ตอนที่ 6
ตารางเวลา งบประมาณ

.

.

เราคุยเรื่องตารางเวลากับงบประมาณปนๆกันไปเลยละกันนะ

ตารางเวลาในที่นี้ ยังไม่ใช่ตารางเวลาละเอียดที่แต่ละคนจะทำอะไรในวันจริงนะ
แต่เป็นตารางเวลาว่าด้วยเรื่องควรเตรียมอะไรเมื่อไหร่ ในระหว่างทางการเตรียมงานมากกว่า

หลังจากเราได้ฤกษ์มาแล้ว จนถึงวันชิงชัย นั่นคือระยะเวลาทั้งหมดที่เรามีในการเตรียมงาน
สิงแรกๆที่สำคัญที่สุดที่ควรทำทันทีที่ได้ฤกษ์ ในมุมของเรานะคือ

.

.

.

0. รูปแบบงาน จำนวนแขก ทำเล งบประมาณ

.

ยกแยกมาให้อยู่ก่อนสถานที่เลย เพราะสิ่งนี้จะเป็นตัวกำหนดสถานที่
กรุณาฟันธงให้ได้เร็วที่สุด เพื่อจะได้จองที่อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับงาน
รูปแบบงานในที่นี้ รวมไปถึงว่า เราจะจัดพิธีอะไรบ้าง เราต้องจัดที่จังหวัดไหน
ตกลงจะต้องมีงานเลี้ยงกี่ที่ งานเลี้ยงจะรวมกับพิธีไหม
เพื่อเราจะได้รู้ว่า เราต้องการสถานที่สำหรับทำกิจกรรมอะไรในพื้นที่ใดบ้าง
และเราอยากจะจ่ายสักกี่บาทต่อแขกหนึ่งคน

.

แต่อย่าลืมว่า ค่าใช้จ่ายต่อแขกหนึ่งคน ไม่ใช่งบประมาณโดยรวมของงานทั้งหมดนะ
เพราะเรายังต้องมีค่าใช้จ่ายกับอีกหลายสิบเรื่อง
ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า หน้าผม ฉาก ขันหมาก วงดนตรี อาหาร พรีเวด ชุด แหวน ฯลฯ
(ไม่รวมสินสอดทองหมั้นนะ)

.

ถ้าไม่ใช่ที่บ้านมีตัง เงินถุงเงินถัง แล้วล่ะก็
การวางกรอบงบประมาณไว้ตั้งแต่แรก เป็นเรื่องที่สำคัญโพดๆ
อย่าเพิ่งไปหวังว่าแต่งงานแล้วจะได้ค่าซองคืน แล้วจะจัดใหญ่ยังไงก็ได้
ยิ่งบ่าวสาวที่เก็บเงินแต่งงานกันเอง ก็มักจะไม่ได้มีงบยืดหยุ่นมากนัก

.

ควรจัดงบประมาณเลขกลมๆไว้ตั้งแต่แรก
ซึ่งถ้าคิดว่าผู้ใหญ่ก็อยากช่วย ก็ต้องมาคุยกับผู้ใหญ่เช่นกันว่าจะช่วยเท่าไหร่
แต่ผู้ใหญ่ใจป้ำ (แต่ตอนเห็นตัวเลขจริงอาจจะเป็นลม) บอกว่า ขาดเท่าไหร่ก็จะช่วย
ก็ให้กำหนดไปเลยว่า ตัวเองจำเป็นที่จะต้องให้ผู้ใหญ่ช่วยเท่าไหร่
แล้วนำมารวมกับงบประมาณของเราเอง

.

เรื่องงบบานปลาย เป็นเรื่องธรรมดาม้ากกกก ของงานแต่ง
ธรรมดาพอๆกับการอยากกินซาลาเปาก็เดินไปเซเว่น
ก็เพราะว่าเราคิดว่างานแต่งไม่ได้จัดกันบ่อยๆ
จริงๆต้องเรียกว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตด้วยซ้ำ (ถ้ามี)
แต่ก็…พยายามไม่ให้มันบานมากก็แล้วกันนะ สู้ๆ (ตบบ่าแปะๆ)

.

จริงๆมีอีกทางเลือกหนึ่งในการเพิ่มงบประมาณ
นั่นก็คือ การกู้เงินจากธนาคาร
บางคนก็เลือกทางนี้ แต่ส่วนตัว เราไม่สนับสนุนนัก นอกจากจำเป็นจริงๆ
และถ้าจำเป็น ก็ไม่ควรจะกู้ให้เวอร์มาก
อย่างที่บอกว่าอย่าไปคิดว่าจัดงานแต่งแล้วจะได้กำไร
(และเราก็คิดว่า คนที่จะจัดงานแต่งแล้วหวังกำไรนี่มันก็ “อะไรวะ” อยู่เหมือนกัน
เอาจริงๆไม่อยากไปงานคนแบบนี้เลยอะ ถ้ารู้นะ ฮ่ะฮ่ะ)
ยิ่งถ้าเชิญคนในวงกว้างด้วยนะ และสถานที่ดีด้วยนะ ยากส์ เจ้าอย่าหวัง
ให้คิดเอาไว้ก็แล้วกันว่า ให้กู้เงินในวงที่คิดว่าขี้หมูขี้หมาก็น่าจะได้ซองมาประมาณนี้

ส่วนการจัดสรรงบประมาณว่าจะให้ลงอะไรเท่าไหร่
ก็ลองอ่านๆมหากาพย์ไปเรื่อยๆตั้งแต่ต้น ก็จะได้งบคร่าวๆแล้วล่ะ

.

.

.

1. สถานที่

.

มีกาละแล้ว เทศะก็ต้องตามมา ถ้าไม่รู้เทศะจะจิ้มหมุดปักแผนที่ตรงไหน
นั่นจะเป็นเรื่องที่จะทำให้เรากังวลจนกว่าจะได้นั่นแหละ
เมื่อได้รูปแบบงาน จำนวนแขก ทำเล งบต่อหัว มาแล้ว
4 อย่างนี้ก็จะเป็นตัวกำหนดให้เราค้นคว้าข้อมูลสถานที่ได้ไม่เปะปะ
บางทีมี wedding fair ในโรงแรมตามวันเวลาที่กำหนด
ซึ่งก็ดีเพราะทำให้เห็นที่ๆเล็งไว้ได้ชัดเจนขึ้นว่าจัดงานขึ้นมาแล้วจะเป็นยังไง
และมักจะมีโปรโมชั่นพิเศษเวลาที่จ่ายเงินจอง ณ วันนั้น
แต่ก็ไม่ควรจะไปเยอะเพราะจะเสียเวลา และทำให้สับสนเปล่าๆ
อย่างตอนเราจะจองเพนินซูลา พอดีว่า อีกสามสัปดาห์ที่โรงแรมก็จะมี wedding fair
เราจึงมาจ่ายเงินจองใน fair แทนที่จะจ่ายก่อน เพราะเห็นแก่โปรโมชั่นนั่นเอง
(แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ควรจะเตี๊ยมกับเซลล์ให้แน่ใจนะว่าเขาจะกันห้องให้เราถึงวันงาน
ไม่ใช่ปล่อยให้คนที่จ่ายเงินก่อนได้ก่อน อันนั้นจะเซ็งเป็ดได้)

.

เราว่า ค่าสถานที่จัดเลี้ยง(และซุ้มอาหารเพิ่มเติม)เนี่ย
เป็นอะไรที่เปลืองเป็ดสุดแล้วในเรื่องงบประมาณ
(ไม่รวมค่าสินสอดทองหมั้นแหวนเพชรเจ้าคุณนะ)
ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับทั้งเกรดสถานที่ และจำนวนแขกด้วยแหละ อย่างที่บอก
ให้สมมติก็ได้
สมมติว่า มีงบรวมห้าแสน ต้องการเลี้ยงแขก500 คน ในกรุงเทพ
มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะใช้โรงแรมห้าดาว
เพราะขั้นต่ำก็ตกหัวละพันแล้ว 500 คนก็ห้าแสน งาบงบไปหมด
แต่ถ้าต้องการเลี้ยงแขก 200 คน โรงแรมห้าดาว
ก็ขึ้นอยู่กับว่า โรงแรมนั้นๆรับขั้นต่ำกี่คน และมีเรทเหมาหรือไม่
บางทีเราก็ไม่สามารถจะคำนวณทื่อๆได้ว่า ถ้าเลี้ยงแขก 100 คน คูณหัวละพัน
รวมเป็นงบแค่หนึ่งแสน อย่างนี้ก็จัดโรงแรมห้าดาวได้ ซึ่งก็ไม่ใช่
บางทีเขาคิดขั้นต่ำต้องมีอย่างน้อยสองร้อยคน และคิดเหมาอยู่ที่สามแสน ก็เป็นได้

.

กลับมาที่งบห้าแสน แขกห้าร้อย
เรารู้แล้วว่าห้าดาวไม่ได้แน่ๆ ก็อาจจะต้องลดเป็นสามสี่ดาวแทน
ถ้าเราบอกว่า กันงบให้สถานที่สุดๆแล้ว สามแสน (ส่วนที่เหลือ ต้องอยู่ในงบสองแสน)
ถ้าแขกยังห้าร้อยคนอยู่ ก็หารเข้าไป ตกหัวละหกร้อย
แปลว่า เราต้องหาสถานที่ที่อยู่ในงบหัวละหกร้อยสำหรับห้าร้อยคนให้ได้
และยิ่งถ้าตั้งใจจะมีซุ้มอาหารเพิ่มอีก งบต่อหัวก็ต้องกดลงไปอีก
อาจจะต้องไปพิจารณาโรงแรมสามดาว หรือสโมสร หอประชุมต่างๆแทน
ซึ่งไม่ได้มีอะไรน่าเกลียด เพราะสถานที่เหล่านั้นก็จัดงานแต่งชุกชุมไม่แพ้ห้าดาวอยู่แล้ว

หรือถ้าอยากได้ห้าดาวจริงๆเพราะปักใจอะไรสักอย่าง
เราอาจจะจำเป็นต้องลดจำนวนแขกลง ไม่ก็ปรับเปลี่ยนรูปแบบงาน หรือทั้งสองอย่าง
เช่น ไม่จัดงานเลี้ยงเย็นแล้ว เอาเป็นตอนพิธีเชิญแขกสองร้อยแล้วทานของว่างก็พอ จบ
อย่างนี้ก็จะประหยัดได้อีกเช่นกัน

.

Cash flow ของเราก็สำคัญมาก
เพราะงบประมาณบางทีเราไม่ได้ตั้งจากที่ว่าเรามีเงินอยู่ในธนาคารตอนนี้เท่าไหร่
แต่เราตั้งจากว่า เมื่อถึงวันงาน เราน่าจะมีเงินอยู่ในธนาคารรวมเท่าไหร่
เพราะฉะนั้น ระหว่างทาง อาจจะยังจ่ายบางอย่างไม่ได้
หรือเงื่อนไขโรงแรมในการจ่ายมัดจำ บางทีเรียกให้จ่ายเป็นเงินก้อนที่ใหญ่กว่าที่มี ณ ตอนนั้น
ก็ต้องหาโรงแรมใหม่เช่นกัน ถ้าการเจรจาผ่อนผันเลื่อนจ่ายหรือจ่ายก้อนเล็กก่อน ไม่เป็นผล

.

ทุกอย่างเป็นตัวแปรได้ทั้งนั้น อยู่ที่ว่าเรายึดว่าอะไรสำคัญที่สุด
โดยที่งบประมาณรวมควรจะเป็นตัวคงที่ตลอด
เมื่อฟันธงสถานที่ได้แล้ว เราก็จะได้งบประมาณเหลือไปทำอย่างอื่นอย่างชัดๆแล้วล่ะ

.

.

.

2. ช่างถ่ายภาพ ช่างแต่งหน้า

.

เพราะพวกนี้ มือดีๆเขาคิวเต็มเร็วมาก
จองตัวได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี
ช่างสองอย่างนี้ เขาไม่ต้องการอะไรมากในการจองขั้นต้น
นอกจากวันเวลาที่จะให้เขาไปถ่าย จำนวนคิวที่ต้องการจ้าง และจังหวัดที่จัดงาน
โดยที่มักจะต้องมัดจำไว้ครึ่งหนึ่งเป็นการจอง และจ่ายอีกครึ่งวันงาน
ซึ่งถ้าเป็นไปได้ อย่ามีอะไรค้างจ่ายวันงานให้เยอะ ชีวิตในวันงานจะง่ายขึ้นอีก
ถ้าไม่จ่ายก่อนวันงาน ก็จ่ายหลังวันงานไปเลยยิ่งดี(ถ้าเขายอมนะ)

.

งบช่วงแรกนี้ จึงมักจะเป็นงบสถานที่ บวกมัดจำช่างถ่ายภาพ ช่างแต่งหน้า เป็นหลัก
เวลาจ่ายเงินออก ก็อย่าลืมนะว่าเรายังมีเงินเหลือต้องจ่ายอีก
บางทีจ่ายค่ามัดจำแล้ว เราจะอยากลืมๆไปซะว่ายังมีส่วนที่ต้องจ่ายอีกบานเล้ย

.

.

.

3. ของชำร่วย (บวกของรับไหว้)

.

ตรงนี้ ถ้ากะซื้อสำเร็จรูป ก็ยังพอมีเวลาให้ชิลๆได้
ค่อยๆดู ค่อยๆเลือกไป อะไรที่ตรงกับคอนเซปท์และเป็นมิตรกับกระเป๋าตัง
แต่ไม่ควรจะซื้อแล้วได้หลัง 2 สัปดาห์ ก่อนงานนะ มันจะระทึกเกินไป

.

งบสำหรับของชำร่วย อาจจะกันไว้ก้อนหนึ่งเลย แล้วหารจำนวนแขกเอา
หรือจะคิดจากงบต่อหัว แล้วคูณจำนวนแขกเอา ก็ได้

.

บางคนก็เน้นให้ของชำร่วยถูกๆเข้าว่า แล้วไปเน้นฉากถ่ายรูปให้อลัง
แต่บางคนก็คิดว่า ของชำร่วยมันก็บ่งบอกฐานะและหน้าตาของที่บ้านเช่นกัน ต้องลงทุนหน่อย
อันนี้ก็แล้วแต่จะให้ลำดับความสำคัญกันไป
เอาเข้าจริงๆมันก็ไม่ผิดหรอก ถ้าจะไปซื้อของชำร่วยแพ็กเป็นโหลๆจากเจเจ
หรือจะสั่งทำจากต่างประเทศชิ้นละเป็นร้อยบาท
มันอยู่ที่คอนเซปท์และงบประมาณโดยรวมด้วย

.

บอกงบให้นิดนึงละกัน
สมมติว่าต้องการของถูกจริงๆ แค่มีให้ครบตามธรรมเนียมปฏิบัติ
ก็แนะนำของชำร่วยแพ็กโหลตามตลาดหรือในเน็ต
เพราะเขาผลิตเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว มันเลยถูก
แต่ถ้าต้องการแบบไม่แพง แต่ก็ยังพอดูมีดีไซน์ เป็นตัวของตัวเองขึ้นมาอีกนิดนึง
งบของชำร่วยต่อหัว ก็มักจะเริ่มต้นที่ 20 บาทอัพ รวมค่าป้ายชื่องานตัวเองด้วยก็อาจจะเป็น 25 บาท
ถ้าแขก 500 คน ก็เท่ากับว่าต้องกันงบให้ของชำร่วยราวๆ 12,500 บาท

.

.

.

4. การ์ดเชิญ

.

การ์ดเชิญ ควรจะเสร็จถึงมือ ไม่ต่ำกว่า 1 เดือนก่อนงาน
ไม่มีใครชอบเสี่ยงเชิญแขกแบบฉุกละหุก โดยเฉพาะแขกผู้ใหญ่
ยิ่งถ้าเป็นวันที่ตรงกับช่วงวันหยุด ก็ยิ่งควรเชิญล่วงหน้า
ถ้าได้ประมาณ 2 เดือนก่อนงานนี่ กำลังสบายๆเลย
(แต่ถ้าฉุกละหุก มีเวลาเตรียมงานไม่ถึงสองเดือน ไรงี้ ก็ต้องเชิญก่อนได้การ์ดไปเลย)

.

เช่นกัน การ์ดเชิญ บางคนก็ขอแบบ อลัง
บางคนก็ไม่เห็นความสำคัญมาก และเป็นการเปลืองทรัพยากร
เพราะคนจำนวนมากก็ไม่ได้สะสมการ์ดเชิญแต่งงาน ก็โยนลงถัง

.

งบประมาณละเอียด ก็เดี๋ยวจะไว้เขียนตอนถัดๆไปเช่นกัน
เอาเป็นว่า การ์ดสั่งทำที่ดูดี เริ่มต้นได้ที่ราคาประมาณ 15 บาทต่อแผ่น
(สีเดียว กระดาษมาตรฐาน)
ถ้าแขก 500 คน ก็คูณเข้าไป เป็นงบเริ่มต้นที่ 7500 บาท ไหวไหมๆ

.

.

.

5. ชุดแต่งงาน

.

ไม่พูดถึงไม่ได้เลย เพราะจะเป็นอะไรที่เปลืองอีกอย่างหนึ่ง
ในกรณีที่เช่าซื้อ เช่าตัด หรือเช่ามือหนึ่ง งบประมาณขึ้นหมื่นอัพได้เลย
เช่าตัดดีๆหน่อยก็มักจะเริ่มต้นที่สองหมื่นอัพ ขึ้นอยู่กับรูปแบบชุด
ถ้ายอมเช่าชุด มือสอง สาม สี่ คือมันก็เยินไปตามสภาพ แต่ก็ถูกกว่ากันโขอยู่
ถ้าเป็นชุดผู้ชาย ก็ง่ายอยู่แล้ว ซื้อสำเร็จก็ได้ ราคาอาจจะอยู่ในหลักพันได้

.

ชุดแต่งงาน ถ้าเช่าซื้อ หรือเช่าตัด
เป็นอะไรที่ควรเริ่มตัดล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือนก่อนงาน
ไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ พอใกล้จะสามเดือนก่อนงาน ควรจะแซะตัวเองให้ไปร้านตัดชุดเช่าชุดได้แล้ว
ฉะนั้น สี่เดือนก่อนงาน งบชุดควรจะมีอยู่ในมือแล้ว

.

มาถึงตรงนี้แล้ว ลองคำนวณคร่าวๆไหมนะ
สมมติว่ามีงบ 500,000 แขก 500
งบสถานที่เอาไปแล้ว 300,000 เหลือ 200,000
สมมติงานเช้าแล้วงานเย็น ตามธรรมเนียม ก็ใช้ช่างภาพสองคิว ช่างแต่งหน้าสองคิว
ตีตัวเลขกลมๆไปว่า 50,000
ของชำร่วย ราคาชิ้นละ 25 บาท รวมเป็น 12,500
การ์ดใบละ 15 บาท รวมเป็น 7,500 บาท
ชุดแต่งงานชายหญิง สมมติว่าเช่าตัดรวมกันสองชุด เช้าไทย เย็นสากล 30,000 บาท

.

แปลว่า จากจุดนี้เราจะเหลืองบประมาณให้ทำอย่างอื่นอีกรวมกัน 100,000 บาทถ้วน
โดยช่วงแรกบ่าวสาวต้องมีเงินในมือเพื่อจ่ายมัดจำสถานที่ ช่างภาพ ช่างแต่งหน้า
(ในกรณีที่สามอย่างนี้ต้องการมัดจำ 50%) 150,000 + 25,000 = 175,000 บาท

.
ดูกร เรายังมีของราคาใหญ่ๆให้ซื้ออีกสองก้อนด้วยกัน เริ่มจาก

.

.

.

6. แหวนแต่งงาน

.

แหวนแต่งงานก็มักจะมีเพชรอยู่ เพราะเพชรมีความหมายว่าเลอค่า อมตะ
(กรุณามองขวางๆไปที่ De Beers ผู้ให้กำเนิดสโลแกนนี้ ทำให้เวลาแต่งงานคนต้องซื้อแหวนเพชร)
เวลาถ่ายรูปแล้วสวยดีด้วย ดูสมเป็นแหวนแต่งงาน
และเพชรนี่แหละที่จะเป็นตัวแพง

.

แต่กระนั้น ก็ไม่ใช่ว่าแหวนเพชรจะต้องแพงเป็นแสนเสมอไป
เพชรมีหลายเกรด และราคาก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยของเพชรนั้นๆ
ถ้าเราต้องการแค่แหวนเกลี้ยง (และที่บ้านยินยอม)
แน่นอน ราคาสองวงรวมกันก็ไม่ถึงหมื่น
แต่ถ้าเราจะต้องการให้มันประดับเพชรบ้าง แม้ไม่ต้องใหญ่ทิ่มตา แต่ก็ยังอยากให้มี
ก็อาจจะได้ราคาเบสิคๆกันที่ 25,000 – 30,000 บาทต่อวง
ณ จุดนี้ ก็เอาไว้ขยายในตอนต่อๆไปเช่นกัน

.

การซื้อแหวน จะซื้อสัก 1 สัปดาห์ก่อนวันงานก็ได้ และการแก้ไซส์ก็สามารถทำได้ในวันเดียว
ทำให้เรายังมีเวลาพิจารณางบในกระเป๋าว่า เราสามารถจะซื้อแบบไหนได้บ้าง
การรีบซื้อแหวนเพชรแต่เนิ่นๆ ในกรณีที่มีงบไม่มาก
มันจะทำให้ไปเบียดบังความสามารถในการจ่ายสิ่งอื่นที่เร่งด่วนกว่ามากกว่า
เพราะงบในการซื้อแหวนมันมิใช่น้อย
แต่ถ้าต้องรีบซื้อในกรณีที่ราคาเพชรมันกำลังจะขึ้นพรวดๆ
ก็ลองชั่งน้ำหนักดูว่า มันแพงกว่ากันเยอะไหม ถ้าไม่เยอะ ก็แนะนำให้รอก่อนดีกว่า

.

สมมติว่า
จะซื้อแหวนเพชรแหละ แต่เอาแค่เพชรเม็ดเล็กๆกระจุ๋มกระจิ๋มก็พอให้รู้ว่าเป็นแหวนเพชร
ไม่ต้องเพชรเม็ดใหญ่เบิ้ม ก็ลองกะงบประมาณตรงนี้ไว้สัก 50,000 บาทสำหรับสองวง
งบที่เหลือของบ่าวสาวคู่นี้ ก็จะเหลือแค่ 50,000 บาทแล้ว

.

.

.

7. พรีเวด

.

จริงๆถ้าเหลือ 50,000 บาทหรือน้อยกว่านี้ หรือมากกว่านี้ไม่เท่าไหร่
เราไม่อยากแนะนำให้ไปถ่ายพรีเวดเป็นเรื่องเป็นราวเลย
เพราะมันก็จะเป็นเงินก้อนอีกราคาเป็นหมื่น
แต่ถ้าสมมติว่า อะ อยากถ่ายจริงๆ จ๋าขอเหอะ อะ ก็…โอเคก็ได้
กันงบพรีเวดไว้สัก 20,000 ละกัน ค่าช่างภาพ ช่างแต่งหน้า ชุด ค่าน้ำมัน

.

ส่วนใหญ่พรีเวดก็ไม่อยากถ่ายไกลจากวันงานมาก เพราะยังลดน้ำหนักกันไม่เสร็จ 555
แต่ก็มักจะถ่ายเสร็จกันช่วง1-2 เดือนก่อนวันงานแหละ
เพราะบางคนต้องเอารูปพรีเวดไปทำน้ำจิ้มให้แขกตื่นเต้นด้วยในเฟซบุค
บางคนก็ต้องเอารูปพรีเวดใส่ลงไปในการ์ดเชิญด้วย
จึงต้องถ่ายให้เสร็จก่อนที่จะปรินท์การ์ดได้ และต้องนำแจกอย่างน้อย 1 เดือนก่อนวันงาน
เพราะฉะนั้น ถ้าจะถ่าย มันก็จะเป็นงบในช่วงกลางๆของการเตรียมงานอีกหนึ่งก้อนนะ

.

อะ เหลือเท่าไหร่ละ
ยอดยกมา 50,000 – 20,000 = 30,000 บาท ละนะ
อย่าลืมว่า เราคิดงบกันโดยเอาแต่งบเริ่มต้นเลขกลมๆมาคิด
งบของจริงจึงบานฉ่ำกว่านี้ได้มาก
หรือเหี่ยวหุบกว่านี้ได้อีกมาก ถ้าตัดใจไม่ซื้อนั่นซื้อนี่ได้

.

.

.

8. ฉาก พร็อพ

.

ถ้าสถานที่นั้นแถมฉากด้วย ก็แนะนำว่าให้ใช้ฉากเขาไปเหอะ ประหยัดไปได้อีกหลาย
แต่ถ้าเป็นสถานที่แบบโรงแรมห้าดาว อะไรงี้ ฉากเขาอาจจะไม่แถม
แถมถ้าจะให้เขาทำ ก็แพง แล้วยังเบสิคๆอีกด้วย

.

แต่ถ้าต้องการให้ทีมข้างนอกมาทำฉากให้ ก็ต้องถามเหมือนกันว่า
เขามีข้อแม้อะไรหรือเปล่า เช่น ค่านำเข้า (คล้ายๆค่าเปิดขวด)
ถ้าเอาสิ่งนั้นสิ่งนี้มาจัด ก็จะเสียค่านำเข้าเพิ่มอีก เป็นต้น

.

ถ้างบในการทำฉากอยู่ราวๆ 30,000 แนะนำว่า ให้เช่าฉากสำเร็จรูปและพร็อพมาใช้
จะประหยัดค่าตกแต่งสถานที่ไปได้อีกเยอะ
เดี๋ยวนี้ฉากสำเร็จรูปก็ดูดีใช้ได้นะ ไม่ต่างกับฉากทำขึ้นใหม่
ซึ่งก็มี supplier ในเว็บอยู่หลายเจ้าเช่นกัน

.

แนะนำว่า ฉากพร็อพนี่ ล็อกเจ้าไว้เนิ่นๆก็ดีเหมือนกันนะ
ด้วยเหตุผลเดิมๆที่ว่า ของอาจจะหมด คิวอาจจะเต็มได้
โดยเฉพาะการเช่า เพราะของอาจจะมีชิ้นเดียว เช่าหมดแล้วหมดเลย
กะๆเอาไว้สักไม่ต่ำกว่า 1 เดือนก่อนวันงาน ก็ทำการมัดจำกันได้แล้วล่ะ
(ซึ่งแปลว่า แบบควรจะเลือกก่อนหน้านี้ไปแล้ว)

.
อ้าว งบหมดแล้วสิเนี่ย เหลืออะไรอีกน้ออออ

.

.

.

9. วงดนตรี พรีเซนเตชั่น ขันหมาก งบทำสวย เค้ก พิธีกร ฯลฯ

.

งบเหล่านี้ จะจ่ายหรือไม่จ่าย เราก็ว่ายังมีทางอยู่
อย่างเช่น เราไม่ต้องจ้างวงดนตรี แต่ให้โรงแรมเปิดแผ่นให้ หรือเราเตรียมแผ่นไปให็ก็ได้
แต่ถ้ามีเพื่อนเล่นวงดนตรีอยู่วง ihearband.com (แอบเนียนโฆษณา)
หรือวงอื่นๆที่ฝีมือดีๆ เราอาจจะอยากเพิ่มงบให้ส่วนนี้ให้ได้ก็ได้

.

พรีเซนต์ ก็ทำเอง ไม่ต้องอะไรเยอะ แขกก้มหน้าก้มตากินและเมาท์
เค้ก สถานที่อาจจะมีอยู่แล้ว
พิธีกร หักคอเพื่อนรักมาสักคน ถ้าไม่มีใครคบก็ยากหน่อย
งบทำสวย ทำเองได้ พอกเองได้ สบายอยู่
ขันหมาก อันนี้อาจจะทำเองยากหน่อยถ้าจะเอาให้สวยเนี้ยบจริงๆ
ฯลฯ อะไรทำได้เองอีกก็พยายามให้แรงงานตัวเองเข้าไว้

.
ถ้าคิดว่าต้องมีงบเพิ่มจริงๆ ก็ทำได้สองทาง ในกรณีที่ไม่ได้คิดจะหาเงินมาโปะเพิ่มงบ
หนึ่งก็คือ กดค่าใช้จ่ายเราลงไปอีก
เช่น ถ้าอยากตัดชุด ก็เปลี่ยนเป็นเช่าชุดที่ร้านเขามีอยู่แล้วแทน หรือซื้อสำเร็จแบบที่เอามาแทนชุดแต่งงานได้
ของชำร่วย ลดความอลังอย่างที่ฝันเอาไว้ลงไปอีกหน่อยก็ได้ แล้วเพิ่มความคิดสร้างสรรค์แทน
ก็จะเบียดงบเจียดมาจ่ายกับสิ่งละอันพันละน้อยที่เหลือได้อีก

.

แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ คำนวณยังไงยังไงก็ไม่พอ และไม่อยากลดงบสิ่งละอันไปมากกว่านี้
ก็อาจจะต้องกลับมาที่จำนวนแขกอีกครั้ง อาจจะต้องมีการตัดออกไปอีก
แล้วเริ่มคำนวณกันใหม่อีกรอบจนกว่าจะลงตัว

.

.

.
และเมื่อลงตัวแล้ว ก็ลุยเลยจ้า
อย่าไปคิดว่างานเราไม่แพงแล้วจะไม่สวย
หลายๆงานที่แพงๆก็ใช่ว่าจะสวยเสมอไป อาจจะเลอะๆ เยอะๆ รกๆ ด้วยซ้ำ
เราพยายามหาข้อมูล และใช้ความคิดสร้างสรรค์ส่วนตัว ทำให้ด้วยตัวเองได้อีกเยอะ

.

.
งบประมาณและจำนวนแขกตัวอย่างในตอนนี้
เป็นแค่เพียงตุ๊กตาเท่านั้นนะ
ยังมีปัจจัยอีกหลายๆอย่างที่ทำให้งบขึ้นและลงไปมากกว่านี้
ใครที่มีงบน้อยกว่านี้มาก ก็อย่าเพิ่งใจเสียว่าจะจัดงานแต่งไม่ได้
เพราะถึงแม้ว่างบประมาณที่ต่างกันจะทำให้ได้ของที่ไม่เหมือนกัน
แต่การทำได้ดีที่สุดในแบบของตนเองและงบประมาณที่มีอยู่
และการทำด้วยใจ วันงานบ่าวสาวยังมีความสุขกันดี เพื่อนพ้องมากันให้เต็ม
เราว่านั่นคือความสวยงามที่สุดในวันแต่งนะ ไม่ว่าจะออกมาเป็นแบบไหน

.

.

4 Responses to “มหากาพย์ เตรียมงานแต่งงาน #malimeekob (6) – งบประมาณและตารางงาน”

  1. chonlada

    มาขอแอบอ่านหน่อยนะคะ เขียนสนุกจังเลยค่ะ

    Reply

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Basic HTML is allowed. Your email address will not be published.

Subscribe to this comment feed via RSS

%d bloggers like this: