France in Fall – ภาคที่เที่ยว
หลังๆเรานั่งการบินไทยถี่ขึ้น
และก็พบว่า ประสบการณ์ในการบินก็ดีขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน
แอร์ที่บริการดี ก็บริการดีจริงๆเลยนะ
ที่ชอบอีกอย่างก็คือ ครัวซองขนมปังร้อนๆ นี่แหละ

นี่เป็นครั้งแรกที่เราไปฝรั่งเศส
เมื่อก่อนนู้นนน ไม่เคยมายุโรป
และก็ไม่คิดที่จะอยากไปเท่าไหร่
(นอกจากสเปนกับอิตาลี)
ก็เพราะว่า พูดภาษาเขาไม่เป็นเลย
แต่พอเริ่มมายุโรปเรื่อยๆ ก็พบว่า มันมีอะไรดีๆให้ดูเยอะเหลือเกิน
ไม่มาก็คงไม่รู้ แต่มาแล้วถ้าไม่ได้มาอีกนี่ก็เสียดายแย่เลย

หอไอเฟล Eiffel Tower
เป็นหนึ่งในไม่กี่อย่าง ที่เรารู้สึกว่า มันใหญ่กว่าที่จินตนาการเอาไว้
ปรกติจะเจอแต่อะไรที่เห็นในหนังสือแล้วพอมาเห็นจะเล็กๆ
แต่นี่ไม่ ใหญ่โต ชัดเจน เปลี่ยน

หอไอเฟลเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของเรื่องการรับรู้ที่เปลี่ยนแปลงได้ของคน
แรกเริ่มเดิมทีหอไอเฟล (ออกแบบโดยนาย Gustave Eiffel)
ได้ถูกประชาชนประนามหยามเหยียดว่าเป็นขยะ ทำให้เมืองน่าเกลียด
ไม่เข้ากับผังเมืองที่กำหนดไว้อย่างงดงาม
ถ้าเราเป็นนายกุสตาฟ เราก็คงปวดหัวใจที่ประชาชนทั้งเมืองรุมเกลียดงาน
ในที่สุดมันก็กลายเป็นสัญลักษณ์ที่ประชาชนเห็นว่ามันงดงามสุดสุด
ประจำกรุงปารีส จวบจนปัจจุบัน

เรื่องนี้มันสอนให้รู้ว่า
สิ่งที่เราว่าสวยงามน่ะ หลายๆครั้งมันเป็นแค่ความเคยชินเท่านั้น
คนเรายึดติดกับความเคยชินกันมากกว่าจะเห็นคุณค่าของสิ่งใหม่ๆได้
(และบางทีก็กลับกัน ยึดติดกับสิ่งใหม่ๆจนไม่เห็นคุณค่าของสิ่งเก่าๆ)
การให้คุณค่ามันก็ไม่ได้มีผิดถูกอะไร
คงต้องลองมามองตัวเองกันบ้างว่า
เราเคยทำให้ใครเดือดร้อน เพราะการที่เรายึดคุณค่าอะไรมากไปหรือเปล่า?

ไปถ่ายคู่กับหอไอเฟลสองรอบ
รอบแรกหมอกบัง รอบสอง ฉลุยโลด

นี่คือมุมครั้งแรกที่ได้เห็นหอไอเฟล
ลงเครื่องบินมาสดๆร้อนๆเลย
ไปถ่ายกันที่จตุรัส Trocadero

หมอกบังง่า

วันที่สอง ฟ้าเป็นใจ
มาอีกครั้ง แต่เปลี่ยนที่

ฉากบังคับ ให้บังเกิดความโรแมนติก

มีหอไอเฟล
ก็ต้องมีประตูชัย Arc de Triomphe
ซึ่งนโปเลียนให้สร้างไว้เพื่อกลับปารีสจะได้มาลอดประตูนี้
แต่นโปเลียนก็ไม่มีโอกาสจะมีชีวิตแม้แต่จะเห็นประตูนี้สร้างเสร็จ

นี่ก็ใหญ่กว่าที่คิดอีก
มองงี้เหมือนไม่เท่าไหร่
พอเข้าไปใกล้ๆ โห มโหระทึกไม่เบา

พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ Musee du Louvre
ยอมรับว่า The Davinci Code ทำให้ความอยากมาที่นี่พุ่งปรี๊ด
แต่กระนั้น มันก็ไม่ใช่เรื่องตามกระแส
เพราะในพิพิธภัณฑ์มหึมาแห่งนี้
เต็มไปด้วยขุมทรัพย์ทางศิลปะอย่างประเมินค่ามิได้
จนต้องตั้งปฏิธานว่าจะมาเยือนอีกและจะเก็บรายละเอียดให้ได้มากๆ ในอนาคต

ถ่ายรูปได้ แต่ห้ามใช้แฟลช

วีนัส เด มิโล
ถึงจะไร้แขนก็ยังไร้ที่ติ

โมนาลิซ่า เธอคือต้นเหตุ

Nike เทพเจ้าแห่งชัยชนะ ก็มี

ถ้า Nike เป็นแบรนด์ไทย
คงได้เห็นการถวายไข่ต้มที่รูปปั้นนี้กันบ้าง

Dying Slave ทั้งสอง

เนียนกลมกลึงราวกับไม่ใช่หิน

ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ the holy grail

การมาเจอ Cathédrale Notre Dame
เปรียบเสมือนการมาพบดาราที่ชื่นชอบมานาน
เมื่อเราเจอหน้าดาราคนโปรด
เราจะได้ยินเสียงหัวใจของเรา
และเราจะพยายามเก็บทุกวินาทีไว้ในความทรงจำ

ในขณะที่ Château de Versailles สำหรับเราแล้ว
เปรียบเสมือนดาราที่คนอื่นชื่นชอบ
เป็นดาราที่ดังมากเหลือเกิน ใครๆก็ต้องไปพบ
เราก็ไปพบบ้าง สนุกๆ ถือว่า Been there, Done that อีกหนึ่งอย่าง
แต่บังเอิญใส่เสื้อสีตรงกับ exhibition พอดี
ก็เลยคิดว่าการมาแวร์ซายมันรื่นรมย์ขึ้นไปอีกสเต็ปนึง

สิ่งที่น่าสนใจในประวัติของแวร์ซายก็คือ
ของในพระราชวังนี้เคยโดนขโมยเอาไปหมด
ไม่ว่าจะด้วยความโกรธแค้นที่สั่งสมมานานของประชาชน
หรือประชาชนที่ฉวยโอกาส
เมื่อจะเปลี่ยนวังนี้เป็นพิพิธภัณฑ์
ก็ได้ออกวาระแห่งชาติให้ช่วยกันเอากลับมาคืน
ผลปรากฏว่าก็ได้กลับคืนมาเยอะแยะตาแป๊ะไก่มากมาย
ซึ่งเราไม่แน่ใจว่า ถ้าเกิดขึ้นในประเทศสารขัณฑ์ จะได้ผลลัพธ์เดียวกันหรือไม่

One Response to “France in 2009 (1) ภาคที่เที่ยว”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Basic HTML is allowed. Your email address will not be published.

Subscribe to this comment feed via RSS

%d bloggers like this: