ทริปอาบเหงื่อต่างน้ำ
ฤกษ์ดี แดดจ้า ฟ้าจัด ฝนไม่ตก

มาเริ่มกันที่ เล่งเน่ยยี่2 กันดีกว่า
มาเป็นครั้งที่สองแล้ว พาหมีมาล้างซวย 555
เหมือนเช้าๆเครื่องยังไม่ค่อยติด ถ่ายรูปมาน้อย คิดมุมไม่ค่อยได้

ฟ้าสวยตั้งแต่เช้าเลย
แต่เพราะอากาศอย่างนี้แหละ
เราลงรถปุ๊บ เหงื่อก็ซึมปั๊บ สักพักก็ทะลักเป็นเขื่อนทะลาย
ทริปนี้เสียเหงื่อไปหลายปี๊บ


หลังๆนี่ ตั้งแต่ซื้อน้องมะเมื่อมมา แล้วก็ซื้อน้องมิดหมีใหม่พร้อมเลนใหม่มา
ถ่ายรูปแล้วเกือบไม่ได้ปรับอะไรเลยนอกจากขนาดรูปกับ sharpen เล็กน้อย
กล้องดีนี่ มันแทบไม่เสียเวลารีทัชให้เมื่อยเลย
แต่ก็ยังติดนิสัยชื่นชมค่อยๆย่อทีละรูปอยู่ ไม่ยอม automate ให้เสียอาร์ต

แล้วก็บึ่งขึ้นเหนือ ไปทานร้านเดิม แม่บ๊วยโภชนา บางปลาม้า
ไปตอน 11 โมงครึ่ง พนักงานกำลังจัดเตรียมอุปกรณ์ตามโต๊ะที่ทัวร์จะมาลง
แล้วก็บอกเราว่าโต๊ะเต็มแล้ว ไม่มีที่นั่งแล้ว
จนต้องขอกับคนที่ดูมีอำนาจตัดสินใจอีกคน เลยได้โต๊ะมา

ปลาคังลวก หย่อย

เขี่ยกระเทียมทอดออกไปให้หมด แล้วหม่ำ ฮ่าๆๆ

ปลาม้านึ่งมะนาว งั่มๆ งวดนี้ออกหวาน

กุ้งทอดเกลือ ไม่สั่งแล้วเหมือนขาดอะไรไป

เทียบสเกล

เนื้อตรงขาก็แกะมาให้ด้วย งิงๆๆ

อิ่มหนำพอดีๆ แล้วก็ไปต่อกัน
จุดหมายต่อไปคือ วัดป่าเลไลย์
แอบนอยเล็กน้อยที่แต่ละที่มีแต่ที่จอดรถตากแดด
ไปเที่ยวทีไร ช่วงนอยที่สุดของเราคือ
การที่ต้องกลับมานั่งรถที่ตากแดดเปรี้ยงๆเอาไว้
มันร้อน อึดอัด เหงื่อแตก ไม่ชอบเลย

เราว่าเราเป็นเด็กหน้าหนาวจริงๆ
เกิดหน้าหนาว ขี้ร้อนสุดๆ โตมากับที่ร่มและห้องแอร์ เซ้นซิทีฟกับแดด
ถ้าปิดแอร์ สักพักเดียวตัวจะเริ่มเหนียว
ถ้าอยู่นอกบ้าน ไม่ถึงนาทีเหงื่อก็จะซึมแล้ว
ถ้าไปเที่ยวนี่ เหงื่อแตกพลั่กๆเป็นเรื่องปรกติเลย

ในที่สุดก็ได้มาที่วัดนี้ มากราบพระประธานองค์ที่เคยได้เห็นแต่ในรูป
ซาบซึ้ง งิงๆ
แต่เสียดายตรงที่การบูรณะหรือทำให้ภายในโบสถ์ดูดีนั้น
ส่วนข้างๆเขาไม่ได้ทำ กลับวางของระเกะระกะ สกปรก
เสียดาย เสียดาย เสียดาย

เซียมซี มีทั้งแบบแมนนวล(เขย่าเอง) และออโต้(หยอดเหรียญเอา)
ใครเริ่มคิดก็ไม่รู้นะ เซียมซีเนี่ย
แล้วมันก็แพร่ระบาดไปแทบทุกวัด ตลกดี
คราวนี้ชวนพี่หมีเสี่ยงเซียมซี
พี่หมีบอกว่า ไม่เอา เดี๋ยวได้ใบซวยกลับบ้านอีก 555

ตอนถ่ายรูปนี้ก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าสวยดี
อืม…พระราหู ที่คุ้นเคยดีกับชีวิตเรานี่เอง ^^”

อะ ไปกันต่อ
จริงๆจุดประสงค์หลักที่เรามาสุพรรณคราวนี้ก็คือที่นี่แหละ
พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร สนับสนุนการสร้างโดยทั่นหลงจู๊ บรรหาร นี่เอง

ของจริงใหญ่กว่าที่คิดไว้มาก
ทีแรกนึกว่าเป็นรูปปั้นอย่างเดียว แต่ปรากฏว่า เป็นอาคารพิพิธภัณฑ์ข้างใต้ด้วย

เนื่องจากว่า พิพิธภัณฑ์เปิดเป็นรอบๆ เปิดให้เข้าห่างกันรอบละ 20 นาที
ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 299 บาท เด็ก 199 บาท ถ่ายรูปได้ทุกซอกทุกมุม
ตอนเราไป รอบล่าสุดเต็มไปแล้ว ก็เลยต้องรอใหม่อีกสัก 20 นาที
ระหว่างรอก็ไปเดินเล่นที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน

อะถึงเวลาแล้ว ตามเข้ามากันเลย

ต้อนรับด้วยมัคคุเทศน์สาวที่จะนำพาเราไปชมเรื่องราวของทุกห้อง
เป็นไกด์อารมณ์ดี แล้วก็คล่อง ก็ทำให้ฟังๆอย่างเพลินๆตลอดหนึ่งชั่วโมงกว่า

พิพิธภัณฑ์ที่นี่จะไม่ใช่เป็นการเอาของมาตั้งๆแล้วก็ให้ดูๆ
แต่ว่า จะจัดเป็นโชว์ที่แตกต่างกันไปแต่ละห้อง มีแสงสีเสียงพอสมควร
ไม่ได้ถึงกับไฮเทคจัด กราฟฟิกไม่เป็นที่น่าพอใจ(สำหรับคนเรื่องมากอย่างเรา)
แต่ก็เป็นพัฒนาการที่ดีสำหรับวงการพิพิธภัณฑ์บ้านเรา
เทียบกับมิวเซียมสยาม มิวเซียมสยามมันอาร์ตไปหน่อย
บางทีก็ไม่รู้ว่ามันจะสื่ออะไรของมัน เดินออกมาก็ยังงงๆในบางประเด็น

จะสปอยล์มิวเซียมนี้ให้ดูพอเป็นพิธีนะ
ไม่อยากเผยหมด เดี๋ยวจะเสียอรรถรสไป

เริ่มต้นห้องแรกด้วยกราฟฟิกหลงจู๊กับอาหมวย ตลกดี
และดีที่มีแค่ตอนเริ่มต้น

แล้วก็เริ่มเรื่องราวของประเทศจีนด้วยนิยายการสร้างโลก
ที่ไหนก็มีเนอะ นิยายแบบนี้

ต้นกำเนิดการเริ่มเป็นประเทศจีน และเครื่องดื่มประจำชาติ

ยุคต่างๆที่มีบุคคลสำคัญในประเทศจีนถือกำเนิดขึ้น
เช่น เล่าจื๊อ ขงจื๊อ ไซซี

ไอดอลอีกคนของเรา

ท่านเปาก็มา

ไชนีส โอเปร่า

จักรพรรดิที่โลกลืม ปูยี
หรืออาจจะเป็นบุญก็ได้ที่เป็นจักรพรรดิแค่สองสามปี

หุ่นที่แต่งตัวตามยุคสมัยหลังจากการไว้เปีย มัดเท้า
(เสื้อฟ้านะ ไม่ใช่เสื้อขาว)

ห้องสุดท้าย ป้ายแซ่ต่างๆ

มีมังกรให้ถ่ายรูปเล่นด้วยนะ

สิงโตก็มา

นี่ใครไม่รู้ แต่ดูใกล้ๆแล้วเหมือนคนใช้ได้เลย ฮี่

แล้วเราก็ปิดท้ายทริปด้วยตลาดเก้าห้อง ใกล้ๆบางปลาม้า
จริงๆจะแวะตั้งแต่ตอนที่ทานอาหารกลางวันเสร็จ
แต่ว่าเลย ก็เลยเลยตามเลย เวลาพอจะมีเหลือ ก็เลยได้แวะ

ตลาดเก้าห้องยังคงความคลาสสิคแบบตลาดเก่าไว้ได้อยู่มาก
ถึงบางห้องจะจัดฉากไว้ถ่ายรูป แต่ก็ยังพอให้อภัย
ส่วนที่ใหม่ก็เป็นลูกหลานของคนในท้องถิ่นนี่เอง
ยังไม่ได้เปิดแปรเปลี่ยนไปเหมือนอัมพวา
หรือบางที่ที่กำลังจะกลายเป็นของไม่แท้แต่ยังติ๊ต่างว่าแท้

รีบมาก่อนที่อีกหน่อยไม่รู้มันจะเปลี่ยนไปด้วยสปีดที่เท่าไหร่
ตลาดเปิดแค่เสาร์อาทิตย์เท่านั้นนะ

ของกิน ก็มีบ้าง

PR ผู้น่ารักประจำตลาด

บ้านแมวที่เขารับมาเลี้ยงมั่ง เอามาปล่อยมั่ง
สามารถช่วยซื้อเสื้อยืด หรือให้เงินช่วยค่าเลี้ยงแมวได้

ราดหน้าผัดซีอิ๊วเจ้จุก
ออกทีวีมาหลายช่องแล้ว

ดอกไม้ : -)

หอดูโจร สร้างไว้ดูโจร
ช่วงที่มีเสือใบ เสือนู่นเสือนี่

ทางขึ้นหอ

ปิดท้ายด้วยภาพชิงช้าน้อย
ที่เห็นแล้วนึกถึงเจ้าชิงช้าแบบนี้ที่บ้านตอนสมัยเด็กๆ : -)
ความทรงจำที่ไม่ว่าจะสร้างด้วยน้ำตาหรือเสียงหัวเราะ
ผ่านเวลาหมักบ่มไป ก็หอมหวานขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์เสมอ

จบทริปเช้าไปเย็นหลับ(คารถ) ไปอีกวันนึง

พิกัดวัดเล่งเน่ยยี่ 2
http://www.where.in.th/mari/1146

พิกัดร้านแม่บ๊วย บางปลาม้า สุพรรณบุรี
http://www.where.in.th/mari/815

พิกัดวัดป่าเลไลย์ สุพรรณบุรี
http://www.where.in.th/mari/805

พิกัดศาลเจ้าพ่อหลักเมือง
http://www.where.in.th/mari/728

พิกัดพิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร (อุทยานมังกรสวรรค์)
http://www.where.in.th/mari/1127

พิกัดตลาดเก้าห้อง
http://www.where.in.th/mari/1007