France in Fall – ภาคสัพเพเหระ

ถึงฝรั่งเศสตั้งแต่เช้าตรู่
ตามลักษณะทัวร์ก็คือ ไม่ให้เวลาเสียเปล่า
เที่ยวกันตั้งแต่ลงเครื่องมาหน้าอืดๆกันเลย

เรื่องแรก หลังจากที่ไกด์อธิบายว่า
ฝรั่งเศสหรือไทย ประเทศไหนใหญ่กว่ากัน
(คำตอบคือพอๆกันนะ)
ก็คือ เรื่องโจรกรรม
และก็เตือนซ้ำๆเป็นระยะ
ทำเอาต้องเที่ยวไประแวดระวังไปเหมือนกัน
แต่เอาเข้าจริงแล้ว
มันก็ไม่ได้อันตรายไปกว่ากรุงเทพหรอกนะ
ทุกวันนี้เดินถนนกรุงเทพก็ไม่ค่อยเป็นสุขเหมือนกัน
ประสบการณ์นี่เป็นสิ่งสำคัญนะ
ถ้าเราไม่เจอบางอย่าง เราก็ยังไม่เห็นอยู่นั่นแหละ

ฝรั่งเศสต่างกับเมืองอย่างเยอรมัน ปราก ออสเตรีย
เห็นได้ชัดทางกายภาพก็คือด้านความสะอาด เป็นระเบียบ
ถ้าเทียบเป็นผู้หญิง เยอรมันเป็นผู้หญิงสวยเนี้ยบ ตามระเบียบเป๊ะ
ส่วนฝรั่งเศสก็จะเป็นผู้หญิงสวยจัดแบบสีสันจัดจ้าน แอบซกมกนิดๆ

ปารีสนี่ดีอยู่อย่าง
คือมันสวย ซ้วย สวย
ซึ่งเป็นเพราะว่าวางแผนผังเมืองดีตั้งแต่ต้น
(เชื่อไหมว่า สมัยก่อนปารีสเป็นเมืองของคนจน ไม่มีจะกิน)

เมืองปารีสถูกวางผังเมืองไว้ให้ตึกรามบ้านช่องมีลักษณะเหมือนๆกัน มีช่องเท่ากัน
ชั้นล่างทำธุรกิจ ชั้นสองทำงาน ชั้นสามอยู่ (ระเบียงกว้าง) ชั้นสี่ให้จับกังอยู่ (ห้องเล็ก เดินขึ้นสูง)
เดี๋ยวนี้การใช้สอยอาคารเปลี่ยนไปแล้ว
ตอนนี้เรามีลิฟต์ และเรามีจับกังกันไม่มาก
แต่ชั้นหนึ่งและชั้นสองก็ยังใช้งานคล้ายๆเดิมกันอยู่ดี

ปารีสนี่มีชื่อเสียงอีกอย่างก็คือเรื่องเหล็กดัด
เป็นเหล็กดัดที่สวยงามมาก ดูแล้วเจริญหูเจริญตา
ไม่เหมือนเหล็กดัดในประเทศสารขัณฑ์เอาซะเลย
ทำให้รักเหล็กดัดขึ้นมาหน่อยแล้ว

มาฝรั่งเศสคราวนี้
ไม่มีอะไรประทับใจกับชาวฝรั่งเศส และพฤติกรรมชาวฝรั่งเศส
แต่ก็รู้สึกได้ว่า ฝรั่งเศสมันมีเสน่ห์ที่ชวนกลับมา
เหมือนแมวนะ มันสวย แต่หยิ่งอะ
เวลาเราจะกอดมัน มันจะเอาขาดันตัวเราออก พร้อมกับทำหน้าตาเชิญชวน
มันเป็นเมืองที่อยากให้คนสนใจแหละ ไม่มีใครสนใจก็นอย
แต่ในขณะเดียวกันต้องรักษา dignity ของตัวเองไว้ด้วย อะไรอย่างนี้

บางทีความไม่มีแบบแผนนัก ของชาวฝรั่งเศส
ก็ทำให้นึกถึงว่ามันก็คล้ายคนไทยเหมือนกัน
เราเคยคิดว่า ลอนดอนเหมือนกรุงเทพ
อังกฤษเหมือนประเทศไทย (ต่างตรงว่าเขาเม้าราชวงศ์ผ่านสื่อได้)
ฝรั่งเศสที่นอยๆกับอังกฤษนี่ ก็มีนิสัยบางอย่างคล้ายคลึงกับชาวไทยเช่นกัน

ปัญหาด้านประชากรของฝรั่งเศสตอนนี้คือ
ชาวฝรั่งเศสแท้ๆ มีลูกกันน้อย ประชากรก็เลยลดลง
รัฐบาลจึงต้องเปิดโอกาสให้ประเทศในอาณานิคมเข้ามาเป็นประชากร
จึงไม่ต้องแปลกใจถ้าเราจะเห็นคนดำเยอะแยะเลยในฝรั่งเศส
และไม่ต้องแปลกใจด้วยถ้าไปไหนก็เห็นคนจีนเยอะแยะเต็มไปหมด
ทั้งแบบที่อยู่อาศัยที่นี่ และมาเที่ยว
ซึ่งบางที เฮ้ มายุโรปนะ ทำไมรู้สึกเหมือนอยู่ซัวเถาอะไรเช่นนี้ 555

เราเชื่อนะว่าสภาพแวดล้อมมีอิทธิพลกับชีวิตของคน
เมืองที่มีคนความคิดสร้างสรรค์มากๆ มีคนสร้างสรรค์สิ่งสวยงามออกมาได้มาก
เป็นเพราะว่าอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความงดงาม และเต็มไปด้วยสิ่งสร้างสรรค์
ทั้งสถาปัตยกรรม กวี ดนตรี ศิลปะแขนงอื่นๆ รอบตัวไปหมด
ถ้าปารีส โรม บาร์เซโลนา ไม่สวยเหมือนทุกวันนี้
เราว่า ค่าเฉลี่ยคุณภาพของศิลปิน ก็จะไม่สูงเท่านี้ด้วย
ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมประเทศ หรือสังคมที่สภาพแวดล้อมไม่ค่อยสวยงาม
ไม่มีการวางแผนผังเมืองที่ดี
ทำไมถึงให้คุณค่าความงาม ความคิดสร้างสรรค์ต่ำ และรสนิยมก็ไม่เหมือนกับเมืองที่งดงามๆด้วย

ถ้าเราอยู่ในสังคมที่เวิ่นเว้อ วุ่นวาย เละเทะ
เราก็จะไม่ค่อยรู้สึกอะไรถ้าเราจะทำอะไรเละเทะขึ้นมาสักอย่าง
เพราะมันก็จะละลายผสมๆรวมกันไปหมด
เราเห็นแม่น้ำสกปรก อาจจะไม่รู้สึกอะไรนักถ้าทิ้งขยะลงไปอีกชิ้น
แต่ถ้าอยู่ในสังคมที่สวยงาม
แล้วเราทำอะไรเละเทะขึ้นมา มันก็จะเด่นชัด
และเราคงอยากทำอะไรให้รักษาความสวยงามนั้นให้ได้มากกว่า
ถ้าแม่น้ำใสสะอาด เราก็คงอยากทำให้มันสะอาดอย่างนี้ไปเรื่อยๆมากกว่า
เรื่องสิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลนี้
มันจึงมีอิทธิพลกับเรา ทั้งกายภาพ พฤติกรรม และจิตใต้สำนึก

ปิดท้ายกันด้วยแมวในรถไฟ TGV จากปารีสไปดิจองท์

จุด 0 กิโลเมตรของปารีส หน้ามหาวิหารนอตเตรอดาม
เขาว่า ถ้ายืนบนนี้แล้วจะได้กลับมาอีก
เราก็หวังจะกลับมาอีกนะ

 

 

อ่าน ฝรั่งเศสภาคที่เที่ยวในทริปเดียวกันได้ที่นี่