ตอนที่ 10
ฉาก พร็อพ

.

ตอนที่ 10 เข้าไปแล้ว
ทำได้ไงเนี่ย ยังไม่หมดอีกต่างหาก

.

.

.
เรื่องตกแต่งสถานที่ คิดว่าหลายๆคนก็คงจะปวดหัวไม่น้อย ในการเตรียมงาน
การตกแต่งสถานที่ จริงๆจะถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ก็ใหญ่
เพราะมันก็จะติดอยู่ในรูปเกือบทุกรูปของเรา
จะถือว่าเป็นเรื่องเล็ก… ก็ไม่เห็นว่าจะเล็กยังไงอยู่ดี 555

.

และเราก็ยังไม่เคยเห็นงานไหนที่ไม่แต่งอะไรเล้ย อะไรเลย นะ
เราก็เลยขอข้ามทางเลือก การไม่แต่งอะไรเลย ออกไปนะ

.

.

ข้อดีของการจัดโรงแรมที่สวยอยู่แล้วก็คือ
ไม่ต้องแต่งอะไรมาก มันก็สวยของมันอยู่แล้ว
เราจะลงทุนกับโรงแรมหรือสถานที่ที่สวยขึ้นมาหน่อย
ไปๆมาๆ บางทีอาจจะคุ้มกว่าการที่ไปเช่าสถานที่ที่ด้อยลงมา
แล้วพบว่าต้องเปลืองเงินแต่งสถานที่อีกเยอะ ก็ได้

ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความเรื่องมากของเราด้วยล่ะนะ
ถ้าเรื่องมาก แล้วงบยังน้อยอีก ก็ต้องปวดหัวกันเยอะหน่อยล่ะ

.

.

ทางเลือกหลักๆในการเลือกฉาก พร็อพ ก็มีอยู่ 2 ทางเลือก ดังนี้

1. มาเป็นแพ็กเกจของสถานที่

2. จ้างทำฉากโดยบริษัท ร้าน ออแกไนเซอร์ ที่รับทำฉาก

.

.

มาเป็นแพ็กเกจ

.

ถ้าจะเลือกอันนี้ ก็ง่าย แต่ก็ไม่รับประกันว่ามันจะถูก
อย่างโรงแรมเพนิน ถ้าจะใช้บริการสร้างฉาก ก็จะคิดเริ่มต้นที่ห้าหมื่น
และถึงจะนำเข้า ไม่ใช้บริการของโรงแรม และถ้ามีดอกไม้ประกอบ ก็จะคิดค่านำเข้าเพิ่มห้าหมื่นเช่นกัน
(ตอนฟังราคา กายหยาบก็เฉยๆ แต่กายละเอียดกรี๊ดยาวไปถึงขอนแก่นนู่น)
แต่เราก็เชื่อว่า สถานที่ส่วนใหญ่ เขาก็คงราคาไม่โหดแบบนี้นะ
ราคาแบบนี้มันเข้าใจกันได้ภายใต้เหตุผลว่ามันเป็นโรงแรมห้าดาว
และเราว่า เรื่องพวกนี้มันต่อรองกันได้แหละ ได้ไม่ได้ก็ต่อรองไว้ก่อน ไม่เสียหลาย
ถ้าเขาให้ไม่ได้จริงๆก็บอกเราเอง

.

แพ็กเกจของโรงแรม จริงๆเขาก็มักจะจัดสถานที่ให้สวยงามตามสไตล์โรงแรมหรือสถานที่นั้นๆอยู่แล้ว
แม้แต่ป้ายชื่อบนเวทีเขาก็ทำให้ อยู่ในแพ็กเกจเป็นปรกติ
แต่ที่ไม่ปรกติ ก็มักจะเป็นเรื่องฉาก และ gallery ถ่ายรูปอื่นๆที่เราจะเพิ่มเข้ามาตกแต่งนั่นเอง
เราเข้าใจเอาเองว่า เรื่องฉาก และของตกแต่งให้ถ่ายรูป
มันเป็นอะไรที่ customise มากๆ
จึงไม่สามารถจะรวมในแพ็กเกจปรกติได้ เพราะราคาที่หลากหลาย
ต้องไปชาร์จพิเศษเอา ถ้าฉากและของตกแต่งมันเป็นอะไรที่เยอะหรือแปลกกว่าปรกติ

.

โดยปรกติทั่วไป โรงแรมก็จะมีแบบฉากและป้ายชื่อที่เคยจัดๆมาให้ดูเป็นตัวอย่าง
หรือถ้าไม่มี เราก็ค้นเอาในรีวิวออนไลน์ตามเว็บต่างๆได้ไม่ยาก

.

ข้อดีของข้อนี้ก็คือ ถ้ามันรวมอยู่ในแพ็กเกจแล้ว งบก็จะไม่บานปลายนัก
ถ้าฉากไม่ได้ต่างจากปรกติอะไร มันก็รู้งบประมาณมาตรฐานของโรงแรมนั้นๆได้ไม่ยากอีก
ถ้าเราให้โรงแรมจัดให้ทั้งหมด เราก็จะไม่ต้องวุ่นวายกับการขนส่งของด้วย
บางโรงแรมก็ยังมีพร็อพให้ยืมฟรีด้วย เช่น เก้าอี้ ม้านั่ง โครงฉาก เชิงเทียน ที่ตั้งรูป ฯลฯ
ซึ่งมันก็จะประหยัดได้ดี ถ้าเราเลือกที่จะตกแต่งสถานที่โดยใช้ของของโรงแรมเป็นหลัก
แต่ข้อด้อยก็คือ แบบที่ได้ ก็อาจจะไม่ใช่อะไรที่เป็นเอกลักษณ์ตัวเองชัดเจน
(แต่ถ้ารสนิยมตัวเองไม่ได้แตกต่างอะไรกับชาวบ้านมากนัก ก็มักจะใช้กันได้นะ)
และมีข้อจำกัดในการทำอยู่พอประมาณ เช่น โรงแรมมีโบว์ให้เลือกแค่สองสี
ซึ่งทั้งสองสีไม่ใช่สีที่เราอยากได้ ถ้าอยากได้ ก็ต้องซื้อเองเอามาให้เขา เป็นต้น

.

แต่ถ้าไปเจอสถานที่ที่เขาไม่มีอะไรเลยจริงๆ
หรือเราเรื่องมากเกินกว่ามาตรฐานตกแต่งสถานที่ของที่นั้นๆ
เราก็อาจจะต้องใช้ทางเลือกที่สองแทน
(หรือใช้ทั้งสองทางเลือกมารวมกันก็ได้ คือ ของโรงแรมส่วนหนึ่ง ของข้างนอกส่วนหนึ่ง)

.

.

.

จ้างทำฉาก

.

1. จ้างออแกไนเซอร์ ทำฉาก

เหล่ามนุษย์หรือนิติบุคคล ที่ตั้งตนเป็นออแกไนเซอร์ ก็แน่นอนว่ามีข้อดีอยู่ คือ
ในกรณีที่เราไม่รู้ชัดเจนว่า เราควรจะตกแต่งสถานที่อย่างไรดีว้า
เขาจะสามารถคิดคำตอบออกมาให้เราเห็นเป็นภาพ และสามารถทำทุกอย่างให้เลย
โดยที่เราจ่ายตัง และพยักหน้าหงึกหงักหรือส่ายหน้าตอนเขาเสนอแบบให้เราดู แค่นี้

.

แต่แน่นอน ในเมื่อเขาทำให้เราทุกอย่าง
เราก็ต้องจ่ายสำหรับทุกอย่างที่เขาทำแทนให้
และออแกไนเซอร์เจ้าดังๆ ฝีมือสวยๆ ก็อาจจะรับงานที่ราคาสูงขึ้นไป
เราเคยโทรไปหาออแกไนเซอร์เจ้าหนึ่งที่เจอในนิตยสาร เขาบอกว่าเขารับ 2 แสนอัพ
รจนาก็เลยต้องขอจรลี กราบลาไปหาเจ้าอื่นในบัดดล เตร๊ง เตรง
คือไม่ใช่ไม่ดีหรอก แต่เราไม่ได้เตรียมงบตกแต่งสถานที่ไว้ซะขนาดนั้นน่ะสิ

.

.

2. จ้าง supplier ที่ตกแต่งสถานที่สำหรับงานแต่งงานเป็นหลักอยู่แล้ว

.

การจ้าง supplier ที่เขาทำงานตกแต่งสถานที่ ทำฉาก ในงานแต่งงานอยู่แล้ว
เป็นสิ่งดีกว่าจะจ้าง supplier ที่เขาไม่ได้ทำงานแต่งงานเป็นประจำ หรือไม่เคยทำ
เพราะว่า แต่ละโรงแรม แน่นอน ห้องจัดเลี้ยงมีความแตกต่างกัน ทั้งแปลน ขนาด
และตำแหน่งของห้องจัดเลี้ยงในโรงแรมก็ไม่เหมือนกัน
supplier มือจัดงานแต่งอาชีพ มักจะรู้ทางหนีทีไล่ เวลาขนของเข้าออกของโรงแรม
(หรือถ้าไม่รู้ ประสบการณ์ก็จะทำให้เขาเนียนหาทางจนได้ล่ะน่า)

โดยที่ supplier เหล่านี้ เราจะเลือกฉากได้สามประเภท

.

ฉากสำเร็จรูป

ง่ายๆเลย ตามนั้น ฉีกซองมากินได้เลย
เป็นฉากที่เขามีไว้อยู่แล้ว เราแค่มาเปลี่ยนชื่อแซ่บนฉาก ก็จบ
อย่าคิดว่าฉากพวกนี้จะไม่สวยนะ อย่างเจ้าที่เราสั่งนี่ หลายแบบสวยใช้ได้เลย
และด้วยความที่ฉากมัน reuse ได้ ราคาค่าเช่าจึงค่อนข้างจะโอเค
ยังพอหาได้ในราคาราวๆ 4000-6000 บาท นะ
ราคามักจะรวมค่าขนส่งติดตั้งถอดออกแล้ว
ข้อดีมากๆของฉากสำเร็จรูปก็คือ เรื่องราคานี่แหละ
และยังแบ่งเบาภาระสมองของบ่าวสาวด้วยในการมานั่งเพ้อว่าฉากจะยังไงดี
และที่สำคัญ ประหยัดทรัพยากรธรรมชาติด้วย

.

ฉากกึ่งสำเร็จรูป

ก็คือฉากที่ ฉีกซองมา ต้องใส่น้ำร้อนลงไปก่อนถึงจะกินได้
มันก็คล้ายๆกับว่าเป็นฉากสำเร็จรูป แต่ก็อยากจะปรับอะไรมากกว่าชื่อแซ่
เช่น สีของฉาก ดีไซน์ของป้ายชื่อ
เพราะฉะนั้น แน่นอนว่า ราคามันก็อัพขึ้นมาอีกหน่อยแหละ
เพราะเขาก็ต้องเอาไปทำใหม่เป็นธรรมดา
ข้อดีก็คล้ายๆฉากสำเร็จรูป ตรงที่ไม่ต้องคิดอะไรมาก เข้าธีมก็เป็นอันพอ สบายสมอง

.

ฉากตามสั่ง

คล้ายๆอาหารตามสั่ง สั่งแล้วต้องรอเขาสับ หั่น ผัด ก่อน ถึงจะเสิร์ฟได้
แต่ก่อนเขาจะสับให้เราได้ เราก็ต้องรู้ก่อนว่าเราจะกินอะไร
ข้าวราดกะเพราไก่ ไข่ดาวสุกไหม ข้าวคลุกลงไปตอนผัดเลยหรือเปล่า เผ็ดขนาดไหน
แม้ว่าทาง supplier จะช่วยเราดีไซน์ได้ แต่เราก็ควรจะมีในใจประมาณหนึ่งแล้วล่ะ
ข้อดี ในกรณีที่เป็นคนที่ค่อนข้างรู้ตัวเองว่าต้องการอะไร
มันก็จะทำให้เราได้ฉากออกมาเป็นอย่างที่ต้องการและไม่ซ้ำใคร
(แต่ก็ไม่แน่ โดยเฉพาะเวลาที่เราไปลอกแบบมาจากเน็ต ไม่ได้คิดเอง
เผลอๆที่เราเห็นว่าสวยๆจะสั่งทำ นั่นอาจจะเป็นของสำเร็จรูปจากร้านใดร้านนึงก็ได้)
แน่นอน ราคาจะให้เท่าฉากสำเร็จรูป ก็ยากหน่อยล่ะนะ (ตบบ่า แปะๆ)

.

.

3. จ้างเพื่อนที่เขาทำได้

ขอย้ำเน้นว่า “เพื่อนที่เขาทำได้” ไม่ใช่เพื่อนทั่วๆไป
ข้อดีของข้อนี้ก็คือ กระจายรายได้แบบไม่ไกลต้น ได้ช่วยเพื่อนให้มีรายได้
และถ้าเพื่อนเป็นมืออาชีพทางด้านนี้อยู่แล้ว นับว่าเป็นโชคดีอย่างยิ่ง
เพราะเรื่องฉากนี่มันยุ่งยากตอนทำและตอนขนส่งไม่ใช่น้อย
แต่ถ้าเพื่อนไม่ได้เป็นมืออาชีพทางด้านนี้ ถึงจะทำได้ และยังไงก็อยากจะใช้งาน
เราก็ต้องจัดการเรื่องการขนส่งติดตั้งรื้อถอนให้ดี

.

บางคนมีเพื่อนที่อยากเสนอตัวช่วยเหลือหลายคน หลายอย่าง
แม้ว่าการมีเพื่อนช่วยจะทำให้ประหยัดตังเรา
แต่ต้องดูด้วยนะว่า ฝีมือเขามีหรือเปล่า หรือมีฝีมือแต่ถูกใจถูกจริตรสนิยมเราไหม
ที่สำคัญคือ ทำงานเป็นมืออาชีพ รับผิดชอบงานจริงๆไหม
การใช้เพื่อนเพราะเกรงใจเขา
เราก็ต้องรับผิดชอบผลกรรมตัวเองด้วยนะ ไม่ว่ามันจะออกมาดีหรือไม่ดี
ถ้าออกมาดีก็ดีไป
ถ้ามันออกมาไม่ดี ไม่ถูกใจ ก็อาจจะเป็นสิ่งที่แอบหมางใจกันได้เปล่าๆ
แล้วก็อาจจะมานั่งเสียดายตอนหลังเวลามานั่งดูรูปได้ว่า ไม่น่าไปเกรงใจมันเลย
แต่ถ้างบประมาณเป็นสถานการณ์บังคับให้ต้องพึ่งเพื่อน
ก็ต้องบรีฟงานเพื่อนให้ดีๆให้ละเอียดเท่าที่จะทำได้
อย่าไปเกรงใจว่าอะไรก็ได้ ทั้งๆที่ใจเรามันไม่ใช่ว่าอะไรก็ได้

.

.

4. ทำเอง

.

ถ้ามีเวลามาก มีฝีมือ มีทรัพยากรในการขนส่งติดตั้งรื้อถอน
แล้วอยากจะลองสักตั้งเป็นครั้งหนึ่งในชีวิต ก็ลองดู
แต่ถ้าไม่เคยทำงานอะไรใกล้เคียงแล้วอยากทำเพราะอยากประหยัด
อยากบอกว่า อย่าเลย
การทำเอง ไม่ได้แปลว่ามันจะประหยัดกว่าไปจ้างเขาทำ
บางคนคิดแต่สิ่งที่ซื้อมาประกอบฉาก สถานที่ เป็นงบประมาณ
ถ้ายิ่งไม่มืออาชีพ ก็จะยิ่งเปลือง
นี่ยังไม่รวมเวลาที่เสียไป และค่ารถวิ่งไปวิ่งมานู่นนี่อีก
แต่ถ้าอยากทำอะไรเป็นพร็อพเล็กๆน้อยๆก็พอได้นะ

.

.

.
นอกจากฉากแล้ว ก็ยังมีการตกแต่งสถานที่ ซึ่งหลากหลายมากๆ
เราสามารถที่จะ

.

1. เช่าพร็อพโรงแรมได้ อย่างที่บอกไปแล้ว
ให้โรงแรมเอาลิสต์พร็อพที่มีให้ดู
ข้อดีสุดๆคือ ไม่เสียตัง เย้

.

2. เช่าพร็อพจาก supplier ที่เขามีพร็อพให้เช่า
ข้อดีคือ ก็ถูกกว่าซื้อเองแหละ แหงๆ ถูกกว่าเยอะด้วย
แถมไม่ต้องขนเองอีก เขาขนให้ ตั้งให้ แล้วก็ยกกลับให้ด้วย

.

3. ทำเอง
ข้อดีคือ อยากทำอะไรก็ทำ
ข้อดีมากๆก็คือ ได้รู้สึกมีส่วนร่วมในงานของตัวเองมากขึ้นไปอีกสเต็ปนึง
ข้อเสียหลักๆคือ ถ้าจะทำอะไรใหญ่หน่อย ต้องดูด้วยว่า
ตัวเองมีทรัพยากรทั้งคนและรถ ที่จะขนส่ง ติดตั้ง รื้อถอน หรือเปล่า
ถ้าไปจ้างเขาก็ราคาก็ไม่ใช่น้อยๆนะ
และแน่นอน มันเสียเวลาด้วย

.

.

.
ส่วนตัวเรา มนุษย์เรื่องมาก
เราใช้ทางเลือกหลายๆทางประกอบกัน
.

1. ใช้พร็อพบางตัวที่โรงแรมมีให้ยืมฟรี
2. จ้าง supplier ทำฉากและตกแต่งสถานที่โดย based on ของที่โรงแรมมีอยู่
3. ทำเอง
4. เกือบลืม ป้ายชื่องานเช้า ออกแบบเอง และให้โรงแรมทำ

.

.

ฉากนี้ จริงๆเราทำเป็นสิ่งท้ายๆในการเตรียมงานเลย
ติดต่อหาร้านทำก็เดือนสุดท้ายเข้าไปแล้ว
เพราะก่อนหน้านี้ฟังทางผู้ใหญ่อยู่ว่าจะยังจัดงานอยู่หรือเปล่า
ผลพวงมาจากน้ำท่วมและการที่ไปงานอื่นที่ไม่ยอมเลื่อนแล้วเห็นคนไปงานโหรงเหรง

.

ผลก็คือ ร้านที่เล็งไว้ ก็คิวเต็มไปแล้ว
ก็เลยต้องหาร้านใหม่เอา ไปๆมาๆ เท่าที่หาได้ และราคาไม่ชะเวิ้กชะว้ากกระชากใจเกิน
ก็คือ Labor of Love ซึ่งคุณเปี๊ยกก็บริการใช้ได้นะ

.

.

.
เรามีหลักเกณฑ์ส่วนตัวในการออกแบบเลือกฉากอยู่ประมาณนี้
ใครจะเอาไปใช้ก็ได้ ไม่ผิดลิขสิทธิ์

.

1. ไม่มีหน้าตัวเองอยู่ในฉากใดๆ ถ้าจะมี ต้องเป็นสิ่งที่เอากลับบ้านไปใช้ต่อได้

.

คือไม่ว่านะ ถ้าใครจะใช้หน้าตัวเองเป็นฉาก เป็นพร็อพ อะไรงี้
แต่ส่วนตัวเราแล้ว เรารับไม่ได้(ว่ะ) กับการที่หน้าเราที่ยังงามๆอยู่บนฉาก
แล้วยังไม่ทันซีดจาง แค่เพียงชั่วข้ามคืน
มันก็จะไปงามต่ออยู่ในกองขยะใดกองขยะหนึ่งในประเทศนี้แล้ว
เช่นเดียวกับการ์ดเชิญ เราก็ไม่ใส่หน้าเราลงไปในการ์ด
เพราะหลายๆคนพอหมดงานเขาก็ทิ้งขยะ ไม่ได้เก็บเป็นที่ระทึกขวัญแต่อย่างใด

.

2. มีชื่อตัวเองให้น้อยที่สุด

.

เหตุผลเดียวกับข้อหนึ่ง มีชื่อตัวเองเท่าที่จำเป็นก็พอ ให้แขกพอรู้ว่ามางานถูกก็โอ

.

3. ไม่มีดอกไม้

.

เหตุผลหลักๆเลยก็คือ ตัดสินใจจะไม่ใช้บริการทำฉากของโรงแรม
และที่สำคัญกว่าคือไม่ต้องการจะเสียค่าเปิดขวดนำเข้าที่โรงแรมจะคิด
ธีมงานคริสต์มาสสีทอง ที่กำหนดเอาไว้ ก็ทำให้เรายังสามารถเลือกทางอื่นๆได้
แต่ธีมใครเป็นแบบ ธีมพฤกษานานาพรรณ ธีมพืชสวนดอก ธีมป่าแฟนตาซี โรแมนติก ไรงี้
ก็คงยากที่จะเลี่ยงดอกไม้อยู่ดี

.

อีกอย่าง ถึงแม้ว่าเราเป็นคนชอบดอกไม้ แต่เราก็สงสารดอกไม้ด้วยแหละ
ดอกไม้ถ้าอยู่กับต้น มันอาจะอยู่ได้หลายสัปดาห์
ถ้าอยู่ในแจกัน ก็อยู่ได้ 1-2 สัปดาห์
แต่ถ้าอยู่บนฉากถ่ายรูปงานแต่งงาน อยู่ตกแต่งสถานที่งาน
มันมีสิทธิ์อวดความสวยได้วันเดียว วันรุ่งขึ้นมันก็ไปสวยต่อในกองขยะเช่นกัน
นี่พูดแบบไม่ได้องุ่นเปรี้ยวนะ (เอ๊ะ หรือว่าเปรี้ยวแล้วไม่รู้ตัวฟะ ขอดมก่อน)
เอาจริงๆการตกแต่งประดับด้วยดอกไม้ มันก็มักจะสวยงามแหละ อันนี้ไม่ปฏิเสธ
แม้ว่าจะใช้เยอะจนเลอะเทอะ มันก็ยังดูสวยงามด้วยความเป็นดอกไม้ตามธรรมชาติ

.

ดอกไม้ในงานเราก็จึงมีแต่ตรงที่เขาจัดตามจุดในห้องจัดเลี้ยง
และช่อดอกไม้ที่ใช้โยนสู่หมู่เหล่าสาวโสดในตอนท้ายงานเท่านั้น
(ซึ่งรวมในแพ็กเกจไปแล้วโลดๆ)

.

4. ไม่ต้องใช้ฝีมือในการทำมาก

.

เพราะฉะนั้น จึงไม่ต้องจ้างมือหนึ่งมือแพง ในการทำ ทำให้ประหยัดค่าทำไปได้อีกหน่อย
การหา supplier ฝีมือโอเคยอมรับได้ และเรามีแบบที่ชัดเจนในใจได้
งานมันก็จะง่ายขึ้นละ

.

5. ไม่เปลืองทรัพยากรมากเกินเหตุ

.

ทรัพยากรในที่นี้ หมายถึงทั้งทรัพยากรธรรมชาติ และทรัพยากรในกระเป๋าตังน้อยๆ
อะไรที่พอใช้ของเก่าได้ก็ใช้ อะไรที่ฟรีก็หยิบมาใช้บ้าง
อะไรที่ต้องทำใหม่ก็ทำแบบเกรงใจโลกและกระเป๋าตังนิดนึง
จริงอยู่ที่ว่างานแต่งเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตของคนมีคู่ส่วนใหญ่
แต่ครั้งหนึ่งครั้งเดียวก็ไม่ได้แปลว่าเราสมควรจะล้มวัวสามสิบตัวซะเมื่อไหร่
งานแต่งอลังๆตามนิตยสาร ไม่ได้แปลว่ามันเป็นมาตรฐานของงานแต่ง
คิดดูถ้าทุกคนจะอลังล้มวัวลัมช้างถางป่าเด็ดดอกไม้ทั้งไร่กันหมด
เราว่าทรัพยากรในโลกนี้ ยังไงก็คงมีไม่พอ

.

จริงๆเราหลายๆคนก็มีความรู้สึกว่างานแต่งมันเป็นอะไรที่แพงและสิ้นเปลืองอยู่แล้วแหละ
เราก็เชื่อว่าส่วนใหญ๋ก็ไม่ได้อยากจัดงานแต่งเกินตัว
แต่ด้วยความที่มันเป็นเรื่องครั้งหนึ่งในชีวิต (ครั้งสอง สาม ช่างมันไว้ก่อนละกันนะ)
ใจนึงมันก็อดที่จะทำอย่างที่ฝันๆไว้ไม่ได้หรอกเนอะ

.

เราคงบอกไม่ได้ว่างบประมาณเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม
เพราะแต่ละคู่ก็มีกระเป๋าสตางค์ขนาดต่างกัน และมีผู้ทรงอิทธิพล (พ่อแม่ญาติ) ที่ต่างกัน
รวมไปถึงความชอบส่วนบุคคลที่แตกต่างกันด้วย
ยังไงก็อย่าให้ถึงกับแต่งแล้วต้องเป็นหนี้ก้อนใหญ่จนเกินไปก็แล้วกัน
(ก็เข้าใจอีกล่ะนะว่า บางคู่จำเป็นต้องจัดงานแต่งที่หลีกเลี่ยงหนี้ไม่ได้)

.

.

.
เมื่อเรามี 5 ข้อนี้แล้ว อะ ก็มาดูผลลัพธ์ที่ออกมาก็ละกันเนอะ

.

.

1. ป้ายงานเช้า

.

งานเช้าเราเป็นพิธีไทย มีขันหมาก สวมแหวน และหลั่งน้ำพระพุทธมนต์
ตอนเช้าไม่ได้ต้องการแหวกแนวอินดี้อะไรนัก ก็เลยมีให้ครบๆ

แต่ก็ยังอดขบถในส่วนของป้ายไม่ได้

.

ป้ายงานเช้าเราออกแบบเอง แล้วส่งให้โรงแรมเขาทำ
เราก็คิดว่า ตัวหนังสือไทยเอียงๆ หางยาวๆ แบบที่นิยมกัน มันก็สวยดีอะนะ
แต่ว่ามันไม่ใช่เรายังไงก็ไม่รู้ เราก็เลยขอออกแบบเรียบๆแล้วแอบมีรายละเอียดดีกว่า
จึงได้ออกมาในแนวตัวหนังสือแบบ Bold และเรโทร แอบนิ่งเรียบหรูแบบไม่ปรึกษาใคร

.

.

บางคนอาจจะงงๆ ทางโรงแรมก็งง ว่าทำไมเอาชื่อผู้หญิงไว้ด้านหลังชื่อผู้ชาย
ถ้าคิดว่าคนเราอ่านจากซ้ายไปขวา มันก็จะเห็นว่าชื่อผู้ชายขึ้นก่อน
ซึ่งจริงๆตามที่เขาทำทั่วไป ก็คือเอาชื่อผู้หญิงขึ้นก่อน แล้วค่อยเป็นชื่อผู้ชาย
ทางโรงแรมเขาบอกว่า เป็นการให้เกียรติผู้หญิง
แต่มันไม่เมคเซนส์สำหรับเราอย่างแรง ก็ตอนที่ตั้งแท่นหลั่งน้ำ
เพราะผู้หญิงจะมาอยู่ด้านซ้ายมือของผู้ชาย
ทำให้เวลาดูรูปแล้ว บนหัวผู้ชายจะเป็นชื่อผู้หญิง และบนหัวผู้หญิง จะเป็นชื่อผู้ชาย
ดูแล้วมันไม่ intuitive เลยอะ บางคนชื่อแบบ unisex เวลาสลับกันก็เลยนึกว่าชื่อบนหัวคือชื่อเขา
ซึ่งตรรกะเราคิดเอาเองว่า จะให้มันถูกต้องในแง่ information design
label มันก็ต้องตรงกับ object สิ คนถึงจะเข้าใจ
เราก็เลยวางชื่อแบบนี้ และยืนยันไปกับโรงแรมว่าจะเอาแบบนี้จริงๆ ไม่ได้เมาตอนทำ

.


.

.

2. พร็อพพิเศษ

.

บางทีของที่เราได้มา อาจจะได้มาโดยไม่คาดฝัน
ในที่นี้ มันก็เป็นความบังเอิญอีกเช่นกันที่เจอตอนที่ไปอี้อูกวางโจว
ได้ตุ๊กตาซานต้ามาในราคาเหมา 60 ตัวมาแบบไม่แพง คิดค่าขนส่งเรือแล้วก็ยังไม่แพง
ใครที่ขยันพอและพออ่านภาษาจีนได้ ไม่ต้องไปไกลถึงอี้อูแบบเรา
เข้า alibaba.com ก็มีของจากเมืองจีนให้เลือกไม่หวาดไม่ไหวแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้น เราก็ยังเชื่อว่า
ในเมืองไทยก็ยังมีของที่ไม่แพงที่น่าเลือกมาเป็นของชำร่วยอีกบานตะไทนะ
ถ้าเราไม่ได้มีโอกาสประจวบเหมาะไปเมืองจีนตอนนั้นก็คงจะได้ของอีกแบบในไทย
ลองเข้า tarad.com, weloveshopping.com ดูก็ได้ พวก otop หลายๆอย่างก็น่าสนใจมาก
หรือไม่ก็ไปเดินจตุจักร ก็มีของให้เลือกอีกมากมาย

.

สภาพตอนชิปมาถึงห้อง ตัดถุงนอกปุ๊บ แกะกล่องปั๊บ
แทบจะระเบิดกระจายกลายเป็นโกโก้ครันช์

.

.

ตอนซื้อยังไม่รู้หรอกว่าจะเอามาทำอะไรกับสถานที่
คิดไว้แค่ถ้าแจกก็ใส่ถุงซานต้า ถ้าแจกไม่หมดก็ยังเอาไปบริจาคโรงพยาบาลเด็กได้
(และสุดท้ายก็ยังมีกั๊กไว้บริจาคจนได้แหละ
ตอนไปบริจาค เจ้าหน้าที่เขาดีใจกันมาก เพราะเป็นของใหม่มาเลย
เห็นบางตัวที่เอามาบริจาคนี่เน่าซะแบบ เอาไปทิ้งก็ได้นะ -_-”)

.

.

3. พร็อพตกแต่งทำเอง

.

มีเพื่อนดี เป็นศรีแก่ตัว
เพื่อนรักอยากทำสโนว์แมนให้ เราก็ไปลุยตลาดนัดจตุจักรกันมาเลย
แบกโฟมกลมๆขึ้นแท็กซี่กลับบ้าน แล้วก็มาสับๆๆ ติดๆๆ ประกอบร่างกัน

.

.

มุมนี้ทำเอง ซื้อเอง และยืมเขามา

.

.

สโนว์แมน กีบจังกับโก๊ะจัง (เรียกเพื่อนอย่างนี้จริงๆ ไม่ได้เพิ่งตั้งชื่อใหม่) ช่วยกันทำ
พร็อพก็ไปหากันมา ผ้าพันคอก็จากตู้เสื้อผ้าเราเอง
ส่วนขาตั้งรูป ก็เอาของโรงแรมมาใช้
รูปที่จะตั้งให้เซ็นชื่อก๊อกแก๊ก ก็ปรินท์เอง ขนาด 1.50 m x 1.00 m
เอามาวางสถานที่จริงแล้วดูเล็กไปเลย ทั้งๆที่จริงๆปรินท์ออกมาแล้วรู้สึกมันใหญ่มาก
เป็นรูปที่จะเอาไปติดฝาผนังบ้านต่อไป จึงยอมให้มีหน้าตาตัวเองในนั้นได้

.

ส่วนกระเป๋าเดินทางที่เป็นพร็อพ ก็ชอบเป็นการส่วนตัว ก็เลยซื้อมาเป็นพร็อพด้วย
เสร็จงานก็จะเอากลับไปใช้งานที่บ้าน

.

.

มาดูบนกระเป๋าเดินทางกันบ้าง ปากกาเขียนภาพก็ซื้อใหม่เอง
candy cane กับเทียนรูปซานต้ากับต้นสน กีบซื้อมาจากพรารากอน (มั้ง)
กระป๋องเขียวใส่ปากกาก็ซื้อมาจากพารากอนไม่ก็เจเจนี่แหละ
แล้วเราเอามาแต่งโบว์สีแดงขาวเองให้อารมณ์มัน festive ยิ่งขึ้น
ส่วนโฟมต้นคริสต์มาสด้านหลัง ก็เป็นโฟมปั้นที่จริงๆเขาให้เด็กเล็กๆเล่น
เราซื้อมาเล่นเอง ก็เลยเอามาใช้ประกอบสถานที่ไปด้วยเลย

.

ของทำเองก็มีแค่นี้แหละ
แต่ถึงแค่นี้ เวลาขนก็ต้องใช้รถกระบะแล้วนะ
ถ้าที่บ้านไม่มีรถนี่เสร็จเลย ไม่รู้จะขนยังไง
ใครอยากจะทำอะไรเองก็ขอบอกอีกทีว่าต้องคำนึงถึงตรงนี้ให้มากๆ

.

.

4. ฉาก

.

ฉากเป็นสิ่งที่เราพึ่ง supplier ล้วนๆ และเราว่า ให้ใครทำไปฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแหละดีแล้ว
ฉากนี่เป็นอะไรที่เรารู้สึกว่า ถ้ามันเล็ก มันจะดูกะป๊องกะแป๊งมากๆ
เวลาถ่ายแล้วถ้าฉากเล็ก จะเอาไม่ค่อยอยู่เวลาแขกเยอะ
ตอนแรกเราจะเอาโครงสูง 3 เมตรไปเลย แต่โครงสำเร็จรูปที่เขามีมันสูง 2.4 เมตร
ถ้าเราจะเอา 3 เมตร เราก็ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ซึ่ง โอเค 2.4 เมตร ก็ได้
วิธีเซฟเงินอย่างแรกเลยในการออกแบบฉากเองก็คือ ให้ใช้ระยะโครงที่เขามีอยู่แล้วนี่แหละ

.

.

ส่วนความยาว เราอยากให้เขาทำยาวพิเศษไปเลย เพราะว่าแขกเสด็จป๋ากับเสด็จม้า ไม่ใช่น้อย
ถ้าฉากสั้น (สั้นในที่นี้ คือ ยาวมาตรฐาน แหละ สี่ห้าเมตร) เวลาแขกยืนยาวหน่อยก็ตกฉากแล้ว
เราประมาณเอาไว้ว่าความยาวน่าจะอยู่ที่ 6 เมตร
ใจจริงอยากให้มันสิบเมตรไปเลยด้วยซ้ำ แต่ foyer ที่นี่มันเล็ก แถมติดเสาอีกต่างหาก
และคิดไปคิดมาเรื่องทรัพยากรแล้วก็ อะ เท่านี้ก็เท่านี้ก็แล้วกัน

.

เราเลือกฉากเป็นสีแดงแรงฤทธิ์ เพราะนอกจากมันจะเข้าธีมแล้ว
มันยังตัดกับสีชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวดีกว่าฉากสีอ่อน ที่ตัวเจ้าสาวบางทีก็กลืนไปกับฉากเลย
ฉากสีเข้มจะทำให้ outline ร่างของบ่าวสาวชัดขึ้นได้อีก (ว่าอ้วนล่ำอะไรกันขนาดไหน)
สีแดงนี่ทำให้ถ่ายรูปขึ้นมากๆด้วย ช่วยขับผิวของทั้งแขกและบ่าวสาว
แต่แทนที่เราจะใช้สีแดงโทนเดียว เราให้เขาใช้ริบบิ้นแดงหลายๆโทนคละกัน
เพื่อทำให้ฉากเวลาถ่ายรูปมันดูมีมิติ ไม่แบนแต๊ดแต๋เหมือนฉากกราฟฟิกทั่วไป
และใช้พรมขนสีขาว เพื่อปิดความวุ่นวายของลายพื้นแกรนิตของโรงแรม
ทำให้ฉากกราฟฟิกชัดเจนมากขึ้นโดยไม่ต้องมาแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน

.


.

.

5. แกลอรี่เสริมด้านข้าง

.

เราเข้าใจว่า อายุเราน่ะ เพื่อนฝูงก็มีลูกมีเต้ากันไปเยอะแล้ว
นอกจากจะมีตุ๊กตาซานต้าเอาไว้หลอกเด็กแล้ว เราก็เลยว่าจะทำมุมเอาใจเด็กซะหน่อย
จึงใช้ส่วนนี้เป็นโซนเด็กไปเลย
เด็กมาพุ่งตัวกามิกาเซ่ใส่ตุ๊กตาเป็นว่าเล่น ผู้ใหญ่ก็ยังแอบมาเล่นพร็อพถ่ายรูปกันเยอะ
ซึ่งก็นับว่าได้ผล ตุ๊กตาแต่ละตัวล้วนแต่ตายอนาถในหน้าที่

.

ตุ๊กตาและพร็อพตกแต่งบางส่วน เราเช่ามาจากเจ้าเดียวกัน รวมไปถึงพรมขนสีขาวด้านล่างด้วย
เวลาเด็กพุ่งตัวกระโจนกันล้มจะได้ไม่เจ็บมาก
มีตุ๊กตาหมีโปก้าที่เราออกแบบเองมาเป็นพร็อพเพิ่ม
และมีตุ๊กตาบางส่วนที่ได้รับการอนุเคราะห์ให้ยืมมาด้วย
ใช้รูปพรีเวดพอเป็นพิธีสองรูป ไม่อยากเยอะมาก อาย
ไอเราก็ไม่ได้สวยเลิศเป็นนางฟ้าเทวดาดารามาจากไหน
ส่วนโครงก็ใช้โครงที่โรงแรมมีนี่แหละ ตรงจุดนี้ยาวรวมกัน สี่เมตรกว่าๆเกือบห้าเมตรได้

.

แม้ว่าผลลัพธ์ที่ออกมา ยังไม่ได้ถูกใจเรามากเท่าไหร่
แต่มันก็ถ่ายรูปขึ้นเหมือนกันแฮะ และแขกที่มางานก็สนุกสนานกับมันมาก
บรรลุจุดประสงค์แล้วก็โอเคแระ : -)

.

.

ข้อควรระวังก็คือ พร็อพไหนถ้ายืมมา เช่ามา
แล้วมันน่ารัก และอยู่ในขนาดพอเหมาะที่แฮบ/ดอย/จิ๊ก ได้สบายๆ
ก็ต้องระวังหาย ไม่ก็ทำใจเอาไว้ว่ามันจะหาย
ตุ๊กตาในภาพนี้ หายไปสองตัวโดยที่ไม่รู้ว่าใครเอาไป
(คือถ้ารู้ ก็คงไม่เรียกว่าหาย -_-”)
ก็ระวังๆกันไว้ละกันนะ เวลาเตรียมพร็อพอะไรพวกนี้
ถ้าของสำคัญมากๆก็อย่าเอามาวางในงานเลย เดี๋ยวจะแตกหักหรือสูญหายได้ง่ายๆ

.

.

6. ฉากบนเวที

.

แล้วก็มาถึงสิ่งสุดท้าย ที่เหลือไว้ (เหลือไว้ เหลือไว้ทำไม…)
ฉากและป้ายชื่อบนเวทีนี่เอง

.

ป้ายชื่อบนเวที ทางโรงแรมรวมอยู่ในแพ็กเกจอยู่แล้ว
เราก็มีหน้าที่ออกแบบ หรือให้เขาออกแบบให้ ตามแต่ใจเรา
แต่เราก็เรื่องมาก และไม่ชอบประกาศชื่ออีกแหละ
เราจึงตัดสินใจว่า งานเลี้ยงเย็น เราจะไม่มีชื่อบนเวที
แต่เราจะใช้สโนว์แมนคู่ ที่เราสร้างเป็นคาแรกเตอร์ไว้ตั้งแต่สมัยที่ทำการ์ดเชิญ
เอามาใช้ต่อบนเวทีให้เกิดความต่อเนื่องของธีมงานที่อุตส่าห์คิดเอาไว้ซะดิบดี
และให้มันเป็นตัวแทนของเราสองคน ตามนั้น จบนะ

.

และจะว่าเป็นข้อดีในข้อเสียก็ได้
ข้อดีในข้อเสียข้อนี้ของห้องสกุณตลา โรงแรมเพนินซูล่า เจริญนคร ก็คือ
เพดานเวทีมันดันต่ำเตี้ย ทำให้เล่นอะไรไม่ได้มาก
ซึ่งก็แปลในแง่ดีได้ว่า ไม่ต้องเปลืองมากนั่นเอง

.

บนเวทีจึงมีแค่สโนว์แมน (ที่ให้ทาง Labor of Love จัดทำให้)
และเชิงเทียนสองข้าง (ที่ใช้ของโรงแรม)
ไม่ต้องเยอะ พอมันประกอบกับองค์ประกอบอื่นในห้องบอลรูม
เราก็เลยว่า มันกำลังพอดีแล้วแหละ ไม่เยอะไป ไม่น้อยไป

.

.

.

.

สรุปรวมเราใช้งบไปกับการทำฉากและเช่าพร็อพทั้งหมด ไม่เกินสี่หมื่นบาท
เป็นงบที่เราคิดว่ามันก็ไม่ใช่ถูก แต่ส่วนตัวก็ไม่ได้แพงจนเกินไปนัก
ถ้าเทียบกับว่าใช้บริการโรงแรมได้ฉากดอกไม้เบสิค ความยาวเบสิค
ในราคาเริ่มต้นที่ห้าหมื่นบาทเข้าไปแล้ว ทำแบบนี้ คุ้มกว่าแยะ

.

.
ตอนต่อไป เรามาเม้ากันเรื่อง ชุดแต่งงาน กันดีกว่าเนอะ

.

.

3 Responses to “มหากาพย์ เตรียมงานแต่งงาน #malimeekob (10) – ฉาก พร็อพ”

  1. phaweresa

    ชอบฉากด้านหลังมากเลยค่ะ เรียบหรู และเป็นแบบที่ไม่เคยเห็นเลย
    ใช้โปรแกรมอะไรค่ะ หรือมีไฟล์ไหม จะเอามาแก้ไขของตัวเองได้ไหมคะ เพราะตอนนี้หาแบบไม่มีที่ชอบเลย
    ถ้าไม่รบกวรช่วยเมล์ phaweresa.ch@gmail.com ขอบคุณมากค่ะ

    Reply
    • twomali

      ถ้าจะเอาแบบนี้เลย สามารถเช่าได้ที่ Labor of Love ค่ะ เขามีเก็บไว้ แก้ชื่อได้

      Reply

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Basic HTML is allowed. Your email address will not be published.

Subscribe to this comment feed via RSS

%d bloggers like this: