พักโลกไปพักใจ ผาซ่อนแก้ว (๔)

Self-retreat, in this case, has nothing to do with superstitious stuffs. It’s about observing ourselves and the ways to see ourselves more.

เช้านี้คุณหมอณัฏฐ์นำทำวัตรเช้า
เพราะว่าหลวงพ่อปารมีต้องไปขึ้นเครื่องหาหมอตั้งแต่ตีห้า
ดาวก็สุกสกาวอร่ามตาตอนตี ๕ เหมือนเมื่อวาน
ขนเครื่องนอนขึ้นเขาไปเก็บตั้งแต่ก่อนไปทำวัตรเช้า
เลยได้เหงื่อตั้งแต่เช้าเลย

ฟ้าเริ่มสาง ที่ศาลาพระหยกเขียว

ฟ้าค่อยๆสางเป็นเส้นๆ

มองไปไกลๆ แล้วใจสบายยังไงก็ไม่รู้

เฮ้อ สบายตา

แล้วก็เดินไปใส่บาตรแบบเชื่องช้า
กะว่าทันชัวร์ๆ
เดินผ่านหน้าพระสีวลีเหมือนเดิม

ปรากฏว่า วันนี้พระท่านเช้ากว่าเดิม ๑๕ นาที
อดใส่บาตร – -”
เลยเอาของที่เตรียมไว้ใส่บาตรวันนี้ให้แม่บ้านที่เข้ามาทำงานในผาซ่อนแก้วแทน

มีหมอกลงให้เห็นเล็กน้อย ก็ยังดี

มาเป็นเส้นๆอีกแล้ว

หมอกลงที่ยอดภูทับเบิกทุกวัน

รูปสุดท้ายก่อนไปทานอาหารเช้า

วันนี้มีหมูหยองซะด้วย

แล้วก็ทานแกล้มวิวเหมือนทุกๆวัน

ทานเสร็จ ก็เดินไปเรียน

ได้ไหว้พระหยกขาว เป็นครั้งเกือบสุดท้าย

อะ เข้าเรียนดีกว่า

จดตรงนี้บางประเด็นเหมือนเดิม

– ถ้าใครคิดว่าใครเป็น ก็หลงผิด
ฉันเป็นอย่างนั้น ฉันมีอย่างนี้

– ทำลายอกุศลเก่าโดยไม่ให้อาหารมัน
ทุกอย่างมีอาหารเป็นตัวหล่อเลี้ยงทั้งหมด

– เวลาอยู่ในสังคม คนในสังคมชอบสร้างเปลือกความเป็นนู่นนี่ แล้วเอามาฟาดฟันกัน
อาจจะเร้าให้เรา ซึ่งแม้ไม่อยากมีเปลือก ก็ต้องสมมติ มีเปลือกไปด้วย

– เราไม่ได้ปฏิบัติเพื่อเอาสงบ
แต่ปฏิบัติเพื่อให้เห็นให้ถูกว่าไม่มีใคร

– ไม่มองว่าใครได้ใครเสีย เป็นเพียงเหตุปัจจัย

– เรามักครวญครางกับสิ่งที่สูญเสียไป
โดยหารู้ไม่ว่า มันกลับคืนมาแล้ว
แต่ในรูปแบบอื่น ก็เท่านั้น
และอาจจะได้กลับคืนมากกว่าที่ให้ไปด้วย

– ตอนเด็กๆอยากเอานู่นเอานี่เข้าตัว หาทางเอาใส่ตัว
ตอนเป็นผู้ใหญ่แล้ว มักอยากเอาออกจากตัว หาทางเอาออก

มื้อสุดท้ายที่ผาซ่อนแก้ว

มาครั้งนี้ รู้สึกมีค่ามากๆ และคุ้มสุดๆที่ได้มา
อย่างน้อยก็ถือว่านับหนึ่งใหม่ได้อย่างมีพื้นฐานมากขึ้นอีกครั้ง