แอ่วเจียงใหม่ ภาคที่พัก
ไปเชียงใหม่สี่วันสามคืน เราตัดสินใจจะพักสามที่
เพราะตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกไม่ไปอันไหน (ทั้งกะปี)
สองคืนแรก เป็นที่ๆเราเลือก ส่วนคืนสุดท้าย เป็นที่ๆน้องเราเลือก


บอกรสนิยมเราก่อนว่า
เราเป็นคนชอบโรงแรมขนาดไม่ใหญ่ ไม่เป็นตึกสูงๆ
แล้วก็ไม่ชอบสไตล์ไทย แบบไม้สีมืดๆอะไรงี้
จะชอบโรงแรมที่สีค่อนไปทางสว่างๆ หรือไฟสว่างๆหน่อย
และชอบแบบที่อากาศถ่ายเทได้ดี โล่งโปร่ง
เพราะเป็นคนแพ้อากาศง่าย และไม่ชอบความอับชื้นอย่างแรง
และทั้งสามที่นี้ก็เป็นอย่างนี้ล่ะ
และทั้งสามที่เราได้ราคามาอยู่ในช่วง 2000 – 2500 บาท

ทั้งสามที่มีความน่าสนใจไปคนละแบบ
มีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป
เราจะเริ่มจากที่พักในคูเมืองก่อนก็แล้วกัน

***

คืนที่สอง
เราพักในคูเมือง เรียกว่าแทบจะตรงกลางของสี่เหลี่ยมเมืองเลยก็ได้
เป็นโรงแรมที่มีอาคารอนุรักษ์ดีเด่น
สไตล์หวาน คลาสสิค เรียบง่าย

วิลล่า ดวงจำปา
Villa Duang Champa

บนถนนราชดำเนิน เยื้องกับวัดพันเตา

คลิกดูพิกัดวิลล่าดวงจำปาที่นี่

กลางเมืองสุดสุด แต่ก็ไม่ยอมเดินไปไหน 555
วันนั้นไม่ได้มีถนนคนเดินแถวนี้ด้วย ก็เลยนั่งเล่นนอนเล่นเน็ทไปชิลๆ

โรงแรมนี้มีแค่สิบกว่าห้อง เป็นอาคารเก่านำมาปรับปรุงใหม่
มีเน็ทให้ใช้ฟรี (ขอรหัสผ่านที่เจ้าหน้าที่)
สะอาดสะอ้านได้มาตรฐานดี

ด้านหน้า

มีแค่นี้ สนามเล็กๆ กับส่วนทานอาหาร แล้วก็ลึกยาวเข้าไป

ส่วนหนึ่งของรีเซปชั่น จะมีโต๊ะให้นั่งรอ และคอมหนึ่งเครื่อง

ผ่านรีเซปชั่นเข้ามาก็จะยาวไปอย่างนี้เรื่อยๆ
ถ้าเดินไปเรื่อยๆด้านหลังจะเจอเรือนสปาและที่จอดรถ

เรือนสปาที่กลางคืนเรามาทรมานตัวเองด้วยการนวดหลังอยู่ที่นี่

มี element เล็กน้อยให้ดูน่าเอ็นดู

โคมไฟ คลาสสิคถูกระเบียบ

มองลงมาจากชั้นสอง

ขึ้นมาด้านบน จากบันได ก็เดินซ้ายขวาเป็น hallway อย่างนี้ทั้งสองด้าน
เราพักอยู่ห้องริมสุดนู่น

ถ้าเดินเข้าประตูมา ด้านขวาจะเป็นห้องน้ำและที่วางของวางกระเป๋า
อย่างที่เห็นในรูปแหละ ส่วนด้านซ้ายก็จะเป็นเตียงและทางออกระเบียง

เตียงใหญ่ดี ไม่นุ่มไม่แข็งและมีระเบียงเป็นของตัวเอง
(ห้องนี้น่าจะเป็นห้องใหญ่สุดของที่นี่มั้ง)

ห้องน้ำก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่คลาสสิกๆคงคอนเซปท์

นอกระเบียง ก็นั่งชมนกชมไม้อะไรไปได้
เฟอร์นิเจอร์โทรมเล็กน้อยตามสภาพที่มันอยู่ข้างนอก

ทีวีจอไม่แบน แต่เราว่ามันเข้ากับสถานที่ดีนะ

ไฟในห้องก็เข้าชุดกันดี

ส่วนอาหารที่นี่ ได้ชิมเพราะว่าน้องเห็นในรูปแล้วคิดว่าจะน่าอร่อย

บางอย่างโอเค อย่าสงสลัดผักหรือขนมปังกระเทียม
แต่อย่างสปาเก็ตตี้อะไรงี้ เฉยมากๆ ค่อนไปทางผิดหวัง
ที่งงๆก็คือ รีเซปชั่น ทำหน้าที่เช็คอิน เช็คเอาท์ แล้วยังเป็นพ่อครัวด้วยง่ะ O_o!
ตอนจะสั่งอาหาร ก็ไปถามเขาว่าสั่งกับใครที่ไหน
เขาก็บอก สั่งได้เลย พอสั่งเสร็จ เขาก็หายเข้าไปในห้องครัว แปลงร่างทันที

ชุด Breakfast ก็พร้อมดี

ใช้ขนมปังอย่างดี

อาหารเช้าเบสิค

สรุปความรู้สึกส่วนตัว
บริการ : ก็โอเคนะ ก็ตามมาตรฐาน
สถานที่ : น่ารักดี สะอาดสะอ้านมาก แต่ประตูหน้าต่างไม่กันเสียง ได้ยินเสียงข้างนอกมาก
อุปกรณ์ : ครบครัน ไดร์เป่าผมต้องไปขอที่รีเซปชั่น ไม่มีเตรียมไว้ในห้อง
facility : ไม่มีสระว่ายน้ำ ไม่มีฟิตเนส มีสปาเป็นเรื่องเป็นราวอยู่ด้านหลัง
ทำเล : เจ๋งเป้ง ใครไม่มีรถ แล้วอยากเดินเที่ยวในคูเมือง พักที่นี่ สะดวกที่สุดในสามโลก
ที่จอดรถ : จอดได้ด้านหลัง ตรงเรือนสปา ก็สะดวกสบายดี
อาหาร : งั้นๆ

***

คืนสุดท้าย
เราพักออกมาจากคูเมืองหน่อย
แต่ก็ยังเรียกว่าอยู่ในเมืองอยู่
เพราะเป็นบริเวณที่เรียกว่า ทองหล่อ ของเชียงใหม่ได้เลย
จะเป็นที่ไหนไปไม่ได้ นอกจาก ถ.นิมมานเหมินทร์ นั่นเอง

แอท นิมาน (แอท นิมมาน)
At Niman

ซอยนิมมานเหมินทร์ 9
อยู่ใกล้ทางถ.ศรีมังคลาจารย์มากกว่าทางด้านนิมมาน

คลิกดูพิกัดแอทนิมานที่นี่ 

ถึงแล้วๆ ด้านล่างเป็นผับนะ จะเช็คอินต้องเข้าไปข้างในแล้วขึ้นชั้นสอง

นี่ก็ซีนหนึ่งของด้านล่าง ตรงที่จอดรถ

ที่จอดรถมีน้อยมาก จอดได้ไม่เกินสามคัน
จริงๆเกินสามคันก็ต้องเริ่มเข็นกันแล้ว
ก็จอดรถเสร็จ ก็เดินเข้าไปด้านใน ขึ้นบันไดไปข้างบน

ขึ้นมาก็จะเจอส่วนที่พักแล้ว
ไม่มีอะไรลึกลับอีกต่อไป

มองกลับไปที่บันได

เดินขึ้นบันไดแล้วกลับตัวไปทางด้านซ้าย
ก็จะเจอที่เช็คอินเช็คเอาท์

มันคือห้องขุมทรัพย์หนังแผ่นนั่นเอง
ปรกติเราไปเที่ยวเราไม่ชอบดูหนังนะ
แต่บางคนก็ชอบไง ขลุกอยู่ในห้อง ดูได้ทั้งวี่ทั้งวัน ก็แล้วแต่

จะนอนจมกองหมอนดูที่นี่ก็ได้ หรือจะเอากลับห้องไปดูก็ได้

ลานชั้นสองอีกรูป

อะ พอเข้ามาในห้อง ก็จะเจอกับโต๊ะทำงานงี้

จากประตู ทางซ้ายจะเป็นทางออกไประเบียง

และทางขวาจะเป็นเตียงนอนอย่างนี้
นี่คือห้องชื่อกุมารี อยู่ติดหน้าถนนซอย9 เลย

หัวเตียงวางของได้พอประมาณ

ที่ระเบียงก็มีเก้าอี้ให้นั่งเล่นงุ้งงิ้ง และมีวิวสระว่ายน้ำและล็อบบี้ด้วย

ชอบมือจับอย่างนี้ล่ะ อยากหาซื้อเอาไปใช้ที่บ้านแล้ว

ห้องน้ำไม่กว้างขวางอะไร เข้าไปก็เจออ่างล้างหน้าเลย
ข้างซ้ายเป็นอ่างอาบน้ำ ข้างขวาเป็นฝักบัว

อาหารเช้ามีให้เลือกหลายอย่าง
แต่ที่นี่ไม่ได้ทำเอง เขาจะไปซื้อจากเจ้าอร่อยๆแถวนั้นมา เลยต้องแจ้งล่วงหน้าไว้ก่อน
ซึ่งก็ดีอะ เราเลือกน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ และข้าวเหนียวหมูปิ้งร้านคุณพ่อที่โด่งดัง

อันนี้ตอนกลางคืน ไปเด๊าะแด๊ะข้างนอกมา
แล้วก็กลับมาเจอเขาเปิดไฟอย่างนี้อยู่ชั้นล่าง

ชั้นบน

และในห้อง : -)

ผ้าลายน่ารัก

โจ๊กของคุณน้อง

ปาท่องโก๋ (อิ่วจาก้วย) และน้ำเต้าหู้ของคุณพี่

ข้าวเหนียวหมูปิ้งร้านคุณพ่อ
(กรี๊ดตรงข้าวเหนียวนี่แหละ เจอแต่ข้าวเหนียวขาว ไม่ค่อยเจอแบบนี้)

สรุปความรู้สึกส่วนตัว
บริการ : เจ้าหน้าที่น่ารัก แอคทีฟดี
สถานที่ : น่ารักดี สะอาดสะอ้าน สวยงาม แต่ไม่กันเสียง ได้ยินเสียงจากข้างนอก
อุปกรณ์ : ครบครัน เน็ทก็ฟรี เล่นในห้องได้ รหัสผ่านถามเจ้าหน้าที่เหมือนกัน
facility : สระว่ายน้ำก็น่ารักดี (หนาวมากกก) แต่ว่ายไม่ค่อยสะใจ
ข้อเสียร้ายแรงสำหรับเราก็คือ ห้องน้ำที่นี่ไม่มีสายชำระ! เข้าส้วมทีรู้สึกแห้งแล้งมาก
ทำเล : นับว่าดีนะ เดินเล่นๆแถวนิมมานได้ ก็ไม่เมื่อยอะไร เรียกรถสาธารณะง่าย
ที่จอดรถ : เป็นอะไรที่ขาดแคลนที่สุดแล้ว
อาหาร : ฉลาดที่ไม่ทำเอง ไปซื้อเจ้าอร่อยเขาเอา เก๋กว่าทำเองแล้วไม่อร่อย

***

ส่วนคืนแรก ไกลสุด
เราไปชิลกันถึงสันทราย
แต่จะว่าไกลมากไหม ก็แค่สิบกิโลจากตัวเมืองเชียงใหม่
แต่อย่างไรก็ไกลพอที่จะ hideaway ได้ระดับหนึ่งแล้ว

แอท วิลล่า สันทราย
At Villa Sansai

คลิกดูพิกัดแอทวิลล่าสันทรายที่นี่

เหตุผลที่เอาไว้ท้ายสุด นอกจากเรียงลำดับตามทำเลแล้ว
ก็ยังเรียงลำดับตามความชอบด้วย
ถึงที่นี่จะไกลสุด แต่เป็นที่ๆเราเข้าขั้นชอบมากกกกกกกก
ในขณะที่สองที่แรกก็โอเค ก็ดี แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอยากกลับไปอะไร
แต่ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับรสนิยม ความชอบส่วนตัวด้วยนะ
คงฟันธงให้ไม่ได้

ทางไปอาจจะดูงงๆกับคนที่ไม่เคยไปอยู่หน่อย
คือไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ไปทางที่จะไปวัดสันทรายหลวง
พอเจอวัดสันทรายหลวงแล้ว ข้ามสะพานเล็กๆไปสองหนอก
พอข้ามหนอกที่สองปั๊บ จะมีซอยให้เลี้ยวขวา
ชื่อซอยเทศบาล 32 อะไรสักอย่างที่ลงท้ายด้วย 2 นี่แหละ
ไปตามทางเรื่อยๆ เสร็จแล้วพอเจอทางแยกอีก
สังเกตทางแยกเล็กๆด้านขวา จะมีเขียนว่าซ.2 และป้ายโรงแรมที่ไม่ค่อยจะเด่นเท่าไหร่
ก็เลี้ยวขวาแล้วไปตามทางเลย
ถ้าเจอวิวทุ่งนากว้างไกลอย่างนี้ปั๊บ แปลว่า มาถูกทางแล้วเด้อ
คลิกที่พิกัดเพื่อดูตำแหน่งชัดขึ้นก็แล้วกันนะ

ป้ายเป็นแบบนี้นี่เอง

วันนั้นเราเป็นแขกห้องเดียวของโรงแรม
และทางโรงแรมก็จัดให้เราอยู่ห้องวิลล่า B แทนที่จะเป็นห้องบนตัวตึก
(ราคาเต็มรู้สึกจะสี่พันกว่า เราซื้อโปรมาได้คืนละสองพันถ้วน)
ก็โอเคนะ ใกล้ที่ทานข้าวดี (ไม่ใช่อะไรเลย) กว้างขวางดีด้วย

เข้ามาก็เจอเตียงสูงใหญ่เลย ห้องกว้างขวางเชียว

มีส่วนนั่งเล่นน่ารักๆด้วยงะ หมอนเยอะดี ชอบ แพ้หมอนอะ อิอิ

มีกล้วยให้ทานด้วย แต่อิ่มอะ อยู่นี่ไม่เคยจะหิวเลย

มีส่วนแต่งตัวกว้างขวาง วิดพื้นเล่นโยคะได้สบาย

มือจับอย่างนี้อีกแล้ว ชอบๆ แล้วเก๋อะ บานในกับบานนอก คนละสีกัน

ห้องน้ำแบ่งเป็นสี่โซนเรียงหน้ากระดานเลย
ตรงประตูเป็นอ่างล้างหน้า ขวาเป็นอ่างอาบน้ำ ซ้ายเป็นฝักบัว ซ้ายสุดเป็นส้วม

ออกมาข้างนอกมั่ง เจอกับบ้านเจ้าหน้าที่ ที่ยังคงคอนเซปท์เดียวกัน

ออกมาจากซอกนี้ล่ะ ซ้ายคือวิลล่าบี ขวาคือวิลล่าเอ
ถ้ามาครอบครัวใหญ่หน่อย จะเหมาทั้งวิลล่าก็เป็นส่วนตัวดีนะ
มีส่วนเตรียมอาหาร อ่างล้างจานให้ด้วย

นี่คือวิลล่าทั้งหลัง

เดินมาส่วนทานข้าว ก็เจอกับห้องครัวก่อน
โอ้ยยย…ห้องครัวในฝันชัดๆ !!!
พี่อ้อยอิ่งบอกว่า บางครั้งลูกค้าก็มาทำอาหารเองที่นี่
ไปหยิบของมาจากในตู้เย็นแล้วก็มาร่วมกันทำ
เพราะที่นี่เขาอยู่กันแบบบ้านๆ ชอบมีเซเลบแอบมาพักผ่อนหลบผู้คนอยู่บ่อยๆ

ส่วนทานข้าว ดูอบอุ่นมากๆ

มีมาม่าและชากาแฟไว้บริการยามที่หิวกระทันหัน

แต่ก็ยังไม่วาย มีสไตล์โมร็อกคันด้วย
วันไหนคนพักเต็มคงคึกคักน่าดู
สำหรับวันนี้ มีเราเท่านั้น ครอบครองทุกพื้นที่

ติดกันก็เป็นห้องอ่านหนังสืออย่างผู้ดีแปดสาแหรก

เดินทะลุออกมาที่ล็อบบี้แล้ววววว
ชอบมาก เป็นอะไรที่เริ่ด

หันกลับไปที่ส่วนทานข้าว
โอ้ว ดีไซน์ได้รายละเอียดจริงๆ

ล็อบบี้ที่ร้าก

มุมมหาชน ไม่ถ่ายเดี๋ยวจะโดนประนามหยามเหยียด
(แต่เราว่า มุมอื่นสวยกว่าอีก)

เดินเข้ามาในศาลาริมสระว่ายน้ำ
จะเห็นว่าข้างนอกนู้นก็ทุ่งนาล้วนๆ

มองกลับไป

สระว่ายน้ำและตึกที่พัก

มีหมากรุกขนาดใหญ่ให้เล่นด้วย

รายละเอียดเล็กๆน้อยๆ

ขึ้นไปข้างบนมั่ง

สระว่ายน้ำๆๆ ที่เย็นวันนั้นเราเล่นป๋อมแป๋มซะจนตัวเปื่อย

ส่วนนี่เป็น Honeymoon Villa
เป็น Hideaway ของ Hideaway อีกทีนึง

ตอนบ่ายพี่อ้อยอิ่งถามว่าจะทานอะไรตอนเย็น
เลือกได้ ไม่ว่าจะเป็นไทย ฝรั่ง อาหารเมือง ฟิวชั่น
เราก็สั่งๆตามแต่อยากจะทานไป บวกของที่เขาแนะนำด้วย
(แต่ทำไปทำมา มีแต่ของที่เขาแนะนำล้วนๆ เอิ๊ก)
ตกเย็นคุณเหวิน Artist และ Chef ประจำวิลล่าสันทราย ก็มาจัดโต๊ะให้

ผ้าปูโต๊ะน่ารักๆ โรยด้วยพริกสดและโรสแมรี่สดที่เด็ดมาจากที่ปลูกเอาไว้
แค่นี้ก็กิ๊บเก๋มากแล้ว

บรรยากาศดีไปอีกแบบนะตอนกลางคืน
ตอนไปไม่ค่อยมียุงแล้วแต่ก็ยังมีแมลงพอสมควร
ต้องฉีดสเปรย์กันยุง กันขาลายเอาไว้

จานแรกมาเป็นฟิวชั่น คุณเหวินภูมิใจนำเสนอ สลัดผักย่าง ซอสญี่ปุ่น
ผักหวานๆทั้งนั้น หมูย่างมาเกือบสุก นิ่มดีทีเดียว

ส่วนอันนี้ แกงฮังเลสูตรโบราณ
จะไม่คล้ายพะโล้เหมือนที่ทำๆกัน แต่ก็บอกรสชาติไม่ถูก
เอาเป็นว่า อร่อยทีเดียวเชียว

ผักหวานผัดน้ำมันหอย ผัดสด อร่อย ผัดได้พอดีๆ

น้ำพริกเห็ดหล่ม ทำให้เราเจริญไฟเบอร์จากผักเขียวได้ดีนักแล
(ส่วนแคปหมูอีกคนเหมาหมด)

ตบท้ายด้วยไอศกรีมโฮมเมดจากฝีมือคุณยายคำ
เป็นไอศกรีมผลไม้ที่มีเนื้อผลไม้เยอะมากก ทานเพลิ้นเพลิน

เช้ามา อยากตื่นสายเท่าไหร่ก็ได้ เขาไม่ว่า
อาหารเช้าก็สั่งเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวานแหละว่าจะทานอะไร

เราสั่งข้าวต้มหมูอย่างเดียว
เป็นข้าวต้มหมูที่รสชาติกลมกล่อมมาก ชอบอีกแล้ว
แต่ให้มาเยอะมากกกกกกกกกกก ต้องค่อยๆละเลียดกันไป สองพี่น้อง

ของแถมก็คือ ขนมปังปิ้ง ทากับแยมโฮมเมดฝีมือคุณยายคำ อีกแย้ว
เราก็โรคแพ้ของโฮมเมดสิ กินไปก็มีความสุข

ยังไม่พอ แถมขนมครกอีก
ไม่รู้ทำเองหรือเปล่าเพราะมันเป็นขนมครกที่ไม่หวาน แต่รู้ว่าวัตถุดิบดี

แล้วก็ขนมหวานอีก พุงแตกกันไปข้างนึงเลย

แล้วก็ได้นั่งใช้เน็ทไป ตากอากาศดีๆไปตรงนี้ จนแบตหมดเลยเชียว

แล้วก็เดินเก็บดอกไม้อีกสักพัก

แล้วก็เช็คเอาท์

สรุปความรู้สึกส่วนตัว
บริการ : ดีมากกกกกก ในสไตล์แบบครอบครัว คนกันเองนะ
แต่แบบว่า รู้กาละเทศะอะ
ในขณะที่เขาบริการเป็นกันเองเหมือนคนในบ้าน
ก็ยังให้ privacy เราอย่างเหมาะเจาะด้วย
สถานที่ : ชอบมากกกจ้ะ
อุปกรณ์ : ของในตู้เย็น มีไม่มาก ทานฟรีหมด อย่างอื่นก็ครบ ถ้าไม่ครบก็ขอเขา
facility : สระว่ายน้ำวิวทุ่งนากว้างไกล จะมีอะไรสุนทรีย์ไปกว่า
ทำเล : ลึกลับเล็กๆ ซึ่งก็ดีอะ ไม่โป๊งชึ่ง เหมาะกับการมาอยู่ชิลๆแบบเงียบๆผู้ดีๆ
ที่จอดรถ : จอดได้โลด
อาหาร : อร่อยแบบว่า ประทับใจ ในราคาที่ต่ำกว่าที่คิดไว้

***

อ่านจบแล้วเหนื่อยกันไหมเนี่ย
หวังว่าจะได้ไอเดียสำหรับคนที่คิดจะหาที่พักที่เชียงใหม่บ้างนะคะ ^_^