Viva en Espana (1)

Bangkok – Istanbul – Madrid

ว่าจะทำรูปให้เสร็จทั้งหมดทั้งปวงก่อน
แต่…แต่…โน้ตบุคเปิดไม่ขึ้น -“-
เลยต้องใช้เครื่องใหญ่ไปก่อน
โชคดีที่อัพโหลดรูปเอาไว้บ้างแล้ว
มาดูมาแลกัน

ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงอะไร
ไปก็ว่าไปนี่แหละ อิอิ

สามทุ่ม เราถึงสุวรรณภูมิ
ชาวมุสลิมบุกสนามบิน เยอะมากกกกกกกก
เจ้าหน้าที่ทัวร์บอกว่าช่วงนี้เป็นช่วงพิธีฮัจญ์ (Hac)
คนไปและคนมาส่ง จึงได้เต็มสนามบินอย่างนี้

มาถึงเจ้าหน้าที่ทัวร์ก็แจกตารางทัวร์แบบ Final เลย

กับหนึ่งในเจ้าของทัวร์ที่มาส่งที่สนามบิน
พี่ปั่นนั่นเอง จะกี่ปีกี่ชาติเราก็เรียกพี่ปั่น
ขนาดพี่ตูนบอดี้แสลม เรายังเรียกพี่ตูนเลย อิอิ
(เค้าไม่ได้บ้าดารานะ แต่ก็ไม่มีเหตุผลจะต้องไม่ถ่ายรูปกะเขาใช่มะ อิอิ)

เจอเจ้าหน้าที่ทักเป็นภาษาอังกฤษไม่ก็ญี่ปุ่นตลอดทาง
(ปรกติทีเดียวเชียว)
ช่วงที่เราไม่ชอบที่สุดคือช่วงรอขึ้นเครื่องนี่แหละ
เหมือนกับโลกหยุดหมุน และทริปไม่ได้เริ่มต้นขึ้นเสียที
มันเบื๊อเบื่อ

จะขึ้นเครื่องล่ะนะ

เขาแจกสิ่งนี้ที่หน้าเครื่อง
ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่
กินยาแก้เมาเครื่องบิน เสร็จก็อุดหู ปิดตา หลับยาวววววววว

อาหารว่าง ถั่ว hazelnut อร่อยดีอะ ให้เยอะด้วย

อาหารค่ำ…มั้ง
หม่ำๆก่อนที่จะหลับยาว

ณ สนามบิน อตาเติร์ก Ataturk ณ ตุรกี
รอ transit ไปที่ Madrid รอนานมาก 3 ชั่วโมง เบื่อ (อีกละ)

เที่ยวบินไป Madrid เป็นเครื่องเล็ก ที่นั่งข้างละ 3
มีหนุ่มใหญ่ชาวตุรกีมานั่งข้างๆ
ลำพังแค่ลำตัวเขาก็สอดลงที่นั่งก็เต็มที่แล้ว
จะให้เขาหดศอกกลับเข้าที่นั่งตัวเองก็คงยาก
ก็เลยได้แต่นั่งรำคาญ นั่งเห็นใจ สลับกันไป

อาหารเช้าบนเครื่องตอนตีห้าตามเวลาสเปน
ได้เป็นซีฟู้ดทุกมื้อเพราะทัวร์ส่งเอาไว้

เห็นมาดริดแล้ววว

อากาศกำลังดีที่เดียว
รสบัสเขียวได้ใจมากจนต้องถ่ายรูปมาให้กีบดู
คราวนี้นั่งสบายตลอดทริป เพราะว่าบัสใหญ่ตลอดทริป
แต่มีคนแค่ครึ่งเดียว
กระนั้นเลย ก็ดันทำท่าเมารถบัสตลอดทริป ฮ่วย

มาถึง Madrid แล้วจริงๆนะ
ท้องฟ้าที่สเปนก็แบบนี้แหละ
เป็นสิ่งที่เขาภูมิใจมาก
เพราะว่าประเทศอื่นๆในยุโรปมักจะครึ้มๆอึมๆเป็นส่วนใหญ่

มาถึงก็ไปที่นี่ก่อนเลย
Plaza de España สวนแห่งสเปน
แล้วไง…ก็มีรูปปั้นของเฮียดอน คิโฆเต้ Don Quixote
และนายซานโช่ พันซ่า Sancho Panza นี่แหละ
และมีรูปปั้นของ มิ+++เอล เดอ เซรวานเตส Miguel de Cervantes
ผู้ประพันธ์เรื่อง Don Quixote หรือชื่อเต็มของเรื่องคือ El ingenioso hidalgo Don Quijote de la Mancha นั่นเอง

ถ่ายรูปกับดอน คิโฆเต้

แล้วก็ได้มา Palacio Real
หรือแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า Royal Palace นั่นเอง
(ทำให้รู้ว่า Real Madrid แปลว่าอะไร)

ข้างในห้ามถ่ายรูป
ตกแต่งไว้อย่างเยอะ ตามแบบ Baroque ซะเป็นส่วนใหญ่
คือสไตล์เวอร์ๆ เยอะๆ ล้นๆ เลอะเทอะแบบงามๆ
เกลียดความโล่งว่างของกำแพงและเพดาน ใช้เส้นโค้ง ก้นหอย เป็นหลัก
แต่ไม่ต่างอะไรกับปราสาทอื่นๆ
คือ ดูแล้วจำไม่ได้ว่าที่ไหนเป็นที่ไหน -“-

แต่ก็สวยอะนะ

ฟ้าาาาา แบบไม่ต้องรีทัชปรับแสงใดๆ

ที่ลานหน้าวัง
มีระเบียงออกไปดูเมือง Madrid ทั้งเมืองด้วย

นกเต็มเลย

กว้างงง
แอบประทับใจกว่าในวัง แฮ่

แล้วเราก็มาร่าเริงกันดีกว่า

แล้วหน้าวังก็มีนักดนตรีแก้วน้ำ เล่นซะเพราะเชียว

จบวังก็ไปดูบ้านเมืองกันดีกว่า
ถ่ายนอกรถบ้าง ในรถบ้าง
ถ้าในรถ จะผ่านฟิล์มสีของรถไป สีรูปจะเพี้ยนนิดนึง

สเปนเคยปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช

ต่อมาก็กลายเป็นสาธารณรัฐโดยการนำของนายพลฟรังโก

แล้วก็กลับมาเป็นประชาธิปไตยโดยมีกษัตริย์เป็นประมุขอีก

นี่คือ Puerta de Sol หรือ ประตูพระอาทิตย์
คุณมะม่วง ไกด์ของเราบอกว่า เป็นแหล่งรวมโจร
จริงๆคือเมือง Madrid มีโจรเยอะมาก
และอัตราการว่างงานสูง
เวลาเดินเที่ยวเลยเดินกันไม่ค่อยสนุก และต้องพยายามเกาะกลุ่มกัน

ระหว่างที่สาวๆเขาไปชอปปิ้งซาร่า โลเว่ กุชชี่ หลุยส์กันกระจาย
เพราะที่นี่ได้ข่าวว่ามีแบรนด์เนมราคาถูกกว่าประเทศอื่น (จริงป่าวไม่รู้)
เราก็มาถ่ายรูปอนุสาวรีย์โคลัมบัส
ที่นี่เขาก็ยกย่องโคลัมบัสนะ
ก่อนโคลัมบัส คนแถวนั้นคิดว่า ถ้าแล่นเรือไปด้านขวาก็จะเจออินเดีย
แต่ถ้าแล่นเรือออกไปทางด้านซ้าย ก็จะตกทะเลหายไปเลย
ทีนี้โคลัมบัสเฮียไม่เชื่อ เลยจะพิสูจน์ว่าถ้าไปทางซ้ายเรื่อยๆก็จะไปเจออินเดียเอง
ก็ออกเดินทางโดยการสนับสนุนจากราชินี Queen Isabella
เสร็จแล้ว ก็ไปเจอแผ่นดินจริงๆด้วย
แต่เป็นทวีปอเมริกา ที่เฮียแกคิดว่าเป็นอินเดียนั่นแหละ
คนพื้นเมืองที่นั่นเลยได้ชื่อว่าเป็นอินเดียนแดง ด้วยประการฉะนี้

มื้อเย็นเป็นอาหารจีน
เนื่องจากย่อยง่ายกว่าอาหารฝรั่ง
เหมาะกับมื้อแรกหลังลงเครื่องมากกว่า (เขาว่างั้น ก็ว่าตามนั้น)
(แต่ทริปนี้ ขึ้นเครื่องเยอะ ท่าทางอาหารจีนจะเยอะ เอิ๊ก)
ทานที่นี่ แต่รูปละไว้ในฐานที่เข้าใจอาหารจีนละกันเนอะ

ตกดึกก็ไปเช็คอินกันที่นี่เลย
โรงแรม Westin Palace Hotel

ห้องนอนห้องน้ำกว้างขวาง

ห้องน้ำแยกส้วมกับ Bidet ไว้หลังประตูกระจกโน่น

เตียงนอนหมอนมุ้ง
นอนสบายมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ความสบายมากกกกกกกกก เทียบเท่ากับ Sheraton ที่ Montreal, Canada ที่เคยไปพักเลย
(ฟังดูไฮโซวน่าหมั่นไส้แมะ อิอิ)

จบวันแรก หรือเรียกได้ว่าวันที่สองตามตารางทัวร์
วันรุ่งขึ้น เราจะเดินทางข้ามเมืองกันอีกแล้วล่ะ