กิจกรรมแรก ไม่พ้นการเข้าชมสถานที่ทางศาสนา
แทบทุกที่ในโลก
จะมีสถานที่ทางศาสนาที่ให้เราเข้าไปพบเจอ
เมืองไทยลาวพม่ามีวัด เมืองฝรั่งก็มีโบสถ์
เมืองแขกมีสุเหร่า เมืองจีนญี่ปุ่นก็มีศาลเจ้า
แล้วอินเดีย เจ้าแห่งหลากลัทธิการค้นหาความสุข หรือการหลุดพ้น
ก็ย่อมมีสถานที่ทางศาสนาอย่างที่ไม่ต้องสงสัย

แต่ต้องบอกว่า
ด้วยความที่เวลาน้อยและไม่มีเวลาเตรียมตัวก่อนออกเดินทาง
เราแทบไม่มีความรู้เกี่ยวกับวัดต่างๆที่จะไปเลย
อีกทั้งใช้เวลาไม่มากไม่มายในแต่ละที่
สิ่งที่บรรยาย ก็คงเป็นแค่เรื่องพบเห็น โดยที่ไม่มีข้อมูลความรู้เป็นหลัก
แถมไม่ค่อยอินด้วย อาจจะเพราะรู้สึกห่างไกลกับศาสนาแบบนี้
ความสนใจเลยออกเป็นดูผู้คนเขาทำอะไร แล้วก็หามุมถ่ายรูปเป็นหลัก

แถวนี้อย่างที่เกริ่นไปว่า มีกลิ่นอายธิเบตหน่อยๆ
เพราะฉะนั้น จะมีวัดแนวธิเบต ก็ไม่แปลกอะไร

เณรน้อย

นกบิน (บรรยายรูปได้เซ็นกว่านี้อีกไหม?)

เรามีไปวัดฮินดูอยู่สองที่
ที่แรก เป็นวัดที่อยู่ในป่าสน
ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพ Hadimba Devi
มีชื่อว่า Dhungri Temple หรือ Hadimba Temple
สร้างขึ้นตั้งแต่ในศตวรรษที่ 16

สร้างอยู่กลางป่าต้นสนที่สูงชะลูดอย่างนี้

ส่วนที่เป็นศาล เขาจะทำช่องเจาะเล็กๆเอาไว้
ให้เรามุดเข้าไปกราบไหว้
บางทีก็ไม่ได้ให้มุด แต่ให้กราบไหว้อยู่ข้างนอก
แล้วมองเห็นเทพจากช่องเล็กๆที่เจาะเอาไว้แทน

วัดฮินดูที่สองที่ไปก็คือวัด Vashisht Temple
สร้างด้วยไม้และมีบ่อน้ำพุร้อนซึ่งถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของคนที่นี่

ขอทาน กับเด็กอุ้มกระต่ายขาย มีอยู่ทุกที่
เราไม่เข้าใจอะ ทำไมต้องกระต่าย?
แล้วทำไมเขาคิดว่านักท่องเที่ยวจะซื้อกระต่ายกลับประเทศ?
เจ้าฮะ ผมไม่เข้าใจเลยฮะ

ในวัดจะมีส่วนที่ให้นักบวชนั่ง
(งืม บางทีเราก็แยกนักบวชกับคนจรจัดไม่ค่อยออก -_-” ขอโทษนะค้า)
แล้วก็มีส่วนที่เป็นศาลให้กราบไหว้เทพของฮินดูเขา
และก็มีส่วนที่ให้มาอาบน้ำพุศักดิ์สิทธิ์แบบ open air กัน
เป็นโถงขนาดไม่ใหญ่ที่มีน้ำพุไหลลงสระกลางโถง และมีส่วนให้นั่งอาบน้ำสระผม
เหมือนในออนเซ็นที่ญี่ปุ่น โดยแยกหญิงชายเป็น+++เป็นส่วน
ใครจะแค่แตะๆก็เอา ใครจะอาบน้ำสระผมเลยก็เอา

หน้าศาลมักจะมีกระดิ่งอย่างนี้ให้เราไปลั่นเอาโชค เอาลาภ เอามงคล

ธูปเขาแปลกดี

นี่ก็เป็นศาลอีกหลังหนึ่งในบริเวณเดียวกันที่เข้าไปทำความเคารพเทพได้

ส่วนด้านนอกของบริเวณวัด
จะเป็นที่ๆให้นักบวชเข้าไปนั่งอาศัยได้
ส่วนคนธรรมดาสามัญ ห้ามเข้า
อาจจะต้องแสดงตัวว่า ไม่ใช่สามัญชน ถึงจะเข้าได้ 555

ซึ่งมีนักบวชฮินดูที่เป็นชาวไทยอยู่ที่นี่ด้วย
พอทัวร์ลูกเป็ดรู้กัน ก็รุมกันไปไหว้ท่านใหญ่เลย
และท่านจะให้อะไรคล้ายๆข้าวพองกลับมากระหยิบมือนึงด้วย
พอเห็นรุมไหว้บวกถ่ายรูปกันเหมือนเจอหลินปิง
เราก็เลยสงสารท่านบาบ้ามากมาย ไม่อยากเข้าไปรุมด้วย
แต่สุดท้าย พอตอนจะกลับ ทัวร์ลูกเป็ดสลาย
ท่านบาบ้าก็ได้จังหวะยืนโพสท่าให้เราถ่ายสะดวกๆอยู่ห้าวิ ตามในรูปนี้ : -)

กิจกรรมถัดมา
เป็นกิจกรรมที่คิดว่า หลายๆคนคงนึกไม่ถึงว่า
มาอินเดีย แล้วจะมาทำอะไรอย่างนี้
วันนี้ทัวร์ลูกเป็ดนั่งรถขึ้นเขากัน

บนเขาสูงๆหนาวๆเย็นๆ ก็ยังอุตส่าห์มีน้ำตกสายผอมๆอยู่หนึ่งอัน

ใช่แล้ว เรามาเล่นหิมะกัน
ไปบอกใคร เขาคงงง อะไรของแก มาอินเดียเล่นหิมะ
จริงจริ๊ง แล้วมันจะเป็นประเทศเดียวด้วย
ที่ท่านจะเห็นคนใส่ส่าหรีเล่นสกี อเมซิ่งอินตะระเดีย

จริงๆเป็นกิจกรรมที่เราสนใจน้อยที่สุดในทริปอะนะ
คือไม่ใช่ไม่ชอบหิมะ ไม่ได้เจอหิมะมาเป็นปีแล้วแหละ
แค่รู้สึกว่ามาอินเดียแล้วไม่ได้อยู่ในมู้ดที่จะมาเล่นหิมะอะ
แต่ก็เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ถ่ายรูปสนุกสนานที่สุดในทริปเช่นกัน

ไม่ได้เตรียมรองเท้าลุยหิมะมา
ทัวร์เขาเลยจัดแจงหาเช่ารองเท้าลุยหิมะให้ทัวร์ลูกเป็ด
จริงๆมันคือรองเท้ายางที่ปรกติเราเอาไว้ใส่ตอนขัดส้วมนั่นแหละ 555555
แล้วปัญหาก็คือ หิมะมันหนา แล้วปากรองเท้ามันใหญ่
หิมะหล่นเข้าไปในรองเท้าให้เพียบ เย็นเท้าเหมือนเป็นกุ้งโดนแช่แข็งเลย
แต่ที่สนุกในการเล่นหิมะอย่างหนึ่งก็คือ เราชอบล้มตัวนอนลงบนหิมะที่สุด
เพราะมันไม่เจ็บ แล้วมันก็เย็นดีอะ (ต้องใส่เสื้อกางเกงหนาพอนะ)

หิมะยังไม่จับตัวกันมากนัก แต่หยิบขึ้นมาเป็นก้อนอย่างนี้ได้
เอาไว้ปาคนอื่นเล่นแบบไม่เจ็บตัวกัน หนุกหนาน (ปาอยู่ฝ่ายเดียว)

สนุกสนาน ร่าเริง หน้าไหม้ เพราะแดดเปรี้ยงแล้วไม่รู้สึกว่าร้อน

ชอบรูปนี้ที่สุด

รูปปิดท้ายของไดหน้านี้
กิจกรรมสุดฮอตของคุณนายทั้งหลาย
ขนผ้าสวยๆถูกๆกลับเมืองไทยเป็นกิโลๆ