.

.
ตอนที่ 5
ธีมงาน

.

.

ฮก ลก ซิ่ว เราว่ากันผ่านไปแล้ว
หลังจากได้ฤกษ์มา เราต้องจองสถานที่ ช่างกล้อง และช่างแต่งหน้า ให้มั่นเหมาะ
ต่อจากนั้น ก็มาว่ากันต่อถึงเรื่องธีมงาน
.


.
ธีม (Theme) จะว่าสำคัญก็สำคัญมาก
จะว่าไม่สำคัญก็แล้วแต่
แต่จากประสบการณ์ ขอบอกว่า
.
“มีเหอะ”
.
จะว่าไป เป็นเจ้าสาว DIY ไร้ออแกไนเซอร์ มันก็มีความมันส์อยู่หลายมิติ
การกำหนดธีมงานเอง แล้วไปแสวงหา คิดค้น อะไรที่จะเอามาประกอบกันในงาน
ก็ไม่ต่างกับทีสิสศิลปะย่อมๆเลยนะ
.
.
เจ้าสาวที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงงานดีไซน์
อาจจะงงได้ว่า เอ๊ะ ธีมคืออะยัย ใช่การกำหนดสีที่ใช้ในงานหรือเปล่า
ซึ่งจริงๆก็ใช่ส่วนนึงนะ เอาง่ายๆละกัน
ธีมมันคือคอนเซ็ปท์รวมๆของงาน ซึ่งนิยามได้ภายในหนึ่งประโยค หรือแม้กระทั่งหนึ่งคำ
เช่น
.
“ป่าช้า”
เราก็จะนึกภาพป่าช้า และองค์ประกอบของมันแล้วใช่มะ
เช่น โลงศพ ค้างคาว ผีดิบ ป้ายหลุมศพ พระจันทร์ หมาป่า
แต่ถ้าเป็น ป่าช้าจีน อาจจะนึกถึงฮวงซุ้ย ประทัด ธงสีๆ ผีแมนจูโดดดึ๋ง ไรงี้
หรือว่า ป่าช้าไทย ก็คงจะมี อาจารย์ สายสิญจน์ ปอบหยิบ ตุ่ม น้าผี อะไรงี้
สีก็จะออกเป็นดำๆ เอิร์ธโทนๆ เป็นหลัก
.
“เทพนิยาย”
จะเป็นนิยายดิสนีย์ หรือจะเป็นนิยายเชร็ค สีก็ไม่เหมือนกัน
แต่ก็เข้าใจว่า ส่วนใหญ่ก็คงจะเลือกเป็นธีมเทพนิยายแบบดิสนีย์มากกว่าเนอะ
สีสัน ก็อยู่แล้ว สดใส หลากสี แต่ก็ต้องไม่ใช่แปร๊ดตะลุ่งตุ้งแช่เป็นตรุษจีน
และเจ้าสาวก็ควรเลือกด้วยว่าตนเป็นนางเอกในเรื่องไหน
.
“งานวัด”
เผื่อใครอยากแต่งแถวๆช่วงประเพณีไทยเช่น วันวิสาขบูชา สงกรานต์ เข้าพรรษา
ก็จัดไปให้รีโทรๆ เปิดสะก๊าด ฉูดฉาด ไอ้คล้าว นางมา ให้ซะเต็มที่
.
“บูมมะจาเล่”
เห็นว่าเทรนด์อินตะระเดียกำลังมาแรง ใครคึกอยากจะบูมมะจาเล่ ก็คงจะสนุก
.
เห็นไหม พอมันเป็นคำชัดๆขึ้นมาสักคำ มันก็เห็นภาพชัดแล้วว่า งานจะออกมาแนวไหน
มันชัดกว่าการที่จะมานั่งเลือกตั้งแต่แรกว่าตัวเองชอบสีอะไร
นอกจากเป็นคนที่หมกมุ่นปักใจกับสีนั้นๆอย่างจริงจัง
ขนาดที่ตั้งเป็นธีมไปได้เลยเช่น
“ชมพูแปร๋น”
“เขียวตองเหลือง”
“ฟ้าเมดิเตอเรเนียน”
เป็นต้น
.
ธีม มีลักษณะฟังก์ชั่นคล้ายๆ วิหารธรรม
ก็ตรงที่ เวลาชีวิตเริ่มออกทะเลไปไกล ไม่รู้จะกลับไปตรงไหนดี
ก็ให้กลับไปที่วิหารธรรมนั้นๆ แล้วค่อยเริ่มใหม่กันอีกที
ธีม ก็เป็นวิหารธรรมของงานแต่ง
เวลาที่เจออะไรน่าเลือกน่าซื้อไปหมด ตัดสินใจไม่ถูก
ก็ให้วกกลับมาที่ธีม ดูว่า มันเข้ากับธีมของเราที่วางไว้หรือเปล่า
ทำให้การซื้อของ ทำของมาใช้ในงาน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรัดกุมมากขึ้น
เช่น ถ้าเราวางธีมงานวัด ไว้ แล้วดันไปปิ๊งกับภาพปราสาทเทพนิยายสีชมพูพาสเทล
ก็ขอให้ตัดใจ ถ้าตัดใจไม่ได้ และยังไม่ได้ซื้อของอะไร ก็อาจจะต้องเปลี่ยนธีม
แต่อย่าเปลี่ยนบ่อยๆ เพราะมันจะเสียก็เสียที่งานของบ่าวสาวเอง
ส่วนคนขายของ ก็ปลื้มกันไปสิ ได้ตังนี่
.
.
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจว่าจะเลือกธีมอะไร
ต้องมั่นใจด้วยนะ ว่าเราจะชอบธีมนี้จริงๆ และชอบไปถึงรายละเอียดของธีม
อย่างที่บอก ไม่ใช่ว่านึกจะเอาธีมงานวัด แต่ชุดแต่งงานที่เลือกนี่ฟูฟ่องสุ่มเจ็ดชั้นใส่มงกุฏมาเลย
.
.
ทั้งนี้ ธีม ไม่จำเป็นต้องมีความไม่เหมือนชาวบ้าน
มันจะเหมือนชาวบ้านก็ไม่เป็นไรหรอก
คนเราแต่งงานกันทุกวัน วันละหลายสิบหลายร้อยคู่ทั้งโลก
ไอเดียมันจะไม่ซ้ำกันบ้างก็แปลกแล้ว
แล้วถ้างานใครที่เราชอบแบบนั้นแล้ว เหมาะกับแบบนั้นแล้ว
ถึงแม้ว่ามันจะโหล แต่ถ้ามันเข้ากับเราจริงๆ มันก็ไม่ได้ผิดอะไรที่จะเลือกนะ
.
.
เมื่อได้คำนิยามของธีมแล้ว
ก็เอา keyword เหล่านั้นแหละ ไป search ดูในเน็ต
แล้วจะได้ได้รายละเอียดกระจุกกระจิกสำหรับงานเต็มไปหมดเลย
ระยะแรกอาจจะตัดใจเลือกอันเดียวไม่ได้ก็ไม่เป็นไร
ต่อเมื่อเริ่มลงมือออกแบบและซื้ออะไรสักอย่าง
เมื่อนั้นควรจะฟันธงเลือกธีมเพียงหนึ่งเดียวได้แล้ว
.
.
เราแอบเห็นว่าที่เจ้าสาวหลายๆคน มาโพสต์กระทู้ให้คนอื่นออกแบบโลโก้งานให้หน่อย
ไม่รู้เหมือนกันนะว่าเอาเข้าจริงจะได้โลโกที่ถูกใจตัวเองกันสักกี่คน
ส่วนหนึ่งเราก็คิดว่า มันคงเป็นเพราะว่า ไม่มีธีม
พอไม่มีธีม ก็ขอแค่ เป็นอะไรห็ได้ที่สวย
มันก็อาจจะสวยจริง แต่ก็จะเป็นความสวยที่มาแบบ ล่องๆลอยๆ ไม่มีเหตุผล ไม่มีที่มาที่ไป
แล้วแถมให้คนอื่นเป็นคนกำหนดให้อีกต่างหากว่าหน้าตางานเราจะเป็นอย่างไร
เป็นเจ้าสาว DIY ทั้งที ต้องทำงานด้วยตัวเองมากขึ้นหน่อยนะ
ถึงจะไม่มีหัวหรือทักษะด้านศิลปะ
แต่ก็ควรจะเป็นคนกำหนดทิศทางของงานตัวเองอย่างเต็มที่
กำหนดทิศทางของโลโก้งานตัวเองอย่างเต็มที่ด้วย
ก่อนที่จะให้มืออาชีพ หรือคนที่มีทักษะ หรือแม้แต่โรงแรม เอาไปทำแบบไฟนอลให้
.
.
.
ส่วนตัวเราแต่งงานวันคริสต์มาส
แม้ว่าปรกติเราจะไม่ได้ชอบสีแดง แต่เราก็ตกลงใจใช้ธีม “คริสต์มาส”
และเอ็นจอยกับสีแดงในธีมแบบนั้น รวมไปถึงสีที่เกี่ยวข้องกับคริสต์มาสสีอื่นๆด้วย
เช่น เขียว ทอง เงิน ขาว น้ำตาล เป็นต้น
ฉะนั้น ไม่ต้องไปมองของสีฟ้า สีชมพู สีส้ม สีพาสเทลอะไรให้เสียเวลาเลย
และด้วยความที่มันเป็นคริสต์มาส เราจึงเพ้อต่อไปถึงบรรยากาศของคริสต์มาส
ที่มันจะระยิบระยับ ของขวัญ หิมะ เกล็ดหิมะ ตุ๊กตาหิมะ ปล่องไฟ ตุ๊กตา ริบบิ้น
ฉะนั้น ไม่ต้องไปดูของพวกสไตล์คันทรี ลูกไม้ เพลินวาน เจ้าหญิงเจ้าชาย อะไรเลย
และด้วยความที่เป็นคริสต์มาส ซึ่งมีความเรโทรนิดๆปนคลาสสิกในตัวของมัน
ก็มีผลไปถึงฟอนท์และลายเส้นที่ใช้ในองค์ประกอบอาร์ตเวิร์คต่างๆด้วย
รวมไปถึงความอบอุ่น เป็นกันเองระหว่างครอบครัว เพื่อนฝูง
ธีมจึงจะออกมาเป็นอะไรที่กันเองๆเป็นหลัก ไม่ซื้อของอะไรให้ดูเป็นทางการ เนี้ยบหรู ไรงี้
.
เห็นไหม รวมๆกันแล้ว ตัดออกไปได้หลายสิ่งอันมาก
นั่นคือเราจะประหยัดเวลามากขึ้นเวลาหาข้อมูล หาของซื้อ นับตั้งแต่นี้
ก่อนที่จะตกลงใจเอาธีมนี้ เราจะรู้สึกล่องลอยในการหาข้อมูลมาก
แต่พอได้ธีมปั๊บ ก็เหมือนมีที่ให้ยึดเหนี่ยวจิตใจทันที
.

.

.

.
สรุปว่า ธีมนั้น ควรมี แต่อย่าไปอะไรกับมันให้เวอร์เกินเหตุ
หรืออย่ารักพี่เสียดายน้องเกินไป ไม่งั้นจะออกมากลายเป็นงานแต่งแกงโฮะ

.

.

การเป็นเจ้าสาว DIY ก็ดูดีมีสไตล์ราวกับไปทำแฮร์สปามา เอ้ย จ้างออแกไนเซอร์ได้
ขอให้เริ่มจากธีมแล้วก็ยึดมันไว้เป็นหลักก็แล้วกัน

.

.

One Response to “มหากาพย์ เตรียมงานแต่งงาน #malimeekob (5) – ธีมงาน”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Basic HTML is allowed. Your email address will not be published.

Subscribe to this comment feed via RSS

%d bloggers like this: