The same old Hong Kong

ถ้าจำไม่ผิด
ครั้งที่เป็นครั้งที่ 4 ในชีวิตแล้วที่ได้ไปเหยียบเกาะฮ่องกง

อย่างไรก็ตาม
แทบจะจำอะไรในอ่องกงไม่ได้เลย
และเดินไม่เป็นด้วย
เพราะมากับทัวร์ตลอด

รู้แต่ว่า อร่อย แฮ่ม…

ครั้งนี้ก็เหมือนกัน
แต่แตกต่างตรงที่ว่า คราวนี้มีแผนที่
(แต่ก็ไม่มีเวลาเดินเองเหมือนเดิม ^^”)

ต้องขอบคุณอะไรก็ไม่รู้ที่ทำให้ม็อบสลายไปก่อนหน้าวันที่จะเดินทางไม่กี่วัน
ทำให้เรามาได้ตามตารางที่เตรียมไว้สำหรับตัวเอง
เราชอบวางแผนการเดินทางนานๆนะ
ชอบที่จะศึกษาพื้นที่ก่อนจะลงสนามจริง
เรื่องเที่ยวนี่ ขอเตรียมพร้อมไว้ก่อนล่วงหน้า นานๆ
ไม่ชอบการเที่ยวแบบฉุกละหุกเอาซะเลย

แต่นับวัน ยิ่งไม่มีเวลา
มางวดนี้ เช็คอย่างเดียวว่าฮ่องกงอุณหภูมิเท่าไหร่ จบ
มาเก็บของใส่กระเป๋าก็ครึ่งชั่วโมงก่อนออกเดินทาง
แล้วจะไปที่ไหน ปล่อยให้ทัวร์เขานำทางไป

เราต้องนั่งรถเชื่อม terminal มาลงอีกที่นึง
แล้วก็จะไปถึงที่ๆรถบัสรออยู่

สวัสดี ฮองคอง

หลังจากเอากระเป๋าไปเช็คอินกันแล้ว
ก็แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันภายในลูกทัวร์
บางส่วนเลยไปตามทาง(ช็อปปิ้ง)ของเขา
ส่วนอื่นส่วนนึงก็ไปตามรายการพาเที่ยวปรกติ

เราเลือกรายการพาเที่ยวปรกติ
เพราะไม่ช็อป และที่เคยๆไป ก็ลืมไปหมดแล้ว
รูปก็ไม่มี ไปบันทึกความทรงจำอีกทีก็ดีไม่น้อย

ที่แรกที่ไปก็นี่เลย Repulse Bay ที่ทัวร์ต้องไปลง
เพราะเทพยดาให้กราบไหว้ขอพรเยอะมาก

ไกด์ฮ่องกงอธิบายความเป็นมาและวิธีการสักการะขอพรของแต่ละองค์
จำกันไม่หวาดไม่ไหว
แต่ฟังเขาเล่า ก็น่าสนใจ และเมคเซนส์ (แบบศรัทธาๆ) นะ
เมคเซนส์กว่าสร้อยส้มตำปูม้าง่ะ ^^”

เราเคยแอบแอนตี้นะ การกราบไหว้ขอพรอะไรพวกนี้
เพราะเราคิดว่า มันงมงายง่ะ ไม่มีที่มาที่ไป ไม่มีเหตุมีผล
แต่พอเรียนรู้ที่จะเปิดใจ และอาจจะบวกกับช่วงนี้จิตใจอ่อนแอกว่าปรกติ
มันก็เลยทำให้เราเห็นอีกมุมมองนึงที่มันเป็นกุศโลบายนะ
คือถ้าเรามองไปสุดโต่งว่างมงาย เราก็ว่าก็มองได้ มันก็มีมุมนั้นอยู่
แต่ถ้าเราแอนตี้เพราะด้านสุดโต่งของมันไม่ดี
อะไรๆมันก็ไม่ดีทั้งนั้นแหละ เพราะแต่ละอย่างมันก็มีสุดโต่งของมัน
การเชื่อเหตุผลอย่างสุดโต่ง การรักใครอย่างสุดโต่ง เซลฟ์อย่างสุดโต่ง
มันก็ไม่ใช่ว่าดีเหมือนกัน
มันอยู่ที่การเลือกเอามาใช้มากกว่า
ใช้แล้วมันพัฒนาชีวิตเราได้หรือไม่ มีความสุขหรือเปล่า คนรอบข้างเดือดร้อนไหม

มารอบนี้ เราเลยยอมไหว้ขอพรตามที่ไกด์เขาบอกในแต่ละที่ เกือบทุกที่ (ยกเว้นเรื่องคู่ครอง)
แต่การขอพรของเรา ไม่ใช่การขอแก้วแหวนเงินทอง หรือขอให้รวยๆ
แต่เราจะเน้นย้ำขอให้เรามีใจที่เป็นนักสู้ เข้มแข็งต่ออุปสรรคและความไม่สมหวังต่างๆนานา
ซึ่งเราว่า นั่นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเราตอนนี้
ส่วนเรื่องจะร้ายจะดี ก็ปล่อยให้กรรมมันทำหน้าที่ของมันไป
แต่เราไม่จำเป็นต้องปล่อยตัวตามกรรม หรือปล่อยใจทุกข์ไปตามกรรมใช่ไหม

ชอบตอนที่พี่มาลีอธิบายการขอพรเทพนักสู้
ตอนแรกมีทัวร์จีนลงไปเข้าแถวลูบองค์จากหัวลงล่างแล้วก็เอามาโปะๆตัว
พี่มาลีบอกว่า จริงๆแล้ว การขอพรเทพองค์นี้ ให้ลูบคางท่านสามครั้ง
แล้วเอามือมาแปะที่หัวสามครั้งก็พอ
การเอามากไป ก็เหมือนกับการเอาเรื่องใส่ตัวมากไป แล้วก็จะมีเรื่องเดือดร้อนมาก
ก็เลยขำเหมือนกันนะ คือทัวร์จีนเขาลูบแบบว่า อยากโกยใส่ตัวให้ได้มากที่สุด
จริงๆก็ไม่ใช่แค่ทัวร์จีนคณะนั้นหรอก
ตามปรกติใครขอพรก็มักจะอยากได้เท่าที่เอาได้อยู่แล้ว
ซึ่งมันก็จริงนะ ยิ่งเอามาก ก็ยิ่งมีเรื่องมาก

มีอีกอย่างที่ชอบคือ
สะพานตรงที่เขาบอกว่าเป็นสะพานต่ออายุและโชคดีน่ะ
พี่มาลีบอกว่า วิธีการขึ้น ให้ไหว้พระสุขภาพกับพระอะไรสักอย่างก่อน
เพราะว่า ถ้าอายุยืนไป สุขภาพไม่ดี ไม่มีเงิน ก็ไม่มีความสุขใช่ไหม
เราก็เออ คนจีนก็คิดไปได้ ก็เลยต้องสร้างเทวรูปอีกสององค์มาให้ไหว้ก่อน
แต่ที่สำคัญคือ พอตอนที่จะข้าม
ให้ตัดเรื่องที่ไม่ดีออกจากใจ ไม่เอามันข้ามไปด้วย จะได้พกไปแต่ความโชคดี
ซึ่งเราว่ามันเป็นกุศโลบายที่ดีมาก
ถ้าดูตามเหตุผล มันไม่เมคเซนส์นะ แต่ถ้าดูว่า มันจูงใจให้คนคิดดีทำดีได้ มันก็เจ๋งอะ

ตอนเราข้าม เราก็นึกอยู่อย่างเดียวว่า ตัด ตัด ตัด
แต่ไม่ใช่นึกเรื่องที่ไม่สบายใจขึ้นมาเยอะๆแล้วบอกว่าตัดนะ
มันเหมือนเราตั้งจิตตั้งใจว่าจะตัดมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร
พอลงสะพานมา ก็รู้สึกได้เลยว่า ใจมันโล่งไปเยอะนะ
ต่อจากนี้ อะไรที่อยู่ในอดีต ถ้าระลึกได้ เราก็จะตัดอย่างที่เราตั้งใจก็แล้วกัน
ส่วนของที่จะทำใหม่พอกพูนขึ้นมาเรื่อยๆ – -” ก็ให้มันน้อยหน่อยก็แล้วกัน
มากไปเดี๋ยวต้องกลับไปข้ามสะพานตัดใหม่ (หาเรื่องเที่ยว)

ลูบลูกแก้วให้มีปัญญาแข็งๆ (อ่อนมีเยอะแล้ว 555)

เทพผู้ให้รักสมหวัง ใครไม่มีแฟนก็ขอให้มีได้
ใครมีแล้วก็ขอให้รักๆกันยั่งยืนๆไม่พรากจากกัน

องค์กวนอิม

มาถึงก็เย็นแล้ว ใกล้จะโพล้เพล้เต็มทน

ยังไม่เคยมา Repulse Bay ตอนมืดๆ
มันก็สวยดีไปอีกแบบนะ
มีคนมานั่งเดทกันด้วยล่ะ ลมเย็นๆ อากาศโล่งๆ

แล้วเราก็ไปวิคตอเรียพีค
โอ้ว วันนี้มันแถวๆวันเพ็ญนี่เอง
มิน่าที่อ่าวน้ำขึ้นใหญ่เลย

ไฟเมืองตอนกลางคืน มองจากที่สูง
ก็ไม่มีใครสอนนะว่าอย่างนี้เรียกว่าสวย
แต่ดูแล้วมันซ้วยสวย กว๊างกว้างด้วย เห็นไฟไปรอบเกาะฮ่องกงเลย

บรรยากาศโรแมนติกนะนี่

ที่สวยๆอย่างนี้ บวกกับความเป็นวันเสาร์
จะเหลือที่โล่งๆรึ

ขาลงนั่งแทรมลงให้ได้บรรยากาศอีกแบบ

จบทัวร์ก็มากิน แน่นอนอยู่แล้ว
และจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจาก หลี่เย่มุน Lei Yue Mun

ต้องเดินเข้าไปพักนึงแล้วจะเจอดงร้านอาหาร

ไกด์พี่มาลีบอกว่า ที่นี่ “สด” คือ “เป็น”
ตายแล้วถึงจะเพิ่งตาย ก็ไม่เรียกว่าสด นะ
เวลาเดินผ่านดงร้านอาหารไปที่ร้านที่เป็นที่หมาย
แต่ละร้านก็มีตู้น้ำให้ปลาว่าย หอยว่าย ทั้งนั้น
มีร้านนึงเล่นชำแหละปลาให้เห็นข้างใน เนื้อหายไปแล้ว เหลือแต่หัวกับเศษๆ
ก็เลยจ้องด้วยความสงสัยว่ามันจะเอาหัวปลาออกมาวางบนตู้ทำไม
ปรากฏว่า หัวใจมันยังเต้นตึบๆอยู่
ตกใจแทบวิ่งหนี ไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจ
ส่วนตัวไม่ชอบนะ ให้สั่งเป็นๆอย่างนี้ ไม่กล้าง่ะ
รู้ว่ามันอร่อยกว่าตายแล้วกว่ากันเยอะ
แต่ ไม่รู้สิ มันยังขัดกับสามัญสำนึกตัวเองง่ะ

ร้านนี้เลย ซึ่งคาดว่า เป็นร้านเดียวกับที่มาทานคราวที่แล้ว

เตรียมตัวกินดีกว่า เอาภาพสัตว์ทะเลเป็นๆวางไว้ก่อน – -”

มาแล้ว ซาชิมิหอยงวงช้าง ของเลื่องชื่อลือชาว่าอร่อย
ใครไม่ถนัดทานดิบ เขาก็มีหม้อลวกให้ และมีวาซาบิดับกลิ่นคาว
ถ้าไม่เคยทานจะรู้สึกว่ามันคาว แต่ทานๆไปแล้วเนื้อมันหวานอร่อยเลยล่ะ
ลวกแล้วก็ให้รสชาติอร่อยอีกแบบนึง

หั่นเป็นชิ้นๆแล้วดูเหมือนเห็ด
ไม่เหมือนตัวเป็นๆที่ดูค่อนข้างน่ากลัวว่าเรากินเข้าไปได้ยังไง – -”

กุ้งงงง สดแน่นอน อร่อยนอนแน่

กั้งทอดกระเทียม หวาน เด้ง โรยไข่กั้งทอดกระเทียม คลุกข้าว สุดยอดด

หอยเชลล์ เด้ง ดึ๊บ อร่อยยย (แอบกลืนน้ำลายตอนบรรยาย)

หอยเป๋าฮื้อ ขาดไม่ได้เช่นกัน
ตัวใหญ่ เนื้อแน่น ซัดไปตัวเดียว ก็ใกล้จะอิ่มแล้ว – -”

ล็อบสเตอร์ ความสด ความแน่น ไม่ต้องพูดถึง

ข้าวผัด ผัดได้ร่วนและหอมเย้ายวนชวนฟาดมากๆ

แกงจืด เอาไว้ซดคล่องคอ แต่ที่ในพุงใกล้เต็มแล้ว

ปูววววว
แต่เราว่าแพ้หัวหิน ชลบุรี สมุทรสงคราม กระจุย

ปลาหมึกชุบแป้งทอด
อันนี้ก็อร่อยง่ะ ง้อย หอม กรอบ แต่…ใกล้จะจุกถึงคอหอยแย้วว

ปลานึ่งซีอิ๊ว สดมาก เนื้อเป็นก้อนๆ
มาทัวร์นี้ทีไร ทรมานพุงทุกที

ทานเสร็จก็กลิ้งออกมาจากร้าน
ผ่านหน้าร้านอาหารร้านนึง
เกือบลืมถ่ายรูปหอยงวงช้างที่อยู่ตู้กลางให้ดู
เป๋าฮื้อ งวงช้าง หอยเชลล์(มั้ง) ตามลำดับ

แล้วก็ไปโรงแรม อยากเข้าห้องเต็มแก่แล้ว อิ่มมาก อยากผึ่งพุง

มาดูภายในห้องกัน
ห้องใช้ได้อยู่แล้วล่ะ เชอราตัน
ประทับใจเตียงเชอราตันตั้งแต่เที่ยวที่ไป Montreal นู่น
นอนสบายที่ซู้ดดดดด

ภาพสุดท้ายสำหรับวันนี้
วิวนอกหน้าต่าง นั่นเอง

กว่าจะทำอะไรเสร็จก็ปาเข้าไปเที่ยงคืนกว่า ตาจะปิดมิปิดแหล่
นอนที่นี่คืนเดียว พรุ่งนี้ก็ออกเดินทางแล้ว
แบบว่า ไฮไลท์ทริปนี้ไม่ได้อยู่ที่ฮ่องกง
ฮ่องกงเป็นแค่ทางผ่าน ดอกไม้ริมทาง (กระซิก กระซิก)
พรุ่งนี้แหละ ถึงจะถึงไฮไลท์ของทริปจริงๆ

นอนดีกว่า
หัวถึงหมอนปั๊บ หลับปุ๊บ