Macao มาเก๊าของเรา

วันสุดท้าย ทริปคือการไปจุด must see ในเมืองมาเก๊า

Cafe Deco ที่ที่เราบริโภคอาหารเช้าสองวัน
ใกล้กับล็อบบี้ลิฟต์มาก
และคนก็มากตาม
แถมรสชาติก็เบเบ

แต่ถ้วยสวย

จานก็มีดีไซน์
มีมุมพักช้อน ทำให้ช้อนส้อมไม่หล่นลงไปในจาน
เก๋ปะล่ะ?

แล้วก็ออกเดินทาง

มาเก๊าสะพานเยอะมาก
ก็รัฐบาลเขารวยจากรายได้คาสิโน จนไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไร
รวยๆก็เอาดินมาถมให้ดินแดนมันงอกขึ้นบ้าง สร้างสะพานบ้าง

Macao Tower ที่เราไปอยู่ข้างบนมาเมื่อคืน

อะ ถึงแล้ว
รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม
ที่โปรตุเกสสร้างเอาไว้ให้มาเก๊าในโอกาสคืนสู่แผ่นดินจีน
ตอนแรกเขาไม่รู้ว่าจะสร้างอะไรดีนะ ที่จะทำให้คนยังนึกถึง
ไม่เลือนหายไปตามกาลเวลา เลยไปหาซินแส
ซินแสให้สร้างสิ่งที่ทั้งชาวตะวันตกและตะวันออกเคารพ
จึงได้รูปปั้นลูกครึ่งเจ้าแม่กวนอิมและพระแม่มาเรียออกมา ดังนี้
และเป็นรูปปั้นเจ้าแม่องค์เดียวที่หันหลังให้ทะเล

เนื่องจากมาเก๊านี่ก็เป็นดินแดนแห่งศาสตร์ฮวงจุ้ย
และเลข 8 เป็นเลขมงคลที่นี่ (และเป็นหนึ่งใน 2 ตัวเลขโปรดของเราด้วย)
ทุกอย่างที่ทำที่นี่ จะลงท้ายด้วย 8 หมด ไม่ว่าความสูง น้ำหนัก ระยะต่างๆ

 

การมีสะพานยาวๆเยอะๆนี่ก็เป็นความโรแมนติกของมาเก๊าเหมือนกันนะนี่

ด้านหลังองค์กวนอิม
ที่นี่จะมีตัวเลข 8 ทั้งหมดสี่ตัว
ซึ่งเขาว่ากันว่า ถ้าใครหาเจอทั้งสี่ตัว ก็จะพบกับความร่ำรวย
(ปรากฏว่า ก็เจอกันทั้งทัวร์)

เข้ามาในอาคาร ลงไปดูชั้นใต้ดิน

มีรูปจำลองเจ้าแม่ให้ถ่ายชัดๆ
ไม่ย้อนแสงด้วย
จะเห็นได้ว่าใบหน้ามีรูปแบบไปทางฝรั่ง ตาโต จมูกโด่ง
แต่ยังคงความสวย สงบ เอาไว้ได้

 

ลงมาสุดบันไดจะเป็นที่ให้ตั้งจิตขอพรภาวนา
มาเที่ยวนี้ ไม่พลาดตั้งจิตขอพรสักที่ ^^
(ขอว่าอะไรไปอ่านวันแรกละกัน)
เราพบว่า มันมีกุศโลบายอยู่อย่างนะ เวลาตั้งจิตเนี่ย
ทำให้คนได้ทำสมาธิ และสิ่งที่เขามุ่งมั่นต้องการ
มันจะสัมฤทธิ์ผลได้มากขึ้น เมื่อเขามีจิตที่มั่นคงเข้มแข็งขึ้น
ซึ่งจริงๆแล้ว เมื่อคนเรามีจิตใจที่มั่นคงเข้มแข็งขึ้น
ก็จะหาความสุขในชีวิตได้ง่ายขึ้นตั้งแยะ

รู้สึกผิดไปแล้วแหละที่เคยปรามาสคนที่เขาไหว้พระไหว้เจ้าเยอะแยะเอาไว้
เรามันไม่รู้อะไรเอง ไม่มองมันในแง่ดี กลัวโง่ กลัวงมงาย
เมื่อก่อนก็แค่เป็นคนอยากฉลาด อัตตาสูง จองหองว่าไม่ต้องพึ่งอะไร
เป็นคนงมงายเหตุผล งมงายสิ่งที่จับต้องได้อย่างไม่มีเหตุผล 555

แต่เมื่อเป็นแบบนั้น เอาเข้าจริงๆแล้ว มันก็ไม่เห็นจะมีความสุขมากมายอะไรตรงไหน
แถมไม่เคยจะสังเกตด้วยว่า คนที่ไปคิดว่าเขางมงายน่ะ ดูเขามีความสุขกว่าเราอีก
ก็ยังทำเป็นหยิ่งอยู่นั่นแหละ โทษเอาแต่รอบข้างว่าไม่มีดีๆมาให้เราเสียที
ไอที่ดีๆก็คิดตู่เอาว่า นี่เป็นเพราะเราเป็นคนแบบนี้ถึงได้มีความสุขได้อย่างนี้
เอ้า ดู๊ดู -_-”

พอต่อมา ลดอัตตา(ที่ตอนหลังได้เห็นเต็มๆว่า ไร้ประโยชน์และสาระสิ้นดี) ลงได้บ้าง
ก็ได้พบว่า ความสุขมีอยู่หลังกำแพงอัตตา กำแพงโง่ อยู่เพียบเลย
ถึงยังทำลายมันไม่ได้ แต่ก็ค่อยๆกระเทาะให้ความสุขอีกฝั่งมันไหลๆล้นๆซึมๆเข้ามาได้
งั่งอยู่ตั้งนาน คิดว่าความสุขในถ้วยเล็กๆที่มี คือความสุขที่มากที่จะหาได้แล้ว

ก่อนจะอำลาจากเจ้าแม่ไป

ไป เดินทางต่อกัน

พี่ไกด์พาเราไป…ส้วม ก่อน
เดี๋ยวต้องเดินทางอีก
หนึ่งในกฏการเดินทางของเราคือ
มีส้วมที่ไหน ใช้ก่อน ก่อนที่จะไม่มีให้ใช้

มีคนเอาอัลเซเชี่ยนสองตัวมาฝึกด้วย
น่าร้ากกกกก (ไม่ได้ถ่ายรูปมา และตัวที่อยู่ในรูปก็ไม่ใช่อัลเซเชี่ยนนะ 555)

จากนั้นก็พากันไปช็อปปิ้งขนม และหมูแผ่นกันก่อน
รวมไปถึงปลาเค็มที่เป็นของขึ้นชื่อที่นี่ด้วย

ขนมสองอย่างนี้
ชื่อเก๋ แต่อร่อยสู้ขนมอย่างอื่นในร้านไม่ได้ซะงั้น

แล้วก็เดินทางกันต่อ

ถึงแล้ว วัดเจ้าแม่กวนอิม
สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 13
เป็นที่ประดิษฐานขององค์พระพุทธรูปปางนิพพานประทับอยู่ในดอกบัว

แน่นอนว่า การไปเที่ยวเมืองจีน
ก็หนีไม่พ้นการไปเคารพสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ปรกติเราก็ไม่ไหว้นะ อะไรที่ไม่ใช่พระพุทธรูป
แต่อย่างที่บอก ไม่ปรามาสคนที่เขาไหว้แล้ว
อะไรทำแล้วสบายใจ ไม่เดือดร้อนคนอื่น
ทำให้ตัวเองมีจิตใจที่ดีๆขึ้น ก็ทำเถอะ

การยอมรับทางเดินที่แตกต่าง
ก็เป็นการเปิดใจให้กว้างสบายอีกวิธีหนึ่ง

เมื่อไปเที่ยว อย่าเปิดแต่ตา อย่าเพียงเปิดกะลาหัว
อย่าลืมเปิดกะลาใจด้วย

หลังจากที่มาเก๊ากลับเข้าสู่อ้อมอกแผ่นเดินจีน
คนจีนก็ได้หลั่งไหลเข้ามาที่มาเก๊า
และคนจีนเหล่านี้ หลายๆคนก็เข้ามาเป็นมิจฉาชีพ ไม่ก็ขอทาน
จะเรียกว่า มาสร้างความสมดุลได้ไหมเนี่ย

มองในมุมเรา เราไม่ชอบขอทาน เราไม่อยากให้มี
แต่มองในมุมขอทาน ก็ต้องมาขอกับคนมีตังสิ
ให้ไปอยู่บ้านนอกเหมือนเดิม ขอกับใครได้ล่ะ ^^”
Demand วิ่งหา Supply เห็นๆ

ความมีศรัทธาจิต ไม่ได้อยู่ที่ธูปของใครใหญ่กว่ากัน

ใครใคร่ใหญ่ใหญ่ ใครใคร่เล็กเล็ก ใครใคร่ไม่จุดก็ไม่ต้องจุด
ไม่เห็นต้องเอามาเปรียบเทียบแล้วบอกว่าธูปใหญ่ศักดิ์สิทธิ์กว่า

มุมมองคือตัวตนหรือไม่
เราคงตอบว่า แล้วตัวตนคืออะไร มันเป็นของเราจริงเหรอ

อะไรคือความเป็นตัวเรา?
รูป ร่างหน้าตา? ฐานะพื้นฐาน? พ่อแม่ญาติพี่น้อง? สีที่เราใช้? ร้านที่เราชอบ? สิ่งที่เราคิด? หนังที่เราดู? นิสัยแย่ๆที่เรามี? นิสัยดีๆที่เราทำ?

บ่ายนิดๆ เริ่มออกเดินทางต่อ
เห็นนักเรียนเดินออกจากโรงเรียนเป็นแถวยาว
พี่เปิ้ลบอกว่า โรงเรียนที่นี่ไม่มีโรงอาหาร
พอกลางวันแล้ว เด็กก็จะออกมาข้างนอกทานอาหาร
มีใครไม่รู้ในรถพูดขึ้นมาว่า
เป็นเมืองไทย ปล่อยกลางวันอย่างนี้ สงสัยจะหนีหายหมด

Casino Lisboa
คาสิโนที่แรกๆของเฮีย Stanley Ho เขาล่ะ
ที่เป็นจุดเริ่มต้นให้เฮียเขารวยทะลักทะลายปานน้ำตกไนแองการ่าหน้าฝน
ตึกทำเป็นกรงนก เพื่อขังนักพนันเอาไว้
ข้างบนทำเป็นคล้ายๆมีดแทงๆอยู่รอบๆ
คอยทิ่มแทงกระเป๋าเงินและหัวใจของนักพนัน
ส่วนกลมๆมงกุฎข้างบนนี่ ทำไปทำไม ลืมไปแล้ว – -”
จะงมงาย หรือไร้สาระก็ตาม เฮียเขาก็รวยล้นฟ้าไปแล้วล่ะ

ส่วนตึกใหม่ Grand Lisboa ทำเป็นหางมังกร
นัยว่าก็เพื่ออำนาจล่ะนะ

รูปปั้นวีรบุรุษคนแรกของเก๊า เป็นชาวโปรตุเกส
(คนที่สองก็เฮียโฮ นี่แหละ)
ชื่อ Jorge Alvares เป็นนักเดินเรือที่ทำให้เมืองมาเก๊าเจริญขึ้นมาได้

ตรงส่วนที่เป็นใจกลางเมืองจริงๆ
เขาจะทำเป็นทางคนเดิน เพราะตามฮวงจุ้ยไม่ควรเอารถเข้าผ่าน
และตามทางเดินจะทำเป็นลวดลายคลื่นและสัตว์น้ำ
เพื่อเหตุผลทางฮวงจุ้ยอีกแหละ
ท่าทางมาเก๊าจะถูกกับน้ำมาก จึงได้สร้างอะไรเกี่ยวกันกับน้ำตลอด

ถึงแล้ว Senado Square เซนาโด้ สแควร์
เดี๋ยวเราจะทานกลางวันที่นี่ ชอปปิ้งที่นี่ และไปเดินไปดูโบสถ์เซนต์ปอลแถวนี้แหละ

น้ำหนักขึ้นเพราะทัวร์นี้นี่แหละ
จะไม่ทานก็เสียดาย เพราะมันอร๊อยอร่อย
จะทานก็ ขนาดชิมอย่างละหน่อย ยังจุดถึงคอหอยแทบทุกมื้อ
อย่างขนมปังหน้ากุ้งธรรมดาเนี่ย
ใช้กุ้งทั้งตัว มีกลิ่นน้ำมันงาหอมๆ ตัวกุ้งเด้งๆ ขนมปังกรอบไม่อมน้ำมัน
จะไม่ทานได้อย่างไร หือ

หมูสับปลาเค็ม โต๊ะเราเบิ้ลกันสองจาน
คลุกข้าวสวยร้อนๆหอมๆ เจริญอาหารดีนักแล

และอาหาร default

อิ่มแล้วเราก็กลิ้งออกมาจากร้าน รอเวลาไปโบสถ์ St.Paul

ว่างๆก็เป็นเรนเดียร์

ว่างๆก็เป็นสโนว์แมน – -”

เดินละๆ อยู่ตอนมืดๆคงเปิดไฟบรรยากาศดีนะ แถวนี้

มีทั้งของแบรนด์ และโอท็อป เรียงรายมากมาย
รวมไปถึงร้านข้าว ที่เราสั่งไม่เป็นด้วย เดี๋ยวได้เนื้อหมาล่ะยุ่งเลย 555

โบสถ์อะไรหว่า ลืม

ชอบอะ ไม่ค่อยเห็นใครใช้นะ แต่เราว่ามันเวิร์คแฮะ
ยิ่งเวิร์คสำหรับเด็กลิงด้วย

เดินเรื่อยๆลมเย็นๆพักเดียวก็ถึงแล้ว

อยากมี ซัมวันซัมวัน…

ท่านี้คิดมาแล้วนะว่าจะทำ
คิดมาตั้งแต่ก่อนออกเดินทางเลยอะ 55555

ยังซัมวันไม่เลิก คิดมานาน ขอใช้หลายครั้งหน่อย

เดินมาหลัง facade บ้าง
ทั้งโบสถ์ก็เหลือแค่นี้
อ้อ แล้วก็พื้นด้านหลัง facade ที่ยังเป็นของโบสถ์เก่าอยู่

มองลอดช่องหน้าต่างไป

ผู้คนมากมาย เวียนวน

 

ชื่นชมด้านหลังเสร็จก็กลับออกมาใหม่
พระอาทิตย์เริ่มคล้อยแล้ว

ไร้สาระกันเรียบร้อยแล้วก็เดินเอ้อระเหยช็อปปิ้ง

เจ๊ขายหมูแผ่น มีเยอะมากตามทางเดินจะไปเซนต์ปอล
เห็นหลายๆคนก็ซื้อนะ
แต่เราตามประสาคนขี้เกียจแบก ก็คิดซะว่า ของที่เมืองไทยก็อร่อยนะเออ

อยู่ฮ่องกงกับมาเก๊า ไม่เจอแมวสักตัว
เสียประวัติเลย ไม่มีรูปแมวฮ่องกงกับแมวมาเก๊า

แอบซน ถ้าหล่นแล้วคงจะบ้อท่าน่าดู ^^”

 

 

 

เล่นไปเล่นมาก็เย็นแล้ว
ถึงเวลาไปสนามบินสักที

พระอาทิตย์กำลังจะอำลาขอบฟ้า
คล้ายกับว่า อำลาเราจากมาเก๊า (แหวะ)

บ๊ายบายยย

จบทริปด้วยความสวยงาม และไขมัน
^___^
ได้กำลังใจกลับมาหอบใหญ่ๆ
^___^
แต่ละการเดินทาง คือการเรียนรู้ จริงๆนะ