หลวงพระบาง – ภาค “นอกเมือง”

นอกจากชิลๆในหลวงพระบางแล้ว
เราก็ยังสามารถไปยังสถานที่ท่องเที่ยวรอบๆได้อีก
อย่างไกลหน่อยก็เห็นจะเป็นวังเวียง กับทุ่งไหหิน

วังเวียงเป็นเมืองเล็กๆ เชยๆกว่าหลวงพระบาง
เงียบสงบ ฟังเสียงสายน้ำไหลได้ยิ่งใกล้ชิดและชัดเจน
ส่วนทุ่งไหหินเป็นทุ่งที่เต็มไปด้วยหินรูปร่างเหมือนไหหรือครก
ขนาดต่างๆกันไปตั้งแต่เล็กจิ๊ด จนใหญ่โตเข้าไปอยู่ได้หลายคน
เรียงรายกันเต็มทุ่ง
แม้ว่าทั้งสองที่จะไม่ไกลจากหลวงพระบางนัก
ใช้เวลาทั้งวันในการเดินทาง
เพราะการคมนาคมและเส้นทาง รวมไปถึงอุปนิสัยในการขับรถ
ทำให้ไม่สามารถไปเช้าเย็นกลับได้


ส่วนสองที่ที่จะนำเสนอนี้
เป็นที่ที่สามารถไปตอนเช้า กลับตอนเย็นได้
ทั้งสองที่เราใช้เวลาตั้งแต่เช้า ไปจนเย็นสี่ซ้าห้าโมง
ก็กลับมาที่หลวงพระบางแล้ว

เราแบ่งหนึ่งวันเต็มๆไว้ไปเที่ยวนอกหลวงพระบาง
โดยจ้างรถเหมาไปในราคาทั้งวัน 1000 บาท
ไปสี่คนก็ตกคนละ 250 บาท
เป็นรถคล้ายๆรถกะป๊อบ้านเรา แต่โทรมกว่ากันแยะ
เราเลือกนั่งด้านข้างคนขับ
ไม่ใช่เพราะอยากเป็นตุ๊กตาหน้ารถ
แต่เพราะว่า เวลาลมตีแล้วมันหนาวววว ต่างหากล่ะ

ถ้ำติ่ง
ห่างจากหลวงพระบางประมาณ 30 กิโลเมตร
เป็นถ้ำและโพรงถ้ำที่เกิดตามธรรมชาติ ริมหน้าผาที่อยู่ริมแม่น้ำโขง
ในสมัยโบราณใช้เป็นที่สักการะดวงวิญญาณ เทวดา
แต่พอศาสนาพุทธเข้ามา จึงกลายเป็นสถานที่ทางพุทธศาสนา
โดยที่เจ้ามหาชีวิต (กษัตริย์) จะเสด็จมาสักการะเป็นประจำทุกปี
มีพระพุทธรูปมากมาย บางองค์ก็ข้ามน้ำมาจากฝั่งไทยเรานี่แหละ

ตรงถ้ำติ่งจะแยกเป็นสองส่วน
ส่วนล่างเต็มไปด้วยพระพุทธรูป
ส่วนบนต้องขึ้นบันไดไปสองร้อยกว่าขั้น
เพื่อเข้าถ้ำ(ไม่ใหญ่)ไปดูพระพุทธรูปที่มีน้อยกว่าด้านล่าง
ต้องใช้ไฟฉายส่องดูเอา
(ถ้าไม่อยากเหนื่อยก็ไม่ต้องขึ้นไปก็ได้ แต่ถ้าอยากไปดูให้ครบๆก็เอา)

เดินผ่านชุมชนเล็กๆไป

ฝั่งตรงข้ามโน้นแหละที่เราจะนั่งเรือข้ามไปกัน

มาแล้ว ถ้ำติ่ง ขึ้นไปตามทางอย่างนี้แหละ
ตรงส่วนที่เห็นคือส่วนที่มีพระพุทธรูปเยอะๆ
แต่ถ้าแยกซ้ายไปจะขึ้นไปสูงๆเพื่อไปเจอถ้ำ

ค่าเข้าชม 20 พันกีป หรือ 80 บาท

ถ้าได้มาแบบคนน้อยๆ ที่นี่คงสงบมีเสน่ห์มากๆเลย

พอเด็กๆที่ฝั่งเห็นเรากำลังมา ก็วิ่ง

เพื่อมาขอ ขอ และ ขอ อะไรก็ได้
แต่บังเอิญว่าลืมซื้อและแพ็คเครื่องเขียนมาจากกรุงเทพ
และไม่อยากให้เป็นเงิน
ก็เลยวางอุเบกขาไป

ถ้าถามว่าสงสารเด็กเหล่านี้ไหม
เราก็ไม่ได้สงสารนะ
คือเราไม่ได้เอาความเป็นอยู่ของเราไปตัดสินเขาอะ
เราก็ว่าเขาก็แฮปปี้ตามประสาเด็ก ขอตามวิถีชีวิตแถวนี้ไป

แล้วก็ไปกันต่อ

น้ำตกกวงสี หรือ น้ำตกกวางสี
ห่างจากหลวงพระบางราว 30 กิโลเมตรเช่นกัน
แต่อยู่คนละทิศกับถ้ำติ่งเลย
พอไปถ้ำติ่งเสร็จ จึงต้องวิ่งรถกลับมาผ่านหลวงพระบางแล้วไปต่อ

น้ำตกกวางสีเป็นน้ำตกหินปูน สูงราว 70 เมตร
มีหลายชั้นลดหลั่นกันไป มีน้ำตลอดปี
เปิดตั้งแต่เช้าถึงห้าโมงเย็นโดยประมาณ

ถึงด้านหน้าแล้ว

ค่าเข้าชมก็ 20พันกีป หรือ 80 บาท เช่นกัน

ที่น้ำตกนี้มีส่วนที่เลี้ยงหมีไว้ด้วย
ก็ดูหมีนอนกลิ้งไปมา น่าเอ็นดู กันสักพักหนึ่ง

หมีชนิดต่างๆ

นี่ไม่ใช่หมีอะ ไม่ใช่อะกิ๊บ

แล้วเราก็เดินต่อไป
ก็จะเจอน้ำตกกวางสีชั้นล่างสุด (มั้ง)

เจอแล้ว โอ้วๆๆๆ สีสวยจังเลยยยย
เป็นอะไรที่ไม่ได้คาดหวังมาก่อน

สีฟ้าเป็นสวนสยามเลยอะ

ขอเหอะๆ สักหน่อยๆ
ไหนๆก็มาถึงนี่แล้ว

แสงกำลังสวยเลยเชียว

เขียวชะอุ่ม

น้ำใสๆ ไหลเย็นๆ

เดินขึ้นไปเรื่อยๆ บางชั้นก็จะอนุญาตให้คนลงไปเล่นน้ำด้วย
แถมมีเชือกให้โหนโยนตัวลงน้ำอีกต่างหาก
(น่าเล่นเป็นที่ซู้ด)

ไปคราวหน้าเดี๋ยวพกห่วงยางไปด้วย 555555
(ขี้เกียจว่ายเอง)

บางชั้นก็ลดหลั่นทีละนิดอย่างงดงาม

ถึงชั้นบนสุดอย่างชิลๆ เดินสบายๆ ไม่ต้องปีนป่ายอะไรเลย
สวยงามดี ก็คุ้มที่มานะ