Hong Kong – Macao

ไปเที่ยวทีไร ก็คงไม่ต้องบอกกันแล้วนะ
ว่ารูปมันเยอะะะะะะะะ

อยากนอนเต็มอิ่มกว่านี้
ที่นอนก็สบ๊ายสบาย
แต่ต้องตื่น(สายกว่าที่เขาปลุก)มาแพ็กกระเป๋า
เพราะเราต้องย้ายโรงแรมแล้ว

ว้า………

ทำให้อยากกลับไปลองเชอราตันในเมืองไทยเลยนะ
ก็คงได้แต่อยากไปก่อน เพราะว่า มันแพงงงง

เช้ามา ท้องยังไม่ตื่น เลยลงไปนั่งดื่มชาร้อนเฉยๆ
แถมจิ๊กแอปเปิ้ลลูกนึงไว้เผื่อหิว

จานนี้ของน้อง

น่ารักดี มีบัวปลอมลอยๆอยู่
เก๊ๆนิดๆแต่ก็ให้บรรยากาศโอเคลา

แล้วก็ออกเดินทางไปที่ท่าเรือ

พี่มาลี ไกด์ท้องถิ่นของฮ่องกง
พูดเก่งและมีเรื่องมาเล่าเยอะมากกกก
ได้ใช้บริการแค่วันเดียวเอง เสียดายนะนี่

ระหว่างรอลงเรือ

ต้องผ่าน immigration ตามปรกติ แล้วก็ค่อยลงเรือได้

ตึกเนี้ย ติดอยู่ในความทรงจำตั้งแต่เด็กๆเลยล่ะ
จำสีของมันได้

อะ ลงเรือลำเดียวกันทั้งหมดเลย
มีคนจีนแผ่นดินใหญ่มาลงเรือเที่ยวนี้เยอะมาก
รู้สึกแปลกๆ เพราะไม่ทันได้เตรียมใจ
เตรียมใจมาแค่เจอจีน Urban
เจอจีนภูธรเข้าไปแล้ว เอ๊อะ
ก็เอ๊อะ เฉยๆแหละ ไม่ได้รังเกียจ แค่ไม่นึกว่าจะเจอแถวนี้

ถ่ายรูปก่อน แล้วหลับยาว 555
ที่ต้องหลับเพราะว่าจะได้ไม่เมาเรือ
ตอนเด็กๆไม่เมาเรือเลยนะ แต่พอยิ่งโต โงนเงนนิดนึงก็ปวดหัวแล้ว
ยิ่งตอนเรือจอดรอผู้โดยสารนะ โหย ชวนคลื่นไส้มาก
แล้วนั่งๆอยู่อย่าให้หันหลังนะ มองไปข้างหน้าได้อย่างเดียว ^^”

ถึงแย้ววว มาเก๊าๆๆๆ
สิ่งก่อสร้างนี่นี้ เป็นพยาน
แอบรู้มาว่า ที่คณะตอนอยู่บนเรือ แอบให้อาหารปลากันเป็นแถว
นึกขอบคุณตัวเองที่เมื่อเช้าไม่ทานอะไรมาอิ่มๆ
ไม่งั้นอาจจะได้ใจบุญอีกคนนึง

ผ่านด่านตรวจกะเหรี่ยงเข้าเมืองมา ก็เจอโถงอย่างนี้

แล้วก็เดินไปขึ้นรถบัส

ตามตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่า
ครั้งหนึ่งมีหญิงสาวชาวฟูเจี้ยนนามว่า หลิงม่า
ต้องการข้ามฝั่งมายังคาบสมุทรดอกลิลลี่ขาวหรือที่เรียกว่า เอ้าเหมิน
จึงขอโดยสารมากับเรือของชาวประมงชราคนหนึ่งซึ่งเป็นเรือลำเล็กๆ
ในระหว่างที่ล่องเรือกลางทะเล เกิดมีพายุขึ้นรุนแรง
ทำให้เรือหลายลำต้องอับปาง
แต่ด้วยคำสั่งฟ้าของหลิงม่า ทำให้เรือที่เธอโดยสารนั้น
เข้าถึงฝั่งได้อย่างปลอดภัย
และทันทีที่หลิงม่าก้าวเท้าขึ้นสู่ฝั่ง
เธอก็ลอยขึ้นไปบนฟ้าและหายลับไป
ชาวประมงทั้งหลายเชื่อกันว่าเธอคือ องค์เทพธิดาแห่งท้องทะเล
นับแต่นั้นก็เรียกดินแดนนี้ว่า อ่าวของอาม่า (ฟังดูแก่ๆ)
หรือ อา หม่า เกา ที่เพี้ยนมาเป็น มาเก๊า ในปัจจุบัน

มาเก๊าก็เคยมาแล้วตอนเด็กๆ
แล้วก็ลืมแล้วอีกแหละ
เราว่า อีกสิบปี เราก็คงจะลืม
ถ้าเราไม่ได้บันทึกไว้ หรือถ่ายรูปเอาไว้

แล้วก็ไปหม่ำที่โรงแรม Metro Park

ปลิงน้ำแดง กึ๋ยๆ
เมื่อก่อนก็ชอบอยู่เหมือนกัน
จนกระทั่งรู้ว่ามันเป็นปลิง เลยกินได้น้อยลง 555

หูฉลาม อาหาร Default

ล็อบสเตอร์อีกแล้วววว เย้

เนื้อหวานมาก ทานกับบะหมี่ที่มาด้วยกัน อร๊อย อร่อย

กุ้งกับปู ชุบขนมปังทอด
ทำมาน่ารักเชียว แต่รสชาติก็คงเบๆของทอดทั่วไป

แต่ผิดคาด กุ้งปูเด้งๆอัดเป็นก้อนๆ ทอดกรอบอย่างดี
ไม่ชืด ไม่หืน ไม่แน่นเกินไป ไม่ชุ่มน้ำมัน โอ้ยยยย จะเหลือเหรอ

ไก่หรือห่านหว่า หนังกรอบดี

หอยเชลล์อบวุ้นเส้น
ของโปรด ไม่ต้องบรรยาย

ปลานึ่งซีอิ๊ว ที่สด เนื้อหวาน เป็นก้อน
มีพนักงานบริการแยกก้างกับเนื้อให้ด้วย

ข้าวผัด ร่วนหอมอีกแล้ว เบื่อจัง อิ่มแล้วนะ ^^”

เกี๋ยวหมูเห็ดหอมในแกงยาจีน

กลมกล่อม ทานแล้วเหมือนทานยาบำรุง

พุดดิ้งนม หวานๆหอมๆ

ไข่หงส์ เกลี้ยงจาน
ยังไม่ได้ชิมเลย

อันนี้คงประมาณว่าขนมเปี๊ยะ
รสชาติดี ชิมไปได้นิดเดียว อิ่มตื้อสุดสุด

อันนี้ของหวานกึ่งของคาวหรือเปล่าไม่แน่ใจ
เป็นสาหร่ายจีน ในถั่วแดง
ชิมแล้ว Unidentified มากๆ บางคนก็ชอบมาก
แต่เราไม่เอาดีกว่า

ทานเสร็จก็กลิ้งออกมาผึ่งพุงกันข้างนอกสักหน่อย

ในเซเว่นมีอาหารอย่างนี้ขายด้วยล่ะ
(ถ่ายรูปเสร็จ พนักงานก็บอกว่า ห้ามถ่าย ง่ะ)

พี่แอปเปิ้ล ไกด์ท้องถิ่นมาเก๊า

เดินทางต่อ เพื่อไปเช็คอิน

อย่างที่รู้กันว่ามาเก๊าเป็นเมืองคาสิโน
อะไรๆที่เจริญรุ่งเรืองมาได้ สวัสดิการประชาชนฟรี แถมไม่ต้องเสียภาษี
ก็เพราะประโยชน์จากคาสิโนนี่แหละ
โดยที่มีคนๆนึง ที่มีความสำคัญกับมาเก๊ามากๆ
มีชื่อว่า Stanley Ho
เป็นเจ้าพ่อคาสิโนที่นี่ และรวยติดอันดับโลกด้วย
(อันดับที่ 84 ในปี 2006 และอันดับที่ 113 ในปี 2008)
ตอนนี้อายุ 90 กว่าๆแล้ว
พี่แอปเปิ้ลซึ่งเป็นคนที่นี่เล่าให้ฟังว่า
ภาษีจากคาสิโนในแต่ละปี มากกว่างบประมาณประเทศไทยทั้งประเทศเสียอีก
แต่ละปี เงินก็เหลือ ถึงได้สร้างนู่นนี่นั่นได้มากมาย
จนรัฐบาลเกรงใจ Stanley Ho เอาซะมากๆ
และ Stanley Ho นี่เอง ที่เรียกร้องให้รัฐบาลต้องทำนู่นทำนี่ให้กับประชาชน

ชีวประวัติของเขาได้ถูกนำไปสร้างเป็นหนังเมื่อสิบกว่าปีก่อนได้
โดยที่พี่หลิวแสดงเป็น Stanley Ho นี่แหละ
เขาเริ่มต้นจาก 0 แต่ด้วยความสามารถของตัวเขาเอง บวกกับเรื่องฮวงจุ้ย
จึงทำให้ในที่สุดเขาก็ได้เป็นอภิมหาเศรษฐีซะไม่มีของโลก

ถึงแล้วที่หมาย
The Venetian Macao Resort Hotel
เราจะพักกันที่นี่สองคืนแหละ
ไฮไลท์ทริปนี้คือโรงแรมนี้แหละ
เป็นเมื่อก่อนคงงงๆ อะไรหว่า โรงแรมก็เที่ยวได้แฮะ
แต่เดี๋ยวนี้ โรงแรมก็สร้างให้ยั่วยวนชวนคนไปเที่ยวอยู่แล้วนี่เนอะ

ล็อบบี้กว้างๆ แต่ไม่ได้รู้สึกว่ากว้างเป็นพิเศษอะไร
แต่นั่นแหละ คุณหลอกดาว
จริงๆแล้วที่นี่เดินไปไหนก็ไกล
เพราะว่ามันบะเร่อเฮ่อมสะมะเล่อบิ๊กบิ๊กจริงๆ

 

เช็คอินที่นี่นานหน่อยและจะเข้าห้องได้ก็หลังบ่ายสาม
และยิ่งการนำกระเป๋าขึ้นห้องให้ก็ยิ่งนาน
และเขาจะไม่เอากระเป๋าขึ้นไปให้ถ้าเจ้าของห้องไม่อยู่
ก็เลยกลิ้งๆเกลือกอยู่ประมาณชั่วโมงกว่า
แล้วกระเป๋าก็มา

ระหว่างรอ ก็เกลือกกลิ้งวิ่งถ่ายรูปไปเรื่อย
มาเริ่มที่ทางเข้ากันเลย

ด้านซ้ายเป็นห้องน้ำ
ที่เราสามารถทำโยคะได้ โดยไม่เตะโดนอะไรเลย

 

เดินผ่านห้องน้ำมาก็เป็นส่วนนอนแล้ว
เป็นเตียงควีนไซส์สองเตียง พร้อมหมอนอีกฮึ่มๆ
ถูกใจคนบ้าหมอนอย่างเรามาก

ฝั่งตรงข้ามเตียงเป็นทีวี และเซฟบ็อกซ์

แล้วก็เดินลงไปส่วนนั่งเล่น ซึ่งก็จะมีทีวีอีกเครื่องอยู่ในตู้เช่นกัน

วิวนอกหน้าต่าง

นู่นคือ City of Dream โรงแรมคาสิโนอีกแหล่งที่กำลังจะสร้างเสร็จ
พี่แอปเปิ้ลบอกว่า ที่นี่มีสามพันกว่าห้อง แต่ที่ City of Dream จะมีห้าพันห้อง
แถมที่นั่งเล่นคาสิโน จะทำเป็น Aquarium ด้วย
มีเงินก็เวอร์กันเข้าไป

พอกระเป๋ามา ก็ลงลิฟต์ไปล่องเรือกันดีกว่า

ปุ่มกดเป็นอย่างนี้
เราก็เบ๊อะ กดที่ตัวเลข ก็ว่าทำไมมันกดไม่ได้
ออกแบบไม่ดีนี่นาาาา

แล้วก็ขึ้นไปที่ส่วนไฮไลท์ของที่นี่

มองลงมาก็เห็นคนนั่งเล่นคาสิโนกันให้เพียบ

ถึงละ
ที่นี่เพดานจะเพนท์เป็นท้องฟ้าทั้งหมด
แล้วเปิดไฟให้ดูเหมือนเป็นช่วงเวลานั้นๆของวัน
จริงๆมันก็ดูหลอกๆอยู่บ้างอะนะ แต่รวมๆทำออกมา บรรยากาศดี๊ดี

เข้าแถวรอลงเรือกอนโดลา

พนักงานพายเรือมีหลายเชื้อชาติเลยนะ
และเราว่าเขาจบมาจากการแสดงกัน
เพราะระหว่างล่องเรือ เขาก็จะร้องเพลงไปด้วย แล้วเสียงดี๊ดี
ถามพี่ชายว่า เวนิซตอนนี้สกปรกแล้วใช่ไหม
พี่ชายก็บอกว่าใช่ ค่าล่องเรือแพงอีกต่างหาก
ก็เลยว่า เริ่มต้นล่องเรือที่นี่ก็ดีนะ ไม่เหม็น อิอิ ถึงจะไม่ค่อยมี originality ก็เถอะ
ก็ดูตั้งใจทำนะ บรรยากาศดี ใช้ได้เลยล่ะ

มิมิ(คนพายเรือ) ถามพี่ชายเราว่า คุณแต่งงานกับคนไหน
จริงๆก็ชินนะ ที่มีคนทักอย่างนี้
คือบ้านเราพี่น้องหน้าไม่เหมือนกันเลยไง บุคลิกก็ไปคนละทิศคนละทางเลย
แม่เราเก่งอะ 555

ล่องเรือเสร็จก็เดินๆรอเวลาหม่ำๆ
เจอต้นคริสต์มาสที่ฮอลล์กลาง

เวอร์ได้อีก

 

แล้วก็ไปเสริมพลังก่อนดีกว่า
เริ่มมื้อด้วยผัก เพื่อสวัสดิภาพหลังอาหาร 555

มีปูที่ไหน น้องเราก็แกะให้ตามเคย
คุณสมบัติของผู้ชายที่จะมาเป็นแฟนเราข้อนึงก็คือ ต้องแกะปูให้เราได้นี่แหละ แฮ่ม…

อิ่มแทบกลิ้ง กลิ้ง กลิ้ง

ไปเดินย่อยต่อดีกว่า
ตอนสองทุ่มมีแสดงร้องเพลง ชอบๆ
ก็คนเดียวๆกับที่เขาพายเรือให้แหละ
ทำหลายฟังก์ชั่นดีโนะ

การเอนเตอร์เทนคนนี่ ต้องมีใจรักจริงๆนะ
ไม่งั้นแป๊บเดียวก็เบื่อแล้ว
เป็นอาชีพที่เราทำไม่ได้เด็ดขาด
เอนเตอร์เทนใครเป็นซะที่ไหน

มาเที่ยวนี้ รูปตัวเองเยอะ
เพราะว่าเดี๋ยวพี่ชายก็ถ่ายให้ เดี๋ยวน้องก็ถ่ายให้
ทั้งสองคนโดนเราเผยแพร่ลัทธิบ้าถ่ายรูปเรียบร้อยแล้ว

 

แล้วก็ซานตาคลอสตัวโต๊โต

แล้วก็จบวันด้วยการจมอยู่ในกองหมอนอย่างมีความสุข