เร็วๆนี้ เพิ่งเรียนรู้ด้วยประสบการณ์ตรงว่า
ทั้งชีวิตนี้ :

การที่จะทำอะไร โดยไม่มีคนไม่พอใจ
– มันยาก ด้วยความผิดพลาด และ mindset ที่แตกต่าง


การที่จะทำให้คนอื่นเข้าใจเจตนาของเรา
– มันยากกว่า ด้วยโอกาสที่มี และ mindset ที่แตกต่าง
ที่มีต่อ issue ที่เกิดขึ้น

การที่เราจะไปตามแก้ไขความเข้าใจที่คนอื่นมีต่อเรา
– มันยากขึ้นไปอีก เพราะไม่รู้ว่าความเข้าใจแบบนั้นมันไปถึงไหนแล้ว
และ mindset ที่แตกต่างของแต่ละคน ต่อ issue ที่เกิดขึ้น
รวมไปถึงโอกาสที่จะได้แก้ไข

การที่เราจะปล่อยวาง ไม่ดิ้นรน ไม่เลือกที่จะเชิดใส่ หรือโต้ตอบ หรือแก้ไข
ทั้งๆที่รู้อยู่เต็มอก เห็นอยู่เต็มๆตาว่า มีคนมองเราไม่ดี
– มันยากที่สุด เพราะคำว่า “เรา” คำเดียว

หลายๆเรื่องที่ผ่านมา เราตัดสินใจที่จะเลือกทางที่ยากที่สุด
ไม่ใช่เพราะว่าจะพยายามเข้มแข็ง แข็งกร้าว หรือไม่แคร์สื่อ
แต่เพราะว่า เราต้องการฝึกตัวเองให้เข้าใจความจริงระดับหัวใจ
ไม่ใช่เพียงระดับสมองที่ไปอ่านเรื่องโลกธรรมที่ไหนก็ได้
แต่พอเอาเข้าจริง ที่ว่ารู้แล้ว(เพราะอ่านแล้ว) ก็ตกม้าตาย

ทฤษฏี ความรู้ ในเรื่องราวต่างๆในโลกนี้ สามารถหาอ่าน หาฟัง ได้มากมาย
ใครๆก็พูดได้ว่าท่องบทสวดมนต์ได้ทุกบท อ่านไบเบิลได้จบเล่ม ไปเมกกะมาแล้ว
แต่ใครสักกี่คน ที่ใช้ชีวิต ตัดสินใจ ปฏิบัติตัวและใจ ไปตามนั้น
เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ขึ้น ไม่ว่าใครหรือเราจะเป็นต้นเหตุ
เราไม่อยากเป็นคนที่เอาคัมภีร์ ศาสนา เอาไว้อวดอ้างว่าเข้าถึงแล้ว บรรลุแล้ว
แต่นำมาขัดเกลาจิตใจ ในทุกๆเหตุการณ์ที่พอจะมีสติระลึกได้

อย่างไรก็ดี
เราก็มีโอกาสได้ทบทวนสิ่งต่างๆ
แล้วเราก็พบว่า ที่เราว่าเราโอเคแล้ว
แท้จริงแล้ว ถ้าลึกเข้าไปในรายละเอียด
มันก็ยังไม่โอเคอยู่อีกมาก
ก็ต้องขอบคุณเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมา
ถ้ามันไม่เกิดขึ้น เราก็คงไม่มีโอกาสมานั่งทบทวนตัวเองอย่างนี้

ก็ยังอีกไกล แต่ก็ค่อยๆไปอยู่