๆ
เช่น สมุดลงทะเบียน เครื่องตกแต่งสถานที่อื่นๆ เค้กแต่งงาน ภายในสถานที่จัดงาน เวที
ช็อตที่บ่าวสาวเดินเข้างาน ผู้ใหญ่ บ่าวสาวพูดบนเวที ไชโยโห่ฮิ้ว ตัดเค้ก โยนดอกไม้
ช็อตพิธีสงฆ์ ตักบาตร สวมแหวน หลั่งน้ำ เดินเข้าโบสถ์ กล่าวคำสาบาน จูบ เดินออกจากโบสถ์
มักใช้

ภาพแคนดิด

แคนดิดคือภาพเก็บรายละเอียด สิ่งละอันพันละน้อย รวมไปถึงเก็บตกอารมณ์ที่เกิดขึ้นในงาน
ภาพที่ออกมามักจะไม่มีการเก๊กของนายแบบนางแบบ ออกแนวถ่ายทีเผลอ
เพราะแบบที่ตั้งใจเก๊กกัน ก็มีอยู่ในภาพสองประเภทด้านบนอยู่แล้ว

.
ช่างภาพแต่ละเจ้า เขาก็จะมีบอกอยู่แล้วว่าเขาถ่ายภาพแบบไหนบ้าง
บางเจ้าถ่ายแต่แคนดิด และถ่ายออกมาเป็นดิจิตัลอย่างเดียว
บางเจ้าถ่ายหมดทุกอย่าง รวมไปถึงการทำอัลบั้มเข้าเล่มให้ด้วย
ถ้าเจ้าไหนระบุการถ่ายว่าถนัดถ่ายประเภทนี้ๆ
เช่น เขาบอกว่าถนัดถ่ายแคนดิดก็ไม่ต้องไปตื๊อให้เขาถ่ายหน้างานด้วย
นอกจากจะอยากให้งานตัวเองเป็นหนูทดลองฝีมือ

.

ภาพแคนดิดถือว่าเป็นภาพเสริม ถ้าอยากประหยัดไม่ต้องมีก็ได้
มีแค่สองประเภทแรกก็ครบถ้วนมากพอแล้ว
แล้วค่อยไปเก็บตกแคนดิดเอาที่กล้องเพื่อนที่มาถ่ายเล่นกันในงาน
ซึ่งถึงคุณภาพจะไม่คงที่ แล้วแต่ฝีมือเพื่อนและกล้องที่ใช้ (มักจะเป็นมือถือ)
แต่มันก็ได้รายละเอียดเยอะในหลายๆมุมมองดี

.

อย่างงานเรา มีครบทั้งสามประเภท เราตัดสินใจว่าจะใช้ช่างภาพแคนดิดด้วย
เพราะว่าเป็นงานที่มีแขกเยอะ(มาก) จึงอยากเพิ่มช่างภาพเพื่อเก็บรายละเอียดให้มากขึ้น
และส่วนตัวก็ชอบรูปที่เป็นธรรมชาติอยู่แล้วด้วยล่ะ
แต่งานพิธีเช้าที่คนไม่ถึง 100 คน ก็ใช้ช่างภาพ 2 คนพอ (คนเดียวเสี่ยงที่จะหลุดช็อตไปหน่อย)
ส่วนพิธีเย็น ซึ่งมีแขกราวๆ 700-800 คน ต้องใช้ช่างภาพอย่างต่ำ 4 คน
(ไม่รวมคนถือไฟด้วยนะ)

.

.

.

2. ลักษณะอารมณ์ของภาพที่ชอบ ฝีมือที่ใช่

.

ภาพถ่าย แม้ว่าจะไม่ได้เขียนด้วยมือ แต่ช่างภาพแต่ละเจ้า เขาก็จะมีลายมือเป็นของตัวเอง
มีลักษณะรูปถ่าย มุมมอง มุก ในแบบของตัวเอง
ซึ่งช่างภาพเหล่านี้ เขาโชว์งานมากมายในเว็บเขาอยู่แล้ว เพราะมันเป็นจุดขายหลักของเขา

มีทริคนิดหน่อย
พยายามดูรูปที่เขาถ่ายในสถานที่คล้ายๆหรือเดียวกับสถานที่จัดงานของเราก็ดี
หรือถ่ายงานที่มีตีมงานคล้ายๆกับของเรา
บางงานอลังการงานสร้างมาก อย่าสับสนระหว่างสถานที่สวยกับถ่ายรูปสวย

เราคงแนะนำว่าใครเจ๋งแน่ๆ ไม่ได้ เพราะเรื่องแบบนี้มันขึ้นอยู่กับรสนิยมของแต่ละคน
เอาเป็นว่า เรานำเสนอตัวอย่างของช่างภาพที่เข้าตาเรา และผู้ที่เข้ารอบชิงชนะเลิศละกันนะ

.

.
เจ้าแรกที่เรานึกถึงเลย
Pamfolio http://www.pamfolio.com/
ประทับใจในอารมณ์ของรูปถ่ายตอนที่เขาไปถ่ายให้งานเพื่อนที่จัดที่เอวาซอน ปราณบุรี
อารมณ์ของรูปถ่ายจะออกเหมือนงานเมืองนอก แนวอินเตอร์นิตยสารฝรั่ง คลาสสิค
ธรรมชาติ ไม่ฉูดฉาด และตัวภาพพูดได้ ถ่ายได้ดีทั้งระยะไกลและใกล้

ตัวอย่างรูป

.

เจ้าที่สอง ก็จากงานเพื่อนอีกนั่นแหละ
Brilliant Day by Bigfoto http://bigfoto.multiply.com/
สไตล์ภาพจะสีสันมากกว่า Pamfolio มุมมองผ่านเกณฑ์มาตรฐานสบายๆ
ยกเว้นว่า บางทีรู้สึกภาพเอียงไปเอียงมาเยอะไปหน่อย
ส่วนตัวเราจะชอบให้ตั้งกล้องแนวนอน หรือแนวตั้งไปเลย มีเอียงประปรายก็พอ
ภาพที่สื่อออกมาจากเจ้านี้มักจะแฝงความหวือหวาไว้นิดๆถึงมากๆ

ตัวอย่างรูป

.

เจ้าที่สามหามาจาก weddingsquare
Phatstudio http://phat99.multiply.com/
คนนี้ก็ผ่านมาตรฐานเช่นกัน มุมมองและการ process สี ดีเลยแหละ
แอบให้คะแนนมากกว่า Bigfoto นิดหน่อยด้วยตรงที่มุมมองภาพไม่ค่อยเอียงไปเอียงมา เอิ๊ก
ภาพที่สื่ออกมาก็จะดูนิ่งแต่ยังมีพลัง มีความละมุนละไมของภาพ

ตัวอย่างรูป


.

เจ้าที่สี่ ก็มาจาก weddingsquare เช่นกัน
A Fotoforever http://www.fotoforever.net/
มุมมองไม่เบา ตัวภาพเล่าเรื่องได้โอเค ถนัดแนวอลัง คอนทราสเยอะ เส้นคมชัด
ก็เป็นอีกหนึ่งเจ้าที่น่าจะขายดีอยู่นะ ดูจากฝีมือแล้ว ภาพก็จะออกเป็นแนว masculine
หรือเรียกว่า ออกแนวแมนๆ เช่นกัน
ตัวอย่างรูป

.

เจ้าที่ห้า ผุดขึ้นมาจากความทรงจำ
13maysa http://www.13maysa.com/
ติดตามมาตั้งแต่คุณสงกรานต์หัดเล่นกล้องใหม่ๆในพันทิป.คอม จนถ่ายเป็นเรื่องเป็นราว
นับว่าเป็นอีกคนที่รูปมีลายเซ็นของตัวเองชัดเจน
มีความคมชัดฉัวะเฉียะ การโพรเซสสีสันค่อนข้างจัด ที่ชอบที่สุดคือภาพมันพูดได้
ไม่ออกละมุนละไมหวานนุ่มฟูเหมือนภาพแต่งงานส่วนใหญ่ ถึงนุ่มก็จะนุ่มแมนๆ
พี่หมีเรียกรวมๆว่าสไตล์ภาพข่าวอาชญากรรม -_-!
เอาเหอะ มาดูตัวอย่างรูปกัน

ตัวอย่างรูป


.

.

เป็น 5 เจ้าที่เราชอบทั้งหมด และส่วนใหญ่มีสไตล์การถ่ายภาพเป็นของตัวเองชัดเจน

.

.

.

3. งบประมาณ วิธีจ้าง

.

ช่างภาพจะคิดค่าถ่ายรูปเป็นคิวๆไป
เช่น รอบพิธีเช้า หนึ่งคิว รอบงานเลี้ยง หนึ่งคิว ก็รวมเป็นสองคิว
ในกรณีที่ใช้ช่างภาพชุดเดียวกัน

จะบอกว่า ช่างภาพประสบการณ์สูงๆที่ถูกๆน่ะหายาก นอกจากจะรู้จักกับเขาแล้วบีบคอมา
ถ้าพิธีจัดเต็ม งานเลี้ยงจัดเต็ม แล้วจะเอาภาพดีด้วย
ควรจะเตรียมงบสำหรับภาพนิ่งเอาไว้ไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท
(สำหรับ 2 คิว ในกรณีที่ไม่ได้มีความสิเน่หาเป็นการส่วนตัวกับทีมช่างเพื่อได้ลดพิเศษ)
ถ้าแขกเยอะ ราคาก็อัพขึ้นไปใหญ่
ช่างภาพเดี่ยวๆคนเดียว ราคาอย่างต่ำต่อคิวก็คิวละ 5,000 บาทอัพขึ้นไป

ราคาช่างภาพ ส่วนใหญ่ก็ให้ไว้ทางหน้าเว็บอยู่แล้ว
มีเพียงบางส่วนที่ไม่รู้พี่จะต้องให้เมลไปถามทำไม
ในเมื่อข้อมูลมันไม่ใช่ความลับอะไรเลยที่จะต้องมากลัวช่างอื่นตัดราคา
ก็ถ้าอยากได้ราคาจริงๆ ก็อีเมลไปแล้วกัน

.

ส่วนลักษณะการจ้าง ก็มีประมาณนี้

แพ็กเกจสตูดิโอ

บางคนอาจจะใช้แพ็กเกจของเวดดิ้งสตูดิโอไปเลย
มีข้อดีชัดๆก็คือ สำหรับคนที่พอใจในผลงานการถ่ายรูปของสตูอยู่แล้ว
ก็อาจจะได้แพ็กเกจถ่ายรูปที่ถูกลง ได้อะไรมากกว่า เช่น ได้ชุดด้วย อะไรด้วย
ทั้งชุด ภาพนิ่ง อุปกรณ์ และวิดีโอ อันนั้นก็จึงกรุณาเห็นตามสมควร
แต่อย่างน้อย แต่ละคิวที่เป็นช่างภาพนิ่งมืออาชีพ ต้องมี
ช่างกล้อง 1
ช่างยกไฟ 1
แต่ถ้าได้ช่างกล้อง 2 ขึ้นไป ก็จะยิ่งดี
เพราะถ้าเป็นในส่วนพิธี บางทีเวลาเดียวกันต้องถ่ายหลายๆมุม
ถ้าคนเดียวก็จะได้มุมเดียวเท่านั้น
ส่วนงานเลี้ยง แขกยิ่งมาก ก็ยิ่งต้องอัดช่างกล้องเพิ่ม
อย่างที่บอกไว้ข้างต้นแล้ว

แต่ก็ศึกษาดีๆว่าสตูนั้นเคยมีปัญหาเรื่องเปลี่ยนช่างภาพหรือเปล่า
ไม่ใช่วันงานเอาช่างที่ไหนไม่รู้มาให้เรา ซึ่งภาพออกมาคนละแบบกับที่เราชอบ
ซึ่งก็พยายามเลือกสตูที่ไว้ใจได้ มีชื่อเสียงมานาน ก็ละกัน

จ้างช่างภาพงานแต่งงาน

ก็คืออย่างที่เราหาข้างบนแหละ ทั้งหมดคือช่างภาพงานแต่ง
ข้อดีชัดๆก็คือ เขาจะรู้ sequence พิธีการ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงก็พอจะ improvise ได้
รู้มุมที่จะถ่ายงานแต่งงานให้สวย เห็นชัด ไม่พลาดช็อตเด็ด
และแน่นอน ยิ่งเป็นช่างภาพขายดี มีลายเซ็น คิวฮอต ราคาก็ยิ่งสูง
อาจจะสูงไปได้ถึงคิวละ 50,000 ในขณะที่บางเจ้ารวมกันสองคิวยังไม่ถึง 35,000 ก็มี

จ้างช่างภาพทั่วไป นักศึกษา หรือบีบคอเพื่อนให้มาถ่ายให้

ถ้าช่างภาพทั่วไป หรือเพื่อนที่มีประสบการณ์การถ่ายภาพแต่งงานมาบ้าง ก็โอเค
ข้อดีคือ ทางเลือกนี้ เทียบกับการจ้างช่างภาพงานแต่งงานโดยตรง
อาจจะถูกกว่า – ถูกกว่าม้ากกก หรือ ไม่เสียตังสักแดง ก็เป็นไปได้
แต่ข้อเสียก็คือ สเต็ปจะไม่แม่น จะไม่รู้ว่าเวลานี้ตัวเองควรจะไปยืนเตรียมอยู่ตรงไหน
มุมมองจะไม่จับวางเท่าคนที่เขาทำบ่อยๆ
ถ้ายิ่งจ้างหลายๆคนรวมกัน ก็จะยิ่งขัดกันเองได้ง่าย
แล้วถ้ายิ่งไม่ได้มีประสบการณ์การถ่ายรูปเท่าไหร่ หรือไม่ได้มีฝีมือในการถ่ายรูป
ก็ต้องมาลุ้นตัวโก่งกันว่า รูปออกมาจะหมู่หรือจ่ากันแน่

.

.

จากข้อมูลที่ได้ ทำให้เราคิดว่า ทางที่ดีที่สุด ต่อคิวนึง (รอบเช้า หรือ รอบเย็น)
ก็ให้ทีมๆหนึ่งทำไปเลยทีเดียว
ถ้ามีการเซ็ตอัพไฟและอุปกรณ์เพื่อถ่ายรูปหน้างานด้วย
ก็ควรจะจ้างเขามาเป็นทีมเดียวกันไปเลย
เพราะการจ้างหลายๆที่มารวมกัน ถึงแม้จะถูกกว่ากันนิดหน่อย
(ตอนแรกเราก็ลองคำนวณเล่นแร่แปรธาตุดู ประหยัดได้ไม่กี่พัน)
แต่มันจะทำให้การทำงานไม่เป็นทีม จะขัดมุมมองกันเอง และอาจจะได้ภาพที่ซ้ำๆกัน
เพราะแต่ละเจ้าก็อยากได้ภาพที่เจ๋งๆที่สุด
จะมาอาศัยว่าให้ช่างภาพทุกคนไปคุยกันเอง แต่มาจากคนละเจ้า มันก็ไม่ใช่เรื่อง

หรือถ้าต้องการจ้างแยกทีมจริงๆ เพราะคำนวณแล้วประหยัดกว่ากันโขๆ
บ่าวสาวเองต้องแม่นการวางคิวให้ช่างภาพ จะให้ใครถ่ายอะไร ณ จุดนั้นๆต้องยืนตรงไหน
อยากได้ภาพแบบไหนในแต่ละจุด
ไม่ใช่แค่จ้างมาแล้วปล่อยให้เขาเดินถ่ายเปะปะเอง
ยิ่งเป็นช่างที่ประสบการณ์น้อย ทักษะน้อย (แต่ถูกกว่าเยอะ) เราก็ยิ่งต้องช่วยดูแลด้วย

.

.

เราก็เลยมีตรรกะคร่าวๆในการเลือกช่างภาพนิ่ง ดังนี้

.

สรุปว่า นายภาพนิ่งที่รักของเรา หวยไปออกที่ทีม 13maysa จ้าาา
คือ อยากให้ภาพออกมาเป็นแบบข่าวอาชญากรรม -_-!
ไม่ช่ายยย คือจริงๆเราชอบภาพที่ละมุนละไมละม่อมนะ
แต่ชั่งดูแล้ว เราชอบภาพที่พูดได้อะ ซึ่งภาพจากทีมคุณสงกรานต์เขาสามารถ
และลายเซ็นของภาพค่อนข้างจะมีเอกลักษณ์
และแม้ว่าราคาจะอยู่ในระดับที่ค่อนไปทางสูง
แต่ก็ไม่ถึงกับสูงจนต้องขอตัดใจทันทีจากตัวเลือก
อย่าง pamfolio นี่ อยากได้นะ ชอบที่สุด แต่ด้วยการจัดสรรงบประมาณแล้ว
ทีม 13maysa เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของงบขั้นสูงที่สุดที่เราจ่ายได้สำหรับช่างภาพนิ่ง
(ล่าสุด ราคาทีม 13maysa สองคิว อยู่ที่ประมาณห้าหมื่นบาทแล้วเน่อ)

และจากการทำงานในวันงาน
การทำงานของทีม 13maysa ทำให้เรารู้สึกว่า เราวางใจเขาได้ตลอดรายการ
ซึ่งเราว่าตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ไม่งั้นวันงานจะเป็นอะไรอีกสิ่งที่นอยบ่าวสาวสุดๆ
(แต่ถึงตอนนี้ รูปยังไม่ได้นะ แฮ่ๆ ต้องรอ 1 เดือนง่า ไว้จะมาอัพเดทรูปให้ดูนะ)

.

ป.ล.
เกือบลืมไปอีกอย่างหนึ่ง
ส่วนตัวเราคิดว่า หลังแต่งงานใหม่ๆ
แน่นอนว่า ทุกคนต้องอยากดูรูปถ่ายงานแต่งแทบแย่ใช่ไหม
ไม่ต้องฟูลเซ็ตก็ได้ แต่อยากได้ teaser ออกมาให้เสพบ้าง
คืออารมณ์ตอนนั้นอะ เราว่าใครที่แต่งงานแล้วก็คงเข้าใจดี
เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ตอนแรกเราคิดว่าจะจ้างช่างภาพแคนดิดอีกคนนอกทีมงาน
เพื่อเขาจะได้ถ่ายรูปและส่งให้เราภายในไม่กี่วันได้
แต่ในที่สุดเราก็ไม่ได้จ้างเขา เพราะให้ความสำคัญกับคิวถ่ายรูปที่จะไม่ขัดกันมากกว่า
แต่มันก็ทำให้เราต้องรอรูปจริงทั้งหมดหนึ่งเดือนเศษๆง่ะ
อย่างไรก็ตาม รูปที่เพื่อนๆถ่ายเล่นให้ในงาน นับว่าเยอะโขอยู่ ขอบคุณเทคโนโลยี ไม่งั้นรอเงกเลย
ส่วนตรงนี้ เราว่า ช่างภาพแต่ละทีม มีการทำงานและการส่งงานที่แตกต่างกัน
เราก็เห็นช่างภาพหลายๆคนที่เขาก็มีตัดงานเร็วกว่านี้นะ
เราว่าตรงนี้ ตอนที่เจรจาคิวงานกัน ถามเขาด้วยก็ดีว่าจะมีรูปบางส่วนให้ดูเลยหรือเปล่า
ถ้าทีมที่เราหมายตาไว้ บอกว่าต้องรอรูปเป็นระยะเวลาเหงือกบานแบบนี้
ก็ลองชั่งดูว่า อยากทนรอ หรืออยากจ่ายเพิ่มอีก เสี่ยงขัดคิวถ่ายภาพหน่อย
แต่ได้ภาพมาเสพเร็ว สนองนี้ดอันพลุ่งพล่านหลังแต่งงานมากกว่า ก็แล้วแต่เลย

.

.

.

.

.

นายภาพเคลื่อนไหว

วิดิโอมีประโยชน์ตรงไหน ต้องบอกไหมเนี่ย
เอาเป็นว่า บริการวิดีโอเดี๋ยวนี้ มีสามประเภทละกัน

.

ประเภทแรก วิดีโอเก็บรายละเอียดงาน
ก็คือวิดีโอแบบ default แหละ ถ่ายตลอดงานเหมือนปรกติธรรมดา
ตั้งแต่เริ่มงาน มีพิธีอะไรบ้าง สเต็ปอะไรบ้าง หนึ่งสองสาม จนจบงาน
แบบนี้คือที่รู้จักกันอยู่แล้ว

.

ประเภทสอง ถ่ายทอดสดในงาน
ถ่ายทอดสดให้คนในห้องเห็นว่า คนนอกห้องมีใครมาบ้าง
ถ่ายทอดสดให้คนในมุมห้องหนึ่งเห็นว่า อีกมุมห้องหนึ่งมีใครบ้าง
เซ็ตนี้อุปกรณ์ก็จะเป็นคนละแบบกับการบันทึกวิดีโอไปเลย

.

ประเภทสาม cinematography
เป็นการนำเอาไฮไลท์ของงานมาเรียบเรียงตัดต่อสวยๆ ยัดเพลงลงไป ระเบิดตูม
กลายเป็นโกโก้ครันช์ เอ้ย มิวสิควิดีโอของเรา ยาว 3-7 นาที
เห็นน้อยๆอย่างนี้ เผลอๆราคาสูงกว่าประเภทแรกอีกง่ะ
เพราะอุปกรณ์จะเป็นคนละชุดกัน และใช้คนมากกว่า
ภาพจะเหมือนถ่ายหนังมากกว่า
เจ้าที่ดังๆที่อาจจะเห็นกันตาม youtube บ่อยๆก็จะมีสองเจ้า
ได้แก่

.
ช่างวิดีโอเป็นสิ่งที่เราตัดสินใจเลือกไม่กี่วันก่อนงาน
ไม่ใช่เพราะอะไร คือกลัวว่าถ่ายไปก็ไม่ได้ดู แล้วก็จะเสียดายตัง ^^”
คือถ้าไม่มีคนรู้จักทำบริการถ่ายภาพ ก็อาจจะยุ่งอยู่เหมือนกัน
เราได้ทีมช่างวิดีโอทั้งเช้าและเย็นจาก BB and B modern studio
http://www.bbbstudio.net/
ซึ่งเป็นเวดดิ้งสตูดิโอแถวแยกงามวงศ์วานที่หนึ่งในลูกเจ้าของรู้จักกัน
ก็ให้บริการเต็มที่เช่นกัน และเป็นมืออาชีพดีเลย สมกับที่งานเยอะ

ช่างวิดีโอก็เหมือนช่างภาพนิ่ง ถ้าได้คนที่รู้คิวงาน ทักษะดี ก็จะได้ภาพดีๆ
เราตัดสินใจว่า พิธีเช้า ไม่ยาวมาก ก็จะให้เป็นวิดีโอเก็บงาน ประเภทแรก
และขอให้ทางทีมรีบตัดเอาไฮไลท์มาเปิดงานเย็น ความยาวสัก 3 นาที
ซึ่งทางทีมก็ใจดีตัดมาให้ตรงเวลาเป๊ง

.

ส่วนงานเย็น ตอนแรก จะเอาประเภทสองด้วย
เพราะรู้สึกมันเก๋ๆดี คิดไปคิดมา ใครจะมายืนดูฟะ ต้องเป็นพวกไม่มีเพื่อนไรงี้สินะ 555
ก็ตัดสินใจตัดออกแล้วให้บันทึกวิดีโออย่างเดียวดีกว่า
ซึ่งการบันทึกวิดีโอ เราก็ตัดสินใจใช้ประเภทสาม แทนที่จะเป็นประเภทหนึ่ง
เพราะเท่าที่เคยเห็นมา ภาพเคลื่อนไหวในประเภทที่หนึ่ง กับภาพนิ่ง มันทับซ้อนกันอยู่
วิดีโอเขาก็จะพยายามเก็บแขกให้ได้มากที่สุด
และการเก็บแขกให้ได้มากที่สุดก็คือการเก็บที่หน้างาน
แล้วทีนี้ เราก็คงไม่มานั่งดูภาพคนเดินเข้ามาถ่ายรูปกะเราที่หน้างานเป็นชั่วโมงๆ
มันต้องน่าเบื่อน่าดูเลยแหละ อาจจะทนดูเองได้ไม่กี่นาทีด้วยซ้ำ
คือประเภทที่หนึ่ง มันก็มีข้อดีตรงที่ มันเก็บทุกขั้นตอน สำหรับคนที่กลัวพลาด
ประเภทที่สาม มันจะมีแต่เฉพาะภาพที่เราดูแน่ๆ เช่น ตอนตัดเค้ก อะไรงี้
ถึงมันไม่ได้เก็บทุกคำพูด แต่มันก็ remind ความรู้สึก ณ moment นั้นได้อยู่

.

จริงๆมันก็จะเอาทั้งประเภทที่หนึ่งและประเภทที่สามก็ได้นะ
ไม่ผิดกติกา หลายๆคนก็เอาทั้งคู่
แต่ราคามันก็ดับเบิ้ลอะ ก็แล้วแต่ว่าเราจะยอมจ่ายหรือเปล่า
ในที่นี้ เราว่า ราคาสามสี่หมื่นสำหรับการเก็บงานเช้า และ cinematography
มันก็สุดๆของเราละ

แต่กว่าที่จะตัดอะไรออกไปได้ มันก็ลำบากใจนะ

.

ส่วนหนึ่งที่จะทำให้งบบานปลายในงานแต่งงาน
ก็เพราะกลัวเก็บบันทึกอะไรไม่ทุกเม็ดนี่แหละ
ก็จะเผื่อว่าๆ จนงบบานปลาย
จริงๆเผื่อไว้ก็ดี แต่บางอย่างก็ต้องตัดใจให้ได้อะนะ

.

.

4 Responses to “มหากาพย์ เตรียมงานแต่งงาน #malimeekob (3) – ช่างภาพ”

  1. zas5799

    ตากล้อง 2 เจ้านี้เพิ่งตามไปดูจาก blog นี้ ขอเพิ่ม 1 เจ้าฮะชอบงานเขา พอดีไปเจอตอนไปทำงานแต่งงานนึง ชื่อ smileball.multiply.com อ่ะครับ

    Reply
  2. Big

    ขอบคุณครับ ปัจจุบัน ผมพยายามลบข้อเสียนี้แล้วครับ ^^

    Reply

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Basic HTML is allowed. Your email address will not be published.

Subscribe to this comment feed via RSS

%d bloggers like this: