ตอนที่ 15
คน ค้น คน

.

.

.

มาถึงตอนที่ 15 แล้ว เหลืออีกแค่ตอนเดียวก็จบแล้ว วู้วๆๆ

.

.

เรื่องเสียตังๆผ่านไปหมดแล้ว (หมดตัวแล้ว)
ยกเว้นว่าอาจจะต้องเสียให้กับใครบางคนอีกในตอนที่ 15 นี้

.

.

14 ตอนที่ผ่านมา เราพูดเรื่องของ
ตอนนี้ เราจะพูดเรื่องคนที่เกี่ยวข้องกันบ้าง

.

.

เป็นเจ้าสาว DIY ไม่ได้แปลว่าทุกอย่างต้องทำเองทั้งหมด
งานแต่งงานส่วนใหญ่ สัก 90% เลยละกัน
แม้ว่าจะมีออแกไนเซอร์แล้ว โรงแรมสี่ห้าดาวสตาฟเต็มที่แล้ว
เราก็ยังต้องอาศัยคนอื่นๆอีก ในการที่จะทำให้งานแต่งงานเราสมบูรณ์
ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ พี่น้อง หรือเพื่อนสนิท ก็ตาม
มันยากมากหรือเป็นไปไม่ได้เลย ที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวจะรับแขกด้วย
ดูไฟเองด้วย ดูคิวตัวเองด้วย เชิญแขกด้วย รับแขกด้วย

ถ้าไม่มีเรื่องการจัดการเรื่องคนแล้ว
ถึงเราจะทำ 14 ตอนที่ผ่านมาได้เริ่ด
ก็อาจจะตกม้าตายที่ตอนนี้ก็ได้
เพราะ 14 ตอนที่ผ่านมา มันก็เป็นเรื่องของสิ่งของ
แต่สิ่งของทุกอย่าง มันก็ต้องการคนเข้าไปจัดการให้ถูกสถานที่ถูกเวลา
ตอนนี้จึงเป็นตอนที่สำคัญอีกตอนหนึ่งเลยก็ว่าได้
(มันก็สำคัญทุกตอนนั่นแหละว้า)

.

.

.

เรามาดูละกันว่า อย่างน้อยๆแล้วเนี่ย
เราควรจะมีผู้ช่วยใน function อะไรบ้าง

.

.

.

จิปาถะและ contact point

.

หรือเรียกอีกอย่างได้ว่า เลขาส่วนตัว
เป็นคนที่เราวางใจให้ทำอะไรแทนเราในวันงานและใกล้ๆวันงานที่สุดแล้ว
ทำในสิ่งที่จุกจิกยิบย่อย รวมไปถึงสิ่งที่เราควรปล่อยวางให้คนอื่นทำแทนซะที
ไม่งั้นจะกลายเป็นเจ้าสาวที่หมดพลังงานระหว่างวันเอาง่ายๆ
และเรื่องมันจะดีเลย์ไปเรื่อยๆเพราะเราต้องทำนู่นทำนี่ไม่มีใครทำแทน
เขาจะเป็นตัวแทนเรา ให้ใครๆก็ต้องวิ่งไปหาก่อน
และถ้าตัดสินใจแทนไม่ได้ก็จะเป็นคนที่วิ่งมาหาเราว่าเอาไงดี
คอยวิ่งเช็คนู่นเช็คนี่ รับประกันความเรียบร้อยให้เรา
รวมไปถึงถือกุญแจห้องพักและโทรศัพท์มือถือแทนเราด้วย
ควรจะมีอย่างนี้สักคน กันเจ้าสาวประสาทกิน
เพราะเล่นแบกทุกอย่างไว้ที่ตัวเองโดยไม่จำเป็น

คนที่มาทำงานตรงนี้ได้ ต้องมีความสนิทกับเรา และเต็มใจเคลียร์เวลาให้เรามากๆ
เราให้น้องเราทำ (และมีเพื่อนของน้องเป็นเลขาน้องอีกที)
และเขาก็ทำได้ดีมากด้้วย : -) เต็มที่กับการช่วยเหลือเราทุกอย่างตลอด
รักนะจุ๊บจุ๊บ

.

.

.

หลั่งน้ำพระพุทธมนต์

.

หรือหลั่งน้ำสังข์นั่นเอง สำหรับใครที่มีพิธีหมั้นเป็นพิธีไทย
อย่างน้อยควรจะมีสองคนในการเติมน้ำสังข์ และยื่นให้แขก
และถ้ามีของชำร่วยแจกแขกด้วย ก็ต้องมีเพิ่มอีกคน

คน ณ จุดตรงนี้ ก็มักจะเป็นเพื่อนๆ น้องๆ เจ้าบ่าวเจ้าสาว
แต่ก็เป็นใครก็ได้ทั้งนั้นแล ให้แต่งตัวสวยๆหล่อๆก็พอ : -)

.

.

.

ปู่โสมยายโสมเฝ้าทรัพย์

.

เรื่องเงินเรื่องทองมันไม่ค่อยเข้าใครออกใคร
ใครสถานการณ์ที่มีคนเยอะๆ รู้จักบ้างไม่รู้จักบ้าง ยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ
เรามักจะได้ยินเรื่องที่มีคนเนียนมาฉกเอาทรัพย์สินเงินทองไปจากงานแต่งเรื่อยๆ
เพราะจะว่าไป งานแต่งงานก็เหมือนเป็นเป้านิ่งของเหล่ามิจฉาชีพ
หรือไม่ใช่มิจฉาชีพแต่อารมณ์อยากได้มันพาไปตอนนั้น
อาจจะถูกขโมยได้ทุกเวลา

ในพิธีหมั้น แน่นอน มีเรื่องสินสอดทองหมั้นเข้ามาเกี่ยวข้อง
คนนี้ต้องคอยดูทรัพย์สิน จากการขนเข้ามาสู่พิธี จากพิธีสู่การเก็บ
คนนี้จะต้องเมคชัวร์ว่าสินสอดทองหมั้นทั้งหลายอยู่ในที่ปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว
ส่วนงานจัดเลี้ยง แน่นอน ต้องมีเรื่องซองทั้งหลายทั้งมวล
คนนี้จะต้องเมคชัวร์ว่าไม่มีใครมามั่วนิ่มขโมยซองหรือทั้งกล่องไปได้
และเมคชัวร์ว่า เมื่อเสร็จงาน กล่องใส่ซองทั้งหลายก็จะอยู่ในที่ที่ปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว
อาจจะเฝ้าให้จนกว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะเสร็จงานกลับห้องกันเลยล่ะ

.

ตรงส่วนนี้ เราก็ไว้ใจให้น้องเราคนเดิมทำอีกแหละ
ควรจะให้คนในครอบครัวดูแลและไว้ใจสุดติ่ง โดยปริยาย
เรื่องเงินทองนี่ ตามธรรมเนียมปฏิบัติ ก็ต้องให้คนในครอบครัวดูแลล่ะนะ

.

.

.

รันคิว

.

เวลาที่เราไม่มีออแกไนเซอร์ตามประสาเจ้าสาว DIY ปรกติ
อย่างน้อยต้องรู้แล้วว่า ณ เวลานี้ ใครต้องทำอะไร แล้วคนๆนั้นอยู่หรือเปล่าหรือหายไปไหน
คนนี้ก็จะทำหน้าที่เป็นออแกไนเซอร์ดีๆนี่เองแหละ
อาจจะเป็นเพราะโรงแรมค่อนข้างคิวดีระดับหนึ่ง และเราก็ตัดตอนขั้นตอนบางส่วนออก
จึงทำให้เรื่องรันคิวไม่ใช่เรื่องยุ่งยากมากเกินไป
แต่อย่างน้อย ก็ต้องมีคนให้คิวโรงแรมในการเปิดไฟ ดิมไฟ
อย่างไรก็ตาม เราก็ได้วางตัวเพื่อนสนิทเราไว้ เพื่อให้เมคชัวร์ว่า พิธีกรไม่หลับเพลิน 555
และให้รู้ว่าโรงแรมจะเริ่มจัดการไฟอะไรได้เมื่อไหร่

.

เพื่อนสนิทที่สุดของเราคนหนึ่งก็ได้รับเชิญมาช่วยในเรื่องนี้
บางทีก็ dilemma นิดๆตรงที่เราก็อยากให้เพื่อนเราเดินเล่นในงานก็พอ
แต่ถ้าเขาเต็มใจ มีความสุขที่ช่วยเรา และเรารู้ว่าเขาทำได้ เราก็ควรจะให้เขาทำให้นะ : -)

.

.

.

ลงทะเบียน และแจกของ

.

งานยิ่งใหญ่ คนก็ยิ่งต้องเยอะ
แต่ถ้างานเล็กๆ มีคนเดียวก็ยังได้
แต่ก็ต้องมี เพราะอาจจะมีเรื่องซองและของขวัญเข้ามาเกี่ยว จึงควรจะมีคนเฝ้า
และแขกก็อาจจะงงๆไปต่อไม่ถูกได้
โต๊ะลงทะเบียนคล้ายกลับโต๊ะประชาสัมพันธ์ หรือโต๊ะตั้งต้นว่า เออ มาถูกงานแล้ว
ถ้าจะตั้งโต๊ะไว้เฉยๆ ให้คนลงทะเบียนเอง ใส่ซองเอง ก็…ยังไม่เห็นมีใครทำนะ ^^”

.

ตรงนี้ จะเป็นใครก็ได้เช่นกัน
ถ้าเป็นกลุ่มเดียวกัน รู้จักกันหมด ก็จะดีกว่าไปรวบรวมคนมาจากทั่วสารทิศ
เพื่อนของน้องเราสองคน และน้องเราเอง เป็นตัวหลักในการดูแลคนมาลงทะเบียน
และมีสาวๆที่รู้จักกันมาทำให้เป็นสีสันที่โต๊ะลงทะเบียนมากขึ้น
(แต่คนเยอะไปก็วุ่นวายเหมือนกันอะน้า ถ้าไม่มีคนคุมล่ะยุ่งเลย)

.

.

.

 พิธีกร

.

จะว่าจำเป็นก็จำเป็นนะ พิธีกร
ในช่วงพิธีหมั้น พิธีกร จะทำให้แขกที่มา หรือญาติ พี่น้อง คนที่เกี่ยวข้องกับพิธี
รู้ว่าจะต้องทำอะไรต่อไป รวมไปถึงอาจจะเอนเตอร์เทนได้ในบางจังหวะด้วย
แต่หลักๆก็คือ ไกด์ ให้คนที่ร่วมงานรู้แหละว่าอะไรถึงไหน ต้องทำอะไร
ในช่วงงานจัดเลี้ยง ก็จะเป็นคนที่รวมความสนใจของแขกในงาน
เมื่อถึงคราวต้องพรีเซนต์เจ้าบ่าวเจ้าสาวกัน และทำให้ขั้นตอนราบรื่นสงบสุขได้
จะให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวขึ้นไปเป็นพิธีกรเอง สัมภาษณ์กันเอง
ก็จะไม่มีฉากเปิดตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาว ไม่มีใครยิงสปอตไลท์ให้ ไม่มีใครคอยชงคำถามให้
และมันก็ดูแปลกๆอยู่ (แต่ถ้าตั้งใจจะเป็นอย่างนั้น ก็แล้วแต่)

.

พิธีกรนี่ ตอนเช้า เราได้น้องโบ้ท ทายาทกิจการเวดดิ้งสตูดิโอ BB and B Modern Studio
มาเป็นพิธีกรพิธีหมั้นให้ เพียงแค่ไกด์เวลาลำดับกันเล็กน้อย
น้องโบ้ทก็สามารถทำหน้าที่ได้อย่างเกิดมาเพื่อทำสิ่งนี้อยู่แล้ว
บวกกับเจ้าหน้าที่โรงแรม ที่เขาก็ช่วยโยกย้ายอุปกรณ์ตามลำดับพิธีให้
ทำให้พิธีตอนเช้าที่มีหลายขั้นหลายตอน ไม่ต้องใช้คนรันคิวเพิ่มเติมเลย
ใครยังไม่มีพิธีกรสำหรบพิธีหมั้นเช้าก็ลองติดต่อดูกันได้
ส่วนตอนเย็น เราได้พี่บิ๊ค ภูมิชาย บุญสินสุข ณ กองบก a book มาเป็นพิธีกรให้
ซึ่งพี่บิ๊คน่ารักมากแบบที่เป็นเสมอมา และเตรียมตัวเป็นอย่างดี
รวมถึงให้ความร่วมมือในการใส่คอสตูมให้เข้ากับธีมงานอีกด้วยยย (กดไลค์รัวๆ)

.

จากประสบการณ์
เราคิดว่า งานเลี้ยง ถ้าเลือกได้ ให้ใช้คนที่รู้จักเราดีอยู่แล้วดีกว่า
เพราะเราจะได้ลดความขัดเขินบนเวทีลง รู้สึกเป็นกันเองมากขึ้น
ไม่ต้องตลกโปกฮาอะไรมากมาย(ถ้าได้ก็ดี) พูดดี มีกาลเทศะ
ซึ่งจริงๆก็ไม่น่าจะหายากเกินไป
แต่ถ้าเป็นพิธีกรงานหมั้น อาจจะต้องใช้มืออาชีพกันหน่อย
เพราะมันมีเรื่องลำดับขั้นตอนที่เยอะกว่าเข้ามาเกี่ยว

.

.

.

 แรงงาน ขนของ

.

แม้ว่าเราต้องเอาตัวเองไปเป็นแรงงานในส่วนหนึ่ง
แต่เราก็ไม่สามารถใช้แรงงานตัวเองได้กับเรื่องทุกเรื่อง
เอาแค่สัมภาระของบ่าวสาวเองเพื่อใช้ในการเตรียมตัวและใช้ในงาน
ก็เต็มหนึ่งคันรถธรรมดาแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นชุดเจ้าบ่าว ชุดเจ้าสาว(อันนี้ตัวกินที่เลย) รองเท้า
ชุดเปลี่ยนระหว่างวัน โน้ตบุค สายชาร์จ เครื่องบำรุงผิว ยา
แปรงสีฟัน ยาสีฟัน หวี กล่องใส่ซอง
นี่ยังไม่รวมที่ต้องไปขนชุดขันหมากสิบกว่าพาน
แล้วถ้ามีพร็อพประกอบสถานที่เองด้วยนี่
ขามายังไม่เท่าไหร่ แต่ขากลับที่ต้องขนกลับพร้อมๆกันหมด
ทั้งของใช้ส่วนตัว ทั้งขันหมากทั้งหลาย ทั้งพร็อพ ทั้งของขวัญและซองที่ได้ในงาน
จะบอกว่ามันทุลักทุเลมากๆและใช้เวลาและคนไม่น้อยเลย
จึงควรวางตัวและจัดการวางแผนการขนของกันด้วย
ถ้ามีคนไม่พอจริงๆ และจัดงานวันเดียวจบ ก็ยิ่งต้องวางแผนดีๆ
เช่น ถ้ามีงานหมั้นเช้า หมั้นเสร็จ ให้ที่บ้านช่วยขนเอาของที่ใช้ในงานหมั้นกลับก่อน
จะได้ช่วยลดภาระการขนของกลับตอนเลิกงานเย็น

.

.

.
ดูคลังอาหาร เครื่องดื่ม

.

ถ้าเป็นงานใหญ่ คนเยอะ มีการขนเครื่องดื่มมาเอง คนนี้จะเป็นคนที่ค่อนข้างสำคัญในการช่วยดูแล
และตัดสินใจว่าจะเพิ่มอาหารไหม ในกรณีที่อาหาร เครื่องดื่มไม่พอ
ซึ่งตรงนี้ ทางโรงแรมรีเควสทางเรามาเองว่า มีคนช่วยดูแลตรงนี้ไหม
เนื่องจากเรื่องอาหารเครื่องดื่มเป็นค่าใช้จ่าย
โรงแรมไม่สามารถที่จะตัดสินใจแทนได้ถ้าจำเป็นต้องสั่งเพิ่ม
และถ้ามีเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์มาเอง ก็ควรจะมีคนที่ดูแลคลังตรงนี้ด้วย
ถ้าปล่อยให้เป็นหน้าที่เจ้าหน้าที่โรงแรมจัดการ
ถ้าเกิดมีแขกหรือญาติถือวิสาสะเข้าไปหยิบเอง เราจะควบคุมตรงนี้ไม่ได้

.

คนที่ดูคลัง มักจะต้องไปดูแลอยู่ในส่วนด้านหลังของห้องจัดเลี้ยง
ส่วนคนที่มีอำนาจตัดสินใจ จะเป็นคนซ้ำกับคนข้างบนก็ได้
ถ้ายิ่งเป็นคนในครอบครัวได้ก็ยิ่งดี

.

.

.

รับแขก พาแขกไปนั่ง

.

หน้าที่นี้ สำหรับงานใหญ่ ที่ผู้ใหญ่เยอะ และเลี้ยงแบบโต๊ะจีน หรือมีโต๊ะสำหรับ VIP นั่ง
คุณเคยไหม ที่ไปงานใหญ่ๆที่เลี้ยงโต๊ะจีน แล้วคุณต้องใช้เวลาหากว่าจะเจอโต๊ะของคุณ
ปัญหานี้จะน้อยลงทันที ถ้าคุณไปงานที่มี เด็กเดินตั๋ว ประจำงาน

แต่กระนั้น เด็กเดินตั๋ว ก็ไม่ได้มีไว้สำหรับทุกคน เพราะงานใหญ่ๆ นั้น ไม่ไหวแน่นอน
เด็กเดินตั๋วจึงมักจะมีไว้สำหรับผู้ใหญ่ๆเป็นหลักแหละ
ใครยังไม่มีคนพาเดินไปโต๊ะ ให้ดีใจไว้แล้วกันว่ายังเอ๊าะอยู่

คนที่มาทำงานตรงนี้ได้ แน่นอน ย่อมต้องเป็นคนที่รู้จักว่าใครเป็นใคร
ไม่งั้นจะพาเดินไปถูกโต๊ะได้ไง ใช่ป่าว
ซึ่งอาจจะเป็นคนในครอบครัว หรือคนที่ใกล้ชิดกับผู้ใหญ่กลุ่มนั้นๆ

.

.

.
เจ้าหน้าที่ของสถานที่นั้นๆ

.

เจ้าหน้าที่ของสถานที่นั้นๆเป็นส่วนที่เราไม่มีไม่ได้
คนๆนี้เราไม่ต้องหามาเอง ปรกติสถานที่มีของเขาอยู่แล้ว
นอกจากจะเป็นสถานที่ที่ปรกติไม่ได้ใช้จัดงานเลี้ยงหรืองานพิธี
เพราะเขาต้องเป็นคนคอยประสานงานระหว่างลูกค้ากับเจ้าหน้าที่ทั้งหมดในสถานที่
ไม่มีใครประสานงานเจ้าหน้าที่ในสถานที่ได้ดีเท่าเจ้าหน้าที่ในสถานที่เอง

ในเคสเรา เจ้าหน้าที่ในที่นี้คือคุณแอม แห่ง เดอะ เพนินซูล่า
คุณแอมทำหน้าที่ประสานงาน เป็น contact point
ซึ่งก็ดูแลงานเราตั้งแต่เช้ายันมืด
ไม่ว่าจะมีอะไรที่ต้องการจากทางโรงแรม ทางเราก็จะบอกผ่านคุณแอมทั้งหมด

แขกในงานก็ค่อนข้างประทับใจในบริการของสตาฟเพนินซูล่านะ
ก็เป็นอะไรที่หวังได้จากโรงแรมระดับนี้แหละ

.

ถ้าเป็นเจ้าสาว DIY แต่เลือกสถานที่ที่ไม่มีเจ้าหน้าที่เป็น contact point
ก็ต้องดูกำลังพลของตัวเองด้วยว่าจะมีใครบ้างที่พอจะมาดูแลตรงนี้ได้
ซึ่งแน่นอนว่าต้องไม่ใช่คนเดียว ต้องลิสต์ออกมาดูว่าใครจะเป็นเจ้าภาพดูแลส่วนไหนได้
เช่น ดูแลเรื่องอาหาร ก็ต้องดูแลสต็อกอาหาร การเสริ์ฟอาหาร พอไหม ทั่วถึงไหม
ดูแลเรื่องเครื่องดื่ม แขกคนไหนไม่มีเครื่องดื่มหรือเปล่า
ดูแลเรื่องอุปกรณ์ ไมค์ มีดตัดเค้ก ช่อดอกไม้ พวงมาลัย เหล้าไชโย ฯลฯ
ถ้าคนไม่พอ ก็อาจจะต้องตัดใจจ้างออร์แกไนเซอร์ จะได้ทำให้งานราบรื่นมากขึ้น

.

.

.

สคริปท์ ผัง แผนที่

.

ทายซิว่า ใครควรจะเป็นคนเขียนสคริปท์ รู้สคริปท์ทั้งหมด

ไม่ใช่ใครที่ไหน เจ้าสาวเจ้าบ่าวเองนั่นแหละ
เพราะต้องเป็นคนที่รู้จักงานตัวเองมากที่สุด

เราว่า ยังไงงานแบบนี้ก็ต้องมีสคริปท์
และสคริปท์นั้น คือทางเราเองเป็นผู้ออกให้จัดการให้คนทำงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ไม่ว่าจะเป็นเลขา รันคิว พิธีกร เจ้าหน้าที่โรงแรม ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว
สคริปท์จะทำให้รู้ว่าใครมีงานช่วงไหนตรงไหนบ้าง ใครยังว่างอยู่ตรงไหนช่วงไหน

.

สคริปท์ในที่นี้ ไม่ใช่ว่า เขียนแค่ตอนเริ่มงานเลี้ยงหรือพิธีหมั้นเท่านั้น
แต่ควรจะครอบคลุมไปถึงตั้งแต่ตอนก่อนงานจะเริ่มด้วยซ้ำ
สคริปท์ไม่ต่างอะไรกับบทละคร
ที่ต้องรู้ว่าใครมีบทบาทบ้าง บทบาทเขาต้องทำอะไร เมื่อไหร่ จังหวะไหน
ต้องใช้อุปกรณ์อะไร ที่ไหน ต้องทำอย่างไรบ้าง
ซึ่งแต่ละคนก็จะมีสคริปท์ที่แตกต่างกันไปในเวลาเดียวกัน
สคริปท์ยิ่งละเอียด ยิ่งดี เพราะแต่ละคนทำทุกอย่างได้เพียงครั้งเดียว
ก็ควรจะมีแนวทางที่ละเอียดพอที่จะทำให้เขาได้ทำได้ถูกต้องที่สุด

.

ในกรณีเรา เราเขียนสคริปท์ครอบคลุมตั้งแต่ก่อนงาน 2 วัน
เพราะเป็นจุดที่เราจะเริ่มปล่อยให้คนอื่นทำงานแทนเราแล้ว
แรกสุดเลย เราต้องวาง master script ก่อนว่าใครทำอะไร
แล้วค่อยแยกสคริปท์ที่เกี่ยวกับคนแต่ละคน เพื่อแจกให้กับคนๆนั้น
รวมไปถึงเบอร์ของ contact point ทั้งหลายด้วย

.

การเขียนสคริปท์เป็นสิ่งที่เสียเวลามากพอตัว
แต่เราว่ามันเป็นสิ่งจำเป็น ถ้าไม่ได้จ้างออแกไนเซอร์
แม้แต่งานไม่ใหญ่โต ก็มักจะจำเป็นต้องมีเช่นกัน
แม้แต่เจ้าหน้าที่สถานที่ เขาก็กำหนดให้เราไม่ได้
เพราะอย่างเรื่องเวลา หรือความต้องการพิเศษ เราก็ต้องกำหนดไปให้เขาทำให้ถูกเช่นกัน
เราเขียนขนาดที่ว่า เบรกนี้ออกเครื่องดื่มไหม เบรกช่วงนี้ออกอาหารเลยไหม
ซีดีเพลงพิเศษให้เปิดตอนไหน ให้เอาไปให้ใครเปิด ให้ไปเอาคืนเวลาไหน
พ่อเราเอาบัวลอยมาสมทบแทรกในพิธีด้วย
ก็ต้องกำกับในสคริปท์ด้วยว่ามีขั้นตอนนี้และเขียนกำชับให้เตรียมภาชนะไว้ด้วย

.

เรื่องผังกับแผนที่ ก็ควรจะแนบไปในสคริปท์ของคนที่เกี่ยวข้องด้วย
เช่น ถ้าเรากำหนดให้คนๆนี้ไปเอาของที่ไหนๆ เราก็ควรจะมีแผนที่ให้เขา
หรือสำหรับงานโต๊ะจีน คนที่มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลแขก ก็ควรจะมีผังโต๊ะให้เขาเช่นกัน

.

.

.

และขอแถม FAQ(maybe) ทิ้งท้ายไว้ดังนี้

.

.

Q: เลือกคนช่วยอย่างไร

A: เลือกคนที่ไว้ใจได้ และเต็มใจช่วย หรือเมื่อเราจ่ายก็เต็มใจช่วย
ถ้าคนช่วยไม่เยอะ หรือแทบไม่มี ก็ควรจะทำเองเท่าที่ทำได้ ประมาณตนเองให้ดี
หรือถ้าอยากทำให้งานมันมีอะไรมากหน่อยก็กัดฟันจ้างออร์แกไนเซอร์(ที่ดีๆ)ไปเถิด

ไม่มีเหตุผลที่เราต้องทำทุกอย่างเอง
แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องตัดสินใจให้ดีว่าสิ่งไหนจะตัดให้คนอื่นทำ สิ่งไหนจะทำเอง

.

.
Q: ใช้คนให้มากที่สุด ดีไหม เพราะคนเราต้อง put the right man into the right job

A: บางคนเพื่อนเยอะพี่น้องเยอะ คนอยากช่วยเต็มไปหมด บางคนเพื่อนก็น้อยพี่น้องก็ไม่มี
จริงๆสกิลที่จะมาช่วยงานแต่งงาน ไม่ได้มีอะไรมาก นอกจากการเต็มใจและตั้งใจทำ
แต่บางอย่าง ก็อาจจะต้องเลือกคนบ้าง เช่น ขนของ ก็ให้คนแข็งแรงๆขับรถได้ทำ
เฝ้าเงิน ก็ควรจะเลือกให้คนในครอบครัวทำ (ถ้าเป็นคนนอกครอบครัวทำก็น่าจะเกิดปัญหานะ)
แต่สรุปรวมๆก็คือ ให้ใช้คนให้น้อยที่สุด และให้คนที่ใช้เขาทำได้หลายอย่างมากที่สุด
เราจะได้ไม่ต้องไปไล่ตอบแทนบุญคุณคนเยอะ สู้ตอบแทนคนไม่กี่คน เน้นๆเนื้อๆไปเลยดีกว่า

ส่วนตัวเราไม่อยากให้มองว่า โอ๊ย มีคนช่วย ดีจังเลย แล้วไม่ต้องตอบแทนอะไรกลับ
ไม่อยากให้มองว่าสิ่งที่มีคนช่วยทำให้โดยไม่คิดมูลค่า
เช่น ช่วยถ่ายรูป ช่วยทำพรีเซนต์ ช่วยรับแขก ช่วยเอนี่ติง นั้น
เป็นสิ่งที่ได้มาฟรีๆ จากการที่เราทำบุญทำกุศลสร้าง connection เอาไว้เยอะ
ถึงเขามาด้วยใจก็ตาม สุดท้ายแล้ว เราก็ควรจ่ายกลับ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง หรือแรงงาน ความช่วยเหลือด้านอื่นๆ (ที่ไม่ผิดศีลธรรม)

.

สุดท้าย โลกนี้ ไม่มีอะไรฟรีหรอกนะ
แต่อาจจะมีสิ่งที่เหมือนจะฟรี ตรงที่เราเอามาก่อน แล้วหาทางผ่อนทีหลัง เท่านั้นแหละ

.

แต่พูดอย่างนี้แล้วเดี๋ยวบางคนยิ่งแหยงงานแต่งงานเพราะไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร
คืองานแต่งอะนะ มันมักเป็นอะไรที่ใหญ่กว่าคนสองคน
ถ้าจะมีคนช่วยเหลือเราในเรื่องนู้นเรื่องนี้ มันก็ถูกแล้ว ปรกติแล้ว
อยู่ที่ outcome น่ะว่าจะสุขกันถ้วนหน้าหรือเปล่า

.

.

Q: กลัวเขาทำผิดพลาดจัง ทำยังไงดี

A: ความผิดพลาด คือของคู่บ้านคู่เมือง คู่มนุษยชาติ
อย่าคาดหวังเต็มร้อย แต่ให้เตรียมให้เต็มร้อย ก่อนจะปล่อยให้เป็นไปตามโชคชะตา

.

.

.

ตอนหน้าก็จะเป็นตอนสุดท้ายแล้ว
เราจะเขียนเรื่องเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยระหว่างทางการเตรียมงานและหลังงานแต่งงาน
(เท่าที่นึกออก) เป็นการปิดท้ายจ้า

.

.

One Response to “มหากาพย์ เตรียมงานแต่งงาน #MaliMeekob (15) – จัดการคน”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Basic HTML is allowed. Your email address will not be published.

Subscribe to this comment feed via RSS

%d bloggers like this: