ตอนที่ 12
พรีเวด พรีเซนต์

.

.

.

และแล้วก็มาถึงตอนที่กล่าวถึงอะไรบางอย่าง
ที่เราไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันว่าทำไมกลายเป็นภาคบังคับของงานแต่งไปแล้ว
แต่ถ้าไม่ทำ ก็จะรู้สึกผิดผียังไงก็ไม่รู้
ทั้งๆที่มันเป็นสิ่งที่เพิ่งอิมพอร์ตเข้ามาได้ไม่ถึงยี่สิบปีจากไต้หวัน
แต่ที่มันฮิตมาก เราว่า ก็คงเพราะ คนไทยชอบถ่ายรูป อยากได้รูปสวยๆ
และคนปรกติเดินดินก็ไม่ได้มีโอกาสถ่ายรูปในซีนเป๊ะๆ หน้าผมเสื้อผ้าเป๊ะ กันเท่าไหร่
ถ่ายไปถ่ายมา กลายเป็นมาตรฐานงานแต่งในเมืองไทยไปซะแล้ว

.

ข้อดีของมันก็คือ มันทำให้เกิดอาชีพใหม่ขึ้น
มีคนเป็นร้อยเป็นพันที่สร้างรายได้จากการบริการพรีเวดนี้
ลูกค้าก็ได้รูปสวยๆไปอวดในงาน (hopefully) ด้วย

.

.

ไม่พูดพร่ำทำเพลง บรรเลงยาวกันเลย

.

เริ่มต้นที่ เรามาดูปัจจัยที่จะเป็นตัวตัดสินใจเรื่องพรีเวดกันดีกว่า

.

.

1. จุดประสงค์

.

เอาตามความเข้าใจเราเอง
การพรีเวดคือการที่จะมีรูปสวยๆของเจ้าบ่าวเจ้าสาว ไว้ประดับหน้างาน
ส่วนจุดประสงค์ในการประดับนั้น ก็คงตามแต่เจ้าบ่าวเจ้าสาวจะมีเจตนา
เช่น
อยากให้รู้ว่ารักกันมากขนาดไหน หรือ
อยากให้รู้ว่าสวยหล่อได้สุดๆขนาดไหน หรือ
อยากจะให้แขกรู้ว่าไม่ได้มาผิดงาน
ฯลฯ

ซึ่ง จุดประสงค์เหล่านี้ จะเป็นตัวขับเคลื่อนทิศทางที่เราจะทำการพรีเวดด้วย

.

.

2. งบประมาณ

.

งบประมาณการถ่ายพรีเวด สามารถพุ่งกระฉูดไปเป็นหลักแสนได้
โดยเฉพาะถ้าอยากจะจัดเต็ม
ถ้าอยากจ้างตากล้องมืออาชีพถ่ายพรีเวดให้แล้วล่ะก็
งบรวมๆยังไงก็ไม่ควรจะน้อยกว่า 30,000
(รวมชุด ค่าเดินทาง และช่างแต่งหน้าด้วย)

การวางแผนไว้ก่อนว่าจะใช้รูปจำนวนประมาณเท่าไหร่ ตรงไหนบ้าง
เราจะได้รู้งบคร่าวๆด้วยเวลาตัดสินใจจะพรีเวดแบบไหน

.

.

3. แนว

.

อยากให้พรีเวดออกมาแนวไหน

ถ้าจะเอาแนวที่นิยมๆกัน ก็คือแนว ผู้ชายเท่หล่อ ผู้หญิงหวานสวย
รูปออกมาหวานละมุนเป็นการ์ตูนผู้หญิง
คือต้องเข้าใจก่อนนะว่าการแอคท่าเหมือนนายแบบนางแบบ
มันไม่ใช่เรื่องธรรมชาติของคนส่วนใหญ่
ถ้าจะอยากถ่ายเพราะเป็นครั้งนึงในชีวิต
ก็อยากให้ยอมรับด้วยว่า มันจะออกมาเก้ๆกังๆเป็นปรกติ
เพราะว่าโพสแต่ละท่าของนายแบบนางแบบ
มันหาใช่อิริยาบทปรกติของมนุษย์ในชีวิตประจำวันก็หาไม่
ผู้หญิงยังพอไหวหน่อยโดยเฉพาะคนที่ชอบถ่ายรูป (a.k.a. บ้ากล้อง) อยู่แล้ว
แต่ผู้ชาย ถ้ามาถึงขั้นแมนพอที่จะเป็นว่าที่เจ้าบ่าวของผู้หญิงคนหนึ่งได้
โดยที่ไม่ได้เป็นนายแบบ ไม่ได้มีนิสัยเก๊กชง
ยิ่งให้ทำพิสดารหวือหวาแบบนิตยสารขนาดไหน
รูปก็จะยิ่งแสดงความเป็นขอนไม้ของฝ่ายชายได้ชัดเจนยิ่งขึ้นเท่านั้น

.

แต่…แต่ถ้า ไม่มายด์ วั้นซอินอะไลฟ์ไทม์
บางคู่อาจจะนึกสนุก อยากทำอะไรแหวกๆๆจากชีวิตปรกติก็ได้
ไม่มีผิดถูก แค่ขำเป็นบางเวลา ^^”

.

แต่ถ้าจะให้แนะนำว่าแนวอะไรดี
เราว่า เริ่มจากตัวเองก่อนนั่นแหละว่าชอบแนวอะไร
ตัวเองเป็นคนยังไง สังขารเป็นแบบไหน รสนิยมดีไหม
เช่น ถ้าอยากไปแนวเซ็กซี่ แต่สังขารไม่ให้ อาจจะปรับไปทางขำก็ได้
ยิ่งถ้าชอบแนวที่ไม่เคยทำมาก่อน ไม่ใช่ธรรมชาติตัวเอง
การประเมินระดับรสนิยมตัวเองให้ถูกต้อง เป็นเรื่องสำคัญมาก
อย่าไปพึ่งรสนิยมของทีมงาน ถ้าไม่ใช่ทีมงานโปรจริงๆ
(โปรจริงบางทียังพลาดเลย)

.

เคยผ่านตารูปพรีเวดบ่าวสาวต่างชาติ(มั้ง) ที่พยายามถ่ายหวือแบบซีเรียสลี่
ถอดผ้าถอดผ่อน พยายามบิ๊วสีหน้าท่าทางกันเลยทีเดียว
แต่…แต่ กุงเกงในสีชมพูทรงฟักทอง เหมือนหยิบมาจากกระบะ 19 บาทในบิ๊กซีชัดๆ
แล้วส่วนผู้ชายนี่ คาดว่าในชีวิตประจำวัน ก็ไม่น่าใช่คนที่จะมี sex appeal อะไรกับเขาเลย
รูปมันเลยดูเป็นการเค้น sex appeal ออกมาจากตัวอย่างหนัก ประกอบกับกุงเกงในสีชมพู
รวมๆแล้ว มัน…ไม่ได้อะ…
(ไว้อาลัยเงียบๆในระหว่างเอาน้ำล้างตา 1 นาที)

.

กลับมาที่แนวที่เป็นตัวของตัวเอง ความชอบ และสิ่งที่ตัวเองเป็น
ถ้าดำเนินไปตามแนวนี้ รูปก็มักจะออกมาเป็นธรรมชาติของบ่าวสาวมากขึ้น
ถึงบางโพสมันจะมีขัดเขินไปตามประสาคนไม่ใช่นายแบบนางแบบอยู่บ้าง
แต่มันก็ยังรู้สึกได้ว่ามันเป็นตัวของตัวเอง

ถ้าอยากได้แนววินเทจ ก็ต้องมั่นใจว่าโดยส่วนตัวเป็นคนที่ชอบ

.

ก็เลยเอาแนวบางแนวมาฝากบ้าง
ทั้งจากทางช่างอิสระ อย่างคุณ 13maysa เจ้าเก่า หรือ phatstudio ที่เคยพูดถึง
จากทางสตูดิโออย่าง BB and B Modern Studio
ทั้งของทางฟากฝรั่งอย่าง saraandsarma.com, jenniferdavisphotography.com

.

.

.

ทางเลือกของการพรีเวดก็มีอยู่ประมาณนี้ล่ะนะ

.

.

1. ไม่พรีเวด หรือ ถ่ายกันเอง

.

เป็นอะไรที่เซ็นมาก พรีเวดโดยการไม่พรีเวด
ความหมายก็คือ ไม่พรีเวดนั่นแหละ แต่ใช้รูปที่ถ่ายๆร่วมๆกันมาที่สะสมไว้
มาเป็นพรีเวดแทน หรืออย่างมากก็ให้เพื่อนที่ไม่ได้เป็นมืออาชีพถ่ายให้
เพราะการถ่ายกันเองสองคนในภาพเดียวมันก็ทุลักทุเลพอสมควร
ในกรณีที่อินดี้มาก ก็ไม่จำเป็นต้องมีรูปสักแอะก็ได้ ถ้าไม่ต้องกลัวใครเข้างานผิด
หรือเอียนกับหน้าตัวเองมากพอแล้ว เป็นต้น
(เอาจริงๆ ส่วนตัวเราก็ว่า งานแต่งที่มันเต็มไปด้วยรูปเจ้าบ่าวเจ้าสาว
ทั้งกราฟฟิก ทั้งรูปถ่าย อะไรงี้ เต็มไปหมด มันก็หลอนๆเหมือนกันนะ)

.

ข้อดี
ประหยัดโพดๆ อย่างมากก็เสียแค่ค่าอัดรูป ถ้าไม่อัดเยอะก็ยิ่งประหยัด
รูปที่ออกมามักจะเป็นตัวของตัวเองมากๆ
ไม่ต้องปรุงแต่งอะไรมาก เป็นชีวิตจริง
อีกยี่สิบปีมาดูไม่ต้องมานั่งสงสัยว่าทำไมถึงตัดสินใจถ่ายแบบนี้กัน(ฟะ)
การใช้รูปที่ถ่ายกันเอง มันให้อารมณ์งานที่เป็นกันเองมากขึ้นมากๆ
ถ้าใครอยากจัดงานที่เป็นกันเองแบบนี้ เราก็แนะนำทางเลือกนี้นะ
รับรองว่าจะได้อารมณ์แบบนั้นแน่นอน ไม่ว่างานจะใหญ่โตยังไง

.

ข้อเสีย
ถ้าคบกันไม่นาน จะเสียเปรียบตรงที่รูปน้อย
ยกเว้นว่าเป็นพวกบ้าถ่ายรูปด้วยกันทั้งคู่ ก็พอจะชดเชยได้
แน่นอน การถ่ายเอง ถ้าไม่ได้มีทักษะมืออาชีพ รูปก็จะไม่ได้เป๊ะตามมาตรฐานพรีเวด
แต่ถ้าไม่แคร์ ก็ไม่เป็นไร เพราะความน่าดูของรูป มันมีหลายมิติ
ต้องระวังการใช้รูปที่จะให้อารมณ์บ้านๆเป็นกันเอง ถ้าเป็นงานแต่งที่ค่อนข้างเป็นทางการ

.

.

2. ใช้ช่างภาพถ่ายพรีเวดมืออาชีพ

.

ทีมช่างถ่ายภาพพรีเวด
ก็มักจะเป็นทีมเดียวกับที่รับงานถ่ายภาพงานแต่งงานด้วยอะแหละ
ชอบแบบไหนก็หาดูแบบเอาตามอินเทอร์เน็ตได้ไม่ยาก

.

ข้อดี
ก็ได้รูปที่มีสไตล์ค่อนข้างหลากหลาย ตามลายมือของทีมช่าง
เลือกได้เยอะกว่าสไตล์ของสตูดิโอโดยทั่วไป
และภาพมักจะโปรกว่าที่บ่าวสาวถ่ายกันเองด้วย
เหมาะกับบ่าวสาวที่อยากได้ภาพโปร (แหงล่ะ)
อยากมีแต่ภาพที่สวยที่สุดหล่อที่สุดในวันงาน
(หลังงานเดินเจอแขกวันอื่น แขกจำหน้าไม่ได้ ไม่ไช่แระ)
ข้อดีที่สำคัญอีกอย่างคือ ได้รูปเยอะ และราคาไหนก็มักจะราคานั้น
ราคาไม่ได้ขึ้นอัพๆบวกๆไปตามจำนวนรูปที่เราจะเอา
และเขามักบอกก่อนใช้บริการอยู่แล้วว่า เราจะได้รูปประมาณกี่รูป
ได้รูปที่จับต้องได้ ขนาดเท่าไหร่ กี่รูป ได้เป็นอัลบั้มหรือเปล่า

.

ข้อเสีย
แน่นอน ไม่สะดวกเท่าเวดดิ้งสตูดิโอ แต่มันก็แล้วแต่เจ้าอีกนะ
บางเจ้าก็ให้ครบครันจริงๆทั้งชุด คนแต่งหน้า สไตลิสต์ ให้มาหมด
แต่ถ้าเจ้าไหนถนัดถ่ายรูปอย่างเดียว ไม่ได้ถนัดจัดการเรื่องอื่นให้เรา
เราก็ต้องขวนขวายหาเองหน่อย เช่น บางเจ้าไม่รวมช่างแต่งหน้าด้วย
เราก็ต้องเสียเงินเพิ่มค่าช่างแต่งหน้า และยิ่งถ้าไปถ่ายต่างจังหวัดค่าตัวเขาก็ต้องยิ่งเพิ่ม
แต่ละช่างจะมีสไตล์ของเขา อย่าไปคิดว่าเป็นตากล้องต้องถ่ายได้ทุกแนว
เช่นเดียวกับรูปงานแต่งงาน อย่าไปให้เขาทำอะไรฝืนความถนัดของเขา
ไม่งั้นคนที่ช้ำและจนสุดก็เราเอง
ระวังไปเจอทีมที่โนเนมแล้วเขาเบี้ยวงาน พยายามเลือกคนที่มีรีวิวกล่าวถึงในทางดี
หรืออย่างน้อยก็หาตัวตามจิกได้ไม่ยาก

.

.

3. ใช้บริการเวดดิ้งสตูดิโอ

.

ข้อดี
เวดดิ้งสตูดิโอมักมีทุกอย่างให้พร้อมเสร็จสรรพ
และแน่นอน แช่แป้ง ต้องมีสตูดิโอและทีมงานถ่ายภาพ ช่างแต่งหน้า พร้อมเพรียง
ยิ่งสตูดิโอใหญ่ๆก็จะยิ่งมีชุดให้เลือกมากด้วย
ดังนั้น ก็นับว่าเป็นทางเลือกที่สะดวกมากๆ
สำหรับคนที่ต้องการรูปสวยๆ แต่ไม่มีเวลาเตรียมอะไรเองเท่าไหร่
และ…มีเงินมากพอ

.

ภาพจากเวดดิ้งสตูดิโอ เท่าที่เราเห็นผ่านๆตา
มักจะมีสไตล์อย่างหนึ่งที่เรียกว่า สไตล์ compromise (ตั้งเอง)
คือ สไตล์เป็นกลางๆ ไม่น่าจะมีใครไม่ชอบ ออกแนวมาม่า คือกินได้เกือบทุกคน
แต่จะไม่ค่อยมีใครเกลียดสุดๆ หรือปลาบปลื้มสุดๆ เรียกว่าเป็นแนวปลอดภัย
ถึงแม้ว่าคนไหนอยากจะหลุดเปรี้ยวเบี้ยวทะเล็ด เซ็กซ์แตกระเบิดตูม
มันก็จะยังเป็นรูปที่จัดอยู่ในสไตล์ Compromise อยู่

.

ภาพจากเวดดิ้งสตูดิโอมักจะเป็นภาพที่ผู้ใหญ่ถูกใจ
เพราะมันมาตรฐานมากๆ ทั้งแบคกราวนด์ โพส และอื่นๆ
คู่ไหนที่ต้องจัดงานเอาใจผู้ใหญ่เยอะๆ อาจจะพิจารณาทางเลือกนี้เป็นหลักก็ได้

.

ข้อเสีย
เราก็มักจะได้ยินกันหนาหูมากๆเรื่องปัญหาเกี่ยวกับเวดดิ้งสตูดิโอ
แต่เอาเป็นว่า เราก็ยังเชื่อว่ามีเวดดิ้งสตูดิโอทั้งดีและไม่ดี
และต้องทำความเข้าใจว่า เวดดิ้งสตูดิโอนั้น ด้วยความที่มีหน้าร้านและสตาฟประจำ
ค่าใช้จ่ายของธุรกิจจึงมักจะสูง จะให้ราคามันเท่าๆกับทางเลือกสองทางข้างบนก็คงเจ๊งกะบ๊ง
และด้วยความที่ต้นทุนต่อเดือนมันสูง เวดดิ้งสตูดิโอจึงมักมีกลยุทธ์ในการดึงลูกค้าค่อนข้างโหด
และว่าที่ลูกค้าไหนเผลอเดินเปะปะไปดูแล้วล่ะก็ เสร็จซะเยอะ

.

และด้วยความที่มันเป็นรูปในสไตล์ compromise
ถ้าเราเป็นคนต้องการแนวไหนเป็นพิเศษ เด่นๆ ชัดๆ สุดๆไปเลย
เวดดิ้งสตูดิโอมักจะจัดให้ไม่ถนัดนัก
แต่ถามว่าสวยไหม ก็สวยล่ะ สวยในแบบ compromise

.

แน่นอน เมื่อได้ภาพมาแล้ว
งบประมาณอย่างต่ำ 50,000 – 60,000 จึงเอาไม่ค่อยอยู่
หรือไม่เจ้าสาวเจ้าบ่าวก็ต้องใจแข็งมากๆ
ใครเห็นรูปตัวเองที่แม้แต่ตัวเองยังไม่เอา ก็ต้องเสียดายเป็นธรรมดา

.

.

.

มาที่พรีเซนเทชั่นบ้าง
เราว่า การหาพรีเซนเทชั่นแบบที่ถูกใจนี่ ยิ่งหาง่ายใหญ่เลย
เพราะหลายๆเจ้าเขาก็จะเอาผลงานมาแปะไว้บน Youtube ให้เข้าชม
หรือเดี๋ยวนี้ ใครแต่งงาน หลายๆคนก็จะเอาพรีเซนเทชั่นตัวเองมาแปะบนเฟซบุค
เพื่อให้เพื่อนๆดูได้เยอะขึ้น คุ้มค่าทำมากขึ้นด้วย

.

ส่วนตัวเราว่า พรีเซนเทชั่น เหมาะที่สุดก็กับงานที่แขกไม่ได้รู้จักเจ้าบ่าวเจ้าสาวนัก
ถามว่าจำเป็นไหม ส่วนตัวเราว่า มันก็ไม่จำเป็นพอๆกับพรีเวดนั่นแหละ
ไม่มีมันก็ไม่ได้ทำให้งานแต่งไม่สมบูรณ์สักหน่อยนึง
แต่ถ้าอยากจะมี ก็ไม่มีผิดกติกาอะไรอีกแหละ

.

การที่เราบอกว่ามันไม่จำเป็น ก็…มันไม่จำเป็นจริงๆนะ
เป็นอะไรที่ถึงไม่มี แขกก็มักจะไม่รู้สึกว่าขาด (แต่ถ้าอาหารขาดสิ ตายแหงแซะ)
แต่บางคู่ให้ความสำคัญกับมันมากๆ
มากจนบางทีอาจจะทำให้มีเวลาคิดเรื่องอื่นน้อยไปด้วยซ้ำ
เช่น เรื่องอาหารแขก ของที่จะให้แขก กิจกรรมของแขก การจำพิธีการ เป็นต้น

ใช่แล้วมันงานแต่งงานของเรานี่แหละ
แต่เราจะเอาแต่แสดงตัวตนของเราไม่ได้
งานแต่งงานจำเป็นต้องมีที่ว่างให้คนอื่น เพราะเราต้องพึ่งคนอื่นมาเป็นแขกในงาน
เราไม่สามารถเป็นแขกในงานตัวเองได้ (ถ้าเป็นได้ก็ขำเกิ๊น)
นอกจากเราจะไปวิวาห์เดียวดายภายใต้แสงจันทร์ สุกสกาวดวงดาวแพรวพราวนับหมื่นร้อยพัน
ใช้ดาวเป็นพยานแห่งรัก ประหยัดค่ากิน ค่าการ์ด ค่าของชำร่วย ไปโข

.

อะ กลับมาเรื่องพรีเซนต์
การเลือกว่าจะทำพรีเซนเทชั่นแบบไหน
เราว่าก็หลักการเดียวกับว่าจะทำพรีเวดแนวไหน ด้วยจุดประสงค์อะไร นะ
บางคน เรื่องไม่มีอะไร แต่ขอเอาขำเข้าว่า
บางคน ไม่ขออะไรมาก แค่อยากให้รู้ว่าโตมายังไง
บางคน แค่อยากให้ดูรูปสวยๆ ชั้นสวย ชั้นหล่อ จบ
บางคน ขอเยอะๆ ไหนๆก็ครั้งเดียวในชีวิต (หวังว่า) มาเป็นหนัง เกณฑ์เพื่อนมาเพียบ ก็มี
กะให้ขึ้น youtube แล้วไวรัล แชร์กันเพียบๆเลย

เข้าใจว่า เจ้าสาวเจ้าบ่าว DIY มักจะไม่ได้มีงบสำหรับทำอะไรเถิดเทิงมาก
ก็ลองดูว่า ตนเองมีจุดประสงค์อะไรในการทำพรีเซนท์นั้นๆ
แต่ถึงจะไม่มีงบอะไรมาก ก็สามารถจะมีพรีเซนต์น่ารักๆในแบบตัวเองได้

.

งบประมาณสำหรับการทำพรีเซนต์ ก็ไม่มีตายตัวแน่นอน
ใช้กฏเดียวกับพรีเวด
อาจจะแทบไม่ต้องลงทุนเป็นเม็ดเงินเลย ไปจน หอบแบงค์พันมาจ่ายเป็นกระบุงๆเรือนแสน
ขึ้นอยู่กับความพอใจของเรา กระเป๋าตังของเรา และความคิดสร้างสรรค์ของเรา

.

.

.

.

.

และแล้วก็มาถึงตอนที่จะเล่าประสบการณ์ส่วนตัว

.

พรีเวด กับ พรีเซนต์
เป็นสองสิ่งที่เราลังเลจนสัปดาห์สุดท้ายก่อนวันงาน ว่าจะมีหรือไม่มีดี
ใจค่อนไปทางไม่มีดีกว่าตลอดมา เพราะส่วนตัวรู้สึกว่าไม่จำเป็น
ถ้าอยากถ่ายสนุกๆอย่างที่คิดเล่นๆบ้าง ก็ต้องวิ่งหาชุด หาพร็อพอีก
และด้วยเรื่องงบประมาณ ที่เอาจริงๆเราไม่ได้กันเอาไว้สำหรับพรีเวดกับพรีเซนต์เลย
ประกอบกับเหตุผลที่ยังไม่แน่นพอเพียงที่จะรู้สึกว่า เออ มีน่ะดีออก
แต่ก็นะ ในที่สุด อะ มีเหตุให้มี…

.

อย่างพรีเวด ก็คือ ต้องหารูปค่อนข้างดีนิดนึง ไปลงป่าวประกาศในหนังสือพิมพ์จีน
(จริงๆคุณพ่อก็คงหวังว่าจะได้เห็นชุดพรีเวดเต็มรูปแบบอยู่หรอก)
อย่างพรีเซนต์ ก็เหมือนกับ พ่อแม่ก็หวังระดับนึงว่าจะมี (แต่ดูท่าเอาเข้าจริงก็คงไม่ค่อยได้ดู)

เราก็เลย อ้ะ มีก็ได้ มีในแบบของเรานี่ล่ะนะ

.

.

ตอนแรกเราก็จะเลือกเวดดิ้งสตูดิโอของน้องที่รู้จักกัน
เพื่อมีรูปถ่ายหน้างานใหญ่ 1 รูป
แม้ว่าราคาที่ได้จะเป็นราคาพิเศษแล้วสำหรับคนรู้จักกัน
เพราะเราก็เข้าใจว่า การถ่ายรูปนึงก็ต้องใช้เวลาเยอะอยู่ดี
ไหนจะแต่งหน้า ทำผม เลือกรูปอีก ไม่ใช่ใช้เพียงตากล้องอย่างเดียว
แต่ด้วยราคาที่จ่ายเพียงรูปใหญ่หนึ่งรูปหน้างาน
รวมค่าเพิ่มรูปให้มันใหญ่ขึ้นอีกนิด มันก็ยังเป็นเงินร่วมหมื่นอยู่ดี

.

.

ในที่สุด ไอเดียก็ตกผลึก
เราแต่งงานวันคริสต์มาสใช่ไหม
เรามักไปเดทกันที่เซ็นทรัลเวิลด์ใช่ไหม
โอเค ไปถ่ายรูปกันหน้าเซ็นทรัลเวิลด์กันเถอะ

.

.

แต่การที่จะขนชุดแต่งงานไปถ่ายหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ มันก็ยังไงอยู่นะ
จริงๆส่วนตัวเราก็รู้สึกแปลกๆนิดๆถ้าตัวเองจะถ่ายชุดแต่งงานก่อนแต่งงาน
แค่ก็นั่นแหละ การพรีเวดชุดแต่งงาน มันทำให้ต้อง “เยอะ” ไปโดยปริยาย
เราอยากได้รูปที่เนียนๆกับชีวิตจริงกว่านี้มากกว่า
หลายๆคนอาจจะใช้โอกาสนี้เป็นการถ่ายอะไรแบบครั้งหนึ่งในชีวิต
แต่สำหรับเรา อะไรแปลกๆ เราไม่มายด์ จะถ่ายเมื่อไหร่ก็ได้ 555
แต่ถ้าเป็นงานแต่ง เราอยากให้คนอื่นเห็นภาพสะท้อนชีวิตคู่เรามากกว่า : -)
(อันนี้ไม่มีผิดถูกนะ แล้วแต่ใครจะเลือกแบบไหน)

.

สรุป ก็คือ เราจะไปถ่ายรูปกันในเช้าวันอาทิตย์ หน้าเซ็นทรัลเวิลด์
และมีตากล้องกิตติมศักดิ์ คือ เพื่อนสนิทเราเอง
ถึงแม้ว่า เขาจะไม่ใช่ตากล้องมืออาชีพ
แต่เราว่า เขาทำหน้าที่ตากล้องส่วนตัวได้ดีแน่นอน

.

.

เราเลือกชุดที่ไม่สะดุดตา ปรกติเราก็ไม่ได้ช่างแต่งตัวอะไรอยู่แล้วด้วย
แต่ก็ยังมี gimmick ของธีมคริสต์มาสอยู่
ส่วนตากล้อง ก็อุตส่าห์หาซื้อพร็อพเล็กๆน้อยๆมาให้ด้วย
แถมไปยืมเลนส์เพื่อนมาถ่ายให้รูปคมชัดมากขึ้นไปอีก

.

การให้เพื่อนถ่ายรูปให้ และเพื่อนคนนี้ก็รู้จักเราทั้งสองคนมานานแล้ว

เราว่า มันก็ทำให้เราไม่เกร็งดี

.

.

เราเติมน้ำมันกันที่สตาร์บักส์ ชั้น 3 แล้วเราก็เริ่มเดินกันตั้งแต่ในห้างลงมาชั้นหนึ่ง

.

ถ่ายอยู่ราวๆ 1 – 2 ชั่วโมง ไม่น่าเกิน
ตั้งแต่ 11 โมงจนเที่ยงกว่าๆ
เราก็หมดมุก แล้วก็จบการถ่ายรูป ณ บัดนั้น

.

ตัวอย่างรูปที่มีเยอะ จะเอากี่รูปก็ได้ : -)

.

.

.

สรุปค่าใช้จ่ายพรีเวดของเรา
ไม่กี่ร้อยบาท ค่าพร็อพ
จบ

.

.

.

ส่วนพรีเซนเทชั่น
แรกสุดเลยก็คิดว่าจะไม่มีด้วยซ้ำ
เอาจริงๆเรานิสัยไม่ชอบโชว์ตัวอะ ไม่เกี่ยวกับว่าเป็นนิสัยดีหรือไม่ดีนะ แต่มันไม่ชอบ
บางคนอาจจะมีความสุขกับการโชว์ว่าชั้นเป็นนู่นนี่ มีนั่นนี่
แต่เราว่ามันไม่จำเป็นสำหรับเรา และเราก็คิดว่า แขกเราเอาเข้าจริงก็คงไม่ได้กิฟอะแดมเท่าไหร่
แต่ด้วยความที่ผู้ใหญ่อยากให้มีด้วย และเราก็กะไม่พูดอะไรบนเวทีกันมาก
ก็มีพรีเซนต์ให้มันบอกเรื่องราวบางส่วนแทนเราละกัน

.

ตอนแรกก็ว่าจะเอาอะไรให้มันตลกๆเก๋ๆหน่อย
แต่คิดไปคิดมา เราว่า เราอยากเล่าเสี้ยวชีวิตคู่ที่ผ่านมาตลอด 9 ปีมากกว่า
จะว่าไป เรื่องราวชีวิตเหล่านี้ มืออาชีพก็ทำให้ไม่ได้
เพราะมันต้องใช้เวลา 9 ปีกว่าๆ ในการเตรียม material เหล่านี้เชียวนะ : -D

.

เราคิดว่า คนที่คบกันมานานๆ
เวลาทำพรีเซนต์ มันก็ได้เปรียบตรงเรื่องราวสตอรี่ นะ
แต่ถึงสตอรี่จะเยอะ (เรื่องมากนั่นเอง) ถ้าทำอะไรเยอะไป มันก็ทำได้ไม่มืออาชีพ
เช่น ทำหนังสวยๆสักตอน เจ้าสาวเป็นนางเอก เจ้าบ่าวเป็นพระเอก เราก็จะเก้ๆกังๆแน่นอน

.

และด้วยความที่มีเวลาแค่คืนเดียว (สองวันก่อนวันงาน)
เราและเพื่อนสนิทก็เลยช่วยค้นรูปและเรียงลำดับเรื่องราวของรูปเหล่านั้น
และเราก็นั่งใช้ iPad วาดรูปประกอบ และเขียนคำบรรยาย
(รวมรูปที่เพิ่งถ่ายไปด้วย) ใน iMovie
ก็เป็นสไลด์เรียบง่าย ประกอบเพลง
เน้นเรื่องราวที่อยู่ด้วยกันมาตามที่นู่นที่นี้ พ่อแม่ พี่น้อง เพื่อน แมว
สำหรับเรา มันพอแล้วแหละ
สไลด์สั้นๆ เข้าใจง่าย เวลาที่เหลือให้คนอื่นเขาเม้ากันประสาคนไม่ได้เจอกันมานานต่อไปดีกว่า

.

ไปดูพรีเซนเทชั่นเราได้ที่ลิ้งนี้
(ติดปัญหา DRM จากการ RIP เพลงจากซีดีถูกลิขสิทธิ์ เลยดูได้แต่ภาพ อรรถรสหายไปเยย)

.

http://www.youtube.com/watch?v=cUd_hGex42g&feature=plcp&context=C3e3e50eUDOEgsToPDskLoX2M05-72p3dNzo_p5Z1O

.

.

ตอนหน้า มาดูเรื่อง อาหาร เค้ก กันบ้าง

.

4 Responses to “มหากาพย์ เตรียมงานแต่งงาน #MaliMeekob (12) – พรีเวด พรีเซนต์”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Basic HTML is allowed. Your email address will not be published.

Subscribe to this comment feed via RSS

%d bloggers like this: