Usuzan Ropeway
北海道有珠山缆车

พอล้อหมุนออกจากโรงแรมแล้ว
เราก็มาแวะสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงก่อน
นั่นคือ ยอดเขา อุสึซัง ซึ่งเราจะได้ชมวิวของเขาโชวะ
และได้ไปดูหมีสีน้ำตาลกัน

เห็นยอดเขาโชวะอยู่ไม่ไกลแล้ว


เขาโชวะยังมีควันจากความร้อนใต้โลกพุ่งขึ้นมาตลอดเวลา

Usuzan เป็นภูเขาไฟที่ระเบิดสี่ครั้ง ในรอบ 100 ปีที่ผ่านมา
และครั้งที่ระเบิดล่าสุดก็คือปี 2000 นี้เอง
อยู่ด้านใต้ของทะเลสาบโทยะ
มีเคเบิ้ลคาร์ที่สามารถขึ้นไปด้านบน ดูวิวทะเลสาบโทยะ และเขาโชวะได้
และเดินไปที่บริเวณที่ยังมีควันกรุ่นลอยขึ้นมา ของเขาอุสึ ได้

อะ มาถึงแล้วก็ไปขึ้นเคเบิ้ลคาร์กัน

มาแย้วๆ

กระเช้าค่อยๆพาเราลอยขึ้นไป

พอถึงข้างบน ลูกเป็ดก็ได้เห็นวิวงามๆเช่นนี้

เมื่อกี๊ยังเงยหน้ามองเขาโชวะอยู่เลย ตอนนี้ก้มหน้ามองแล้ว

ถ่ายกับป้าย Usuzan Ropeway
ปีเฮเซที่ 21 (ก็คือปีนี้อะแหละ) เดือนเจ็ด วันที่เก้า
เหตุการณ์หลังจากภาพนี้คือ

พี่ชายเรายื่นน้องมิดหมีคืนให้ แต่ดันไปกระแทกกับมิดหมีตัวเก่าที่พี่สะพายอยู่
มิดหมีใหม่ของเราก็เลยหลุดมือ…ตกพื้น…โลกเงียบงันไปสามวิ T-T
(กลับมาต้องพาไปหาหมอเลย ตอนอยู่นู่นก็ถ่ายแบบด๋อยๆเท่าที่ทำได้ไปก่อน)

แล้วก็เดินขึ้นเขาเพื่อจะลงเขาไปดูตรงที่ยังกรุ่นๆอยู่ของอุสึซัง
เราชอบดอกไม้ริมทางเล็กๆน้อยๆอย่างนี้มากกว่าดอกไม้ดอกโตๆนะ
มันดูมีชีวิตชีวาดี ชอบๆ

เดินขึ้นแฮ่กๆกันเสร็จก็เดินลง ไกลๆนู้นนั่นแหละ สุดทาง
แต่เดินไปไกลมากไม่ได้ เดี๋ยวหัวหน้าเป็ดเรียกขึ้นรถแล้วขึ้นไม่ทัน
จะกลายเป็นลูกเป็ดหลงทาง

เดินไปได้พักนึง ลูกเป็ดอื่นๆแทบไม่มีใครลงไปเลย
ก็เลยเดินกลับขึ้นมา
อยู่เมืองนอกจะค่อนข้างท้าแดด อยู่เมืองไทยนี่กางร่มไปแล้ว

ก่อนลง หาน้ำดื่มหน่อยดีกว่า หิวน้ำจัง
เจอเมาท์เทนดิวในตู้ เย้ กดมาดื่มให้หายคิดถึงซะเลย

จบส่วนขึ้นเขา ไปดูหมีกันดีกว่า เย้ๆๆ

เขาจะมีแอปเปิ้ลกับคุกกี้ขาย สำหรับให้เราเอาไปเลี้ยงหมี
ก็ซื้อพอประมาณเสร็จ ก็เข้ามาดูหมีกัน
เริ่มจากบ่อหมีเด็กก่อน
ตอนแรกนอนกันเฉยๆ พอเริ่มโยนคุกกี้ให้ก็เริ่มทำงานกันหน่อย

แล้วก็เดินไปบ่อหมีโตบ่อที่หนึ่ง
ตอนเดินไปก็เห็นคนอื่นเขาหัวเราะๆกัน
พอเดินถึงบ่อแล้วมองลงไป…อืม…

เป็นบ่อหมีเก๋าอะ – -”
คือ มันทำตัวขี้เกียจสุดๆนะ แต่โยนอะไรลงไปให้ มันรับได้หมดทุกอย่าง เก๋ามากกกก
ที่เด็ดคือ โอเค มันขี้เกียจ แต่ว่าแต่ละตัวมันเรียกให้คนโยนของให้มันกินได้ด้วยแหละ
ด้วยการ

โบกมือหยอยๆ

แล้วก็ไหว้ปะลกๆ -_______________-”
จะขำไปไหน
ไหนหันหลังดิ๊ มีซิปป่าวเนี่ย

สรุปว่า ได้ใจมาก
ที่ซื้อมาหอบเบ้อเร่อ แทบหมดเกลี้ยง

เดินมาถึงบ่อสุดท้าย เป็นบ่อหมีฝึกหัด
บ่อนี้ หมีเยอะเชียว เป็นหมีละอ่อน
ซึ่งเริ่มไหว้กับโบกมือเป็นแล้ว
แต่ฝีมือรับแอปเปิ้ล ห่วยแตก +___+”
ต้องฝึกปรืออีกเยอะ กว่าจะได้เลื่อนขั้นไปอยู่บ่อหมีเก๋า

อีกข้างนึงก็มีกรงหมีอยู่สองสามตัว
ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเอาไว้ในกรงง่ะ
เพราะป้ายก็เขียนแค่ว่าเป็นหมีสีน้ำตาลฮอกไกโด Ezohiguma えぞひぐま เจ๋ยๆ

แต่ก็ให้แอปเปิ้ลได้เหมือนกันนะ
โดยโยนในลงรางด้านล่างนี่

บ่อสุดท้ายที่ดู คือบ่อแรกสุดที่เดินข้ามมาก่อน
เป็นแรคคูน Araiguma あらいぐま
ที่นอนก่ายกันน่าเอ็นดู
บ่อนี้ให้แอปเปิ้ลไม่ได้ เช่นเดียวกับบ่อหมีเด็ก

นอนก่ายตะกายฝา

ดูหมีเล่นตลกจนเป็นที่พอใจแล้ว
(และอาหารเลี้ยงหมีหมดมือแล้ว)
เราก็เตรียมเดินทางกันต่อ

วิวที่ฮอกไกโดนี่ ช่างเป็นธรรมชาติที่เรียบง่ายเอามากๆนะ
คือก็ไม่ถึงกับไม่มีอะไรเลย แต่ก็ไม่ได้อลังการอะไร
ดูเพลินๆไปได้ตลอดทาง ดูวิวแล้วดูเป็นพื้นที่ๆมีความสุขสมบูรณ์ อะไรอย่างนั้น

เห็นยักษ์นี่ ก็ใกล้ถึงแย้ว

ถึงที่กิน ^^”
อะ ไดนี้จะพาไปกิน นะ ไดหน้าจะพาไปเที่ยวต่อ

ผ่านแค่หน้าร้านก็เริ่มกระตุ้นน้ำลายแล้ว
ทั้งหอยปิ้ง หอยลวก ปลาหมึกย่าง หนวดปลาหมึก แง่มๆ
ว่าแต่ ทัวร์จัดอะไรให้เราหม่ำๆหว่า

เดินขึ้นมาชั้นสองปั๊บ
เห็นควันขโมงโฉงเฉงไปทั่วเลย
สาเหตุคือ….

แซลมอนทั้งตัว และพรรคพวก โปะด้วยเนยฮอกไกโด หอมโฮกๆ

โอบ้าจัง พนักงานคนหนึ่งในร้าน มาเปิดงานตัดริบบิ้นคลุกเนยให้ทั่วถึงไปทั้งกะทะ

ใส่กระดาษกันเปื้อนแย้ว เตรียมลุยๆ

จัดการหอยแมลงภู่ก่อนเลย ฮึ่มๆ อวบอัดดีนัก

จัดการหอยโฮตาเตะเป็นลำดับต่อไป

อร่อยมากจริงๆ แต่ทั้งกะทะมันเยอะมาก ไม่ไหว ~~~>__<~~~

อิ่มโฮกๆแล้ว
ก็ยังมีของแถมอีก
โอโทโระ ของแท้แน่นอน สดจากพุงปลามากุโระที่ตลาดชั้นล่าง

โอโทโระ เป็นส่วนที่ดีที่สุดและยอมรับกันว่าอร่อยที่สุด (และแพงงงงงที่สุด) ของปลามากุโระ
ประกอบไปด้วยไขมันอันอุดม เนื้อปลาและไขมันปลาอันอวบอิ่ม
คีบแล้วนำเข้าปาก อมไว้สักพัก ให้ไขมันละลายลงสู่ลิ้น
แล้วค่อยๆเคี้ยวเนื้อที่อ่อนนุ่มยวบยาบราวกับจะละลายได้ในปาก
ให้ความสดหวานของเนื้อปลาชุ่มฉ่ำตุ่มรับรสบนลิ้นทั่วถึงกัน
แล้วค่อยบรรจงกลืนอย่างอ้อยอิ่ง

อิ่มแทบกลิ้งลงบันไดมา…เฮ่อออ -_-”

อิ่มเสร็จ ลูกเป็ดก็พากันย่อยอาหาร ด้วยการชอปปิ้ง
เดินดูของสด ของแห้งและของเป็น กันสนุกสนาน

มาอยู่นี่ ก็ยังเจอพี่แบ ว้า…ฮ่าๆๆ

อิ่มหนำและชอปปิ้งกันสาแก่ใจดังนี้แล้ว
เราก็ตีรถยาวไปกันต่อเลย

กว่าจะถึงโรงแรมก็มืดค่ำ
คืนนี้เราพักที่สกีรีสอร์ทแห่งหนึ่งในบริเวณ Tomamu
เป็นตึกสูงทะลึ่งพรวดขึ้นมากลางป่าเขาลำเนาไพร

ห้องเล็ก ไม่หรูหรา แต่ก็พอไหว
ชอบตรงที่มียูกาตะใส่ทุกที่เลย
เลยได้ใส่ทุกคืน (จริงๆลืมเอาชุดนอนไป)

ถึงโรงแรมเสร็จ ก็ต้องนั่งชัทเทิลบัสไปที่ส่วนโรงอาหาร
ที่ถ้าไม่นั่งรถมาก็คงหลงป่าไปแล้ว
(ป่าจริงๆนะเออ)

มาถึงแล้วก็เจอนี่อยู่บนโต๊ะ
มีอุปกรณ์ให้แค่นี้ เราเลยหมดปัญญาแกะ ปล่อยให้คุณนายผู้โปรทางด้านแกะปู อิ่มหนำไป

ส่วนเรา ไปทานที่ชอบๆอย่างอื่นดีกว่า
ข้าวหน้าปลาดิบในฝัน มีความสุขที่ซู้ดดด

ราเม็งที่ดูแสนจะเรียบง่าย
แต่ทานเข้าไปแล้วรสชาติในปากมันอลังการงานสร้างกว่าที่คิดจมเลย

ตื่นมา ค่อยเห็นอะไรๆจากหน้าต่างห้องพักหน่อย
เป็นพื้นที่ที่สวยดีจังเลย

แต่ที่ไม่ค่อยสวยคือ วันนี้ดันเป็นวันที่ฝนตกมากที่สุดในทริป
และเป็นวันที่มีไฮไลท์หลักของทริปอะสิ แง้ๆๆ
เอาฟะ ยังไงก็จะถ่ายรูปมาให้ได้ ฮึ่มๆ