โดยสภาพภูมิประเทศของเมืองชัยปูร์ รัฐราชสถาน
ซึ่งเป็นทะเลทรายธรรมดา ไม่ได้มีธรรมชาติอะไรน่ามองเป็นพิเศษ
สิ่งที่เป็นที่เชิดชาชูตาในชัยปูร์ก็คือ เรื่องของปราสาท
อย่างเราเราจะสงสัยว่า เวลาตั้งเมือง สร้างปราสาท
ทำไมไม่ไปสร้างอยู่ในที่ๆมีอุดมสมบูรณ์กว่านี้
แต่ก็นั่นล่ะนะ สงสัยไปก็เท่านั้น มันตั้งกระหง่านอยู่อย่างนี้แล้ว

Amber Palace เป็นปราสาทใหญ่แห่งหนึ่งใกล้เมืองชัยปูร์
เป็นทั้งปราสาทและป้อมปราการ อีกทั้งมีกำแพงที่ไต่ไปตามเนินเขา
คล้ายคลึงกับกำแพงเมืองจีนด้วย

ปราสาทนี้สร้างขึ้นด้วยหินอ่อนสีขาวและหินทรายสีแดง
ในรัชสมัยของพระเจ้า Jai Singh ที่ 1
มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบ Mughal และ Hindu ผสมผสานกัน

ไม่รู้โชคดีหรือโชคร้าย ที่ตลอดทั้งทริป มีแต่คำว่า Sunny
จริงๆก็เป็นโชคดีของคนชอบถ่ายรูป เพราะรูปออกมาสีสวยมันสาแก่ใจดี
แต่แดดมันก็เปรี้ยงๆๆเป็นเสียงฟ้าฟาดเหลือเกิน ทุกครั้งที่เดินกระทบแดด

ดูยิ่งใหญ่ และแห้งแล้งในคราวเดียวกัน

มีให้ขี่ช้างทัวร์รอบๆปราสาทด้วยนะ
แต่คณะลูกเป็ดยังไม่อยากเกรียม ก็เลยเซย์โนกัน

จากรถบัส เราต้องต่อรถจี๊ปแบบนี้เข้าไปอีก
ถึงจะถึงทางเข้าปราสาทจริงๆ
หรือใครอยากจะเดินเข้าไปเองเขาก็ไม่ห้าม

ใกล้เข้าไปอีกหน่อย

เข้ามาตามถนนเล็กๆอย่างนี้

ตามคุณไกด์เข้ามาเลยนะนายจ๋า

มีแผงขายของเฉพาะตรงใกล้ๆทางเข้าเท่านั้น
และตรงใกล้ๆทางเข้านี่
พวกเดินขายของจะเข้ามาได้
เวลาหยุดรอลูกเป็ดร่วมทัวร์นี่ ยิ่งหยุดนาน จะยิ่งโดนรุมขายของ
ถึงแม้ว่าคุณจะบอกว่า ไม่เอา ไม่ชอบ
เขาก็จะพูดวนไปวนมาเหมือนแผ่นตกร่อง ว่าของเขาดี ของเขาถูก
เหมือนเขาเป็นหูหนวก เฉพาะคำที่คุณปฏิเสธเขาเท่านั้น
เราเล่นมุขมองคนขายเป็นอากาศธาตุ
กับเล่นมุขว่าถ้าฟรีถึงจะเอา ก็พอบรรเทาได้บ้าง
survival skill อีกอย่างในการเอาตัวรอดจากคนขายของในอินเดียก็คือ
พยายามอย่าอยู่คนเดียว อย่าไปซื้ออะไรคนเดียวหรือยืนรอคนเดียว
ให้อยู่รวมกันเป็นกลุ่มๆ รักกันๆ ยิ่งจำนวนมากกว่าคนขายยิ่งดี
ไม่งั้นจะโดนรุม ถึงเนื้อถึงตัว ให้น่ารำคาญ และไม่มีความสุขในการเที่ยว

ก็ยังไม่เปลี่ยนใจเลิกชอบศิลปะแบบมุสลิม
โดยเฉพาะตรงส่วนที่เล่นระหว่างรายละเอียดยิบๆ
กับความเงียบโล่ง ช่างบาลานซ์กันได้ดี

คนอินเดียสีสันสดใสเสมอ

ก็ยังแอบมีสวนเขียวๆให้เย็นตาบ้างในบางจุด

แสงแบบละมุน ก็ทำให้หินสลัดนุ่มนวลลง

เก่าอย่างงดงาม

รูปนี้แม่ถามว่า ทำไมไม่ไปถ่ายอะไรที่มีสวยๆ มาถ่ายอะไรสกปรกๆ

มองออกไปข้างนอก ก็จะเห็นกำแพงเมืองอินตะระเดีย

ส่วนนี้คล้ายห้องแถว

มีทั้งความเรียบง่าย

และลวดลายละเอียดยิบ

มองอะไรจ๊ะ?

บันไดหินที่ฝากรอยแผลครูดให้เราดูต่างหน้าที่หัวเข่า

City Palace ที่รวมปราสาท Chandra และ Mubarak ไว้ด้วย
เขาเลยเรียกว่าเป็น Palace Complex
ในตอนนี้ ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ให้เปิดชมส่วนหนึ่ง และยังมีราชวงศ์อาศัยอยู่ส่วนหนึ่ง
(ราชวงศ์อินเดียยังอยู่ แต่ว่าไม่มีบทบาทใดๆทางการเมืองอีกต่อไป)
City Palace นี้สร้างโดยกษัตริย์ Jai Singh ที่ 2
เป็นสถาปัตยกรรมผสมผสานหลายๆสไตล์เข้าด้วยกัน

ด้านนอกนกพิราบบินกันอย่างกับจอห์นวูมา

เข้ามาละ

โดยส่วนตัว เราชอบสไตล์แบบที่ Amber Palace มากกว่า

ทางที่จะออกไปโถงเต้นรำ มีกระจกให้ส่องดูก่อนออกไปแดนซ์ด้วย

บ้างก็มีลวดลายเซอร์ไพรส์ให้ถ่ายรูปเล่น

แมวอินเดียหน้าตาไม่ต่างกับแมวไทยเลย

Hawa Mahal หรือปราสาทแห่งสายลม
สร้างขึ้นโดยอิงสไตล์ของมงกุฎพระกฤษณะ เทพสูงสุดของฮินดูองค์หนึ่ง
มีลักษณะเด่นตรง facade ลักษณะรังผึ้งที่สูงห้าชั้นแบบนี้แหละ
สร้างขึ้นจากหินทรายสีชมพูและสีแดง
ตั้งอยู่ตรงใจกลางเมืองชัยปูร์เลย
วังนี้เราไม่ได้เข้าไปดูข้างใน ได้แต่นั่งรถผ่านไปๆมาๆ
แต่มาเสิร์ชหาดู มุมยอดนิยมที่สุดก็คือมุมด้านหน้าอย่างนี้นี่แหละ

วังสุดท้ายเป็นวังแถมที่เดิมไม่มีในทริป
จากเดิมที่เพียงเดินทางจากชัยปูร์ย้อนกลับไปที่เดลี
ซึ่งเดิมใช้เวลา 5 ชั่วโมง
แต่เมื่อเราต้องไปเมืองอคราด้วย
ทำให้เสียเวลาเดินทางจากชัยปูร์ไปอคราเพิ่มอีก 5 ชั่วโมง
ไม่นับเวลาทานข้าวและเดินเที่ยวที่นั่น
ทำให้วันสุดท้ายเพื่อวังสุดท้าย เราต้องตื่นตีสามครึ่ง
ซึ่งหลังจากตากแดดเต็มๆมากับวังสองวังข้างบนในวันก่อนหน้า
ต่อมทนแดดที่มี ด้วยเวลานอนแค่สามชั่วโมงครึ่ง
จึงไม่ทำให้ต่อมฟื้นตัวได้เต็มที่ ทำให้วันสุดท้ายนี่ เจอแดดที แทบจะเป็นลม

แค่ทางเข้าก็อลังการแล้ว

ในที่สุดก็ได้เห็นหนึ่งใน 7 wonder of the world ในยุคกลาง เพิ่มขึ้นอีกอย่าง
(ไว้ว่างๆคงมานั่งนับดูว่าเห็นไปกี่อย่างแล้ว แต่ก็ไม่มากไม่มายหรอก)

ทัชมาฮาล คงไม่ต้องอธิบายกันว่า มันคืออะไร
จริงๆก็ไม่เชิงเป็นวังเพราะเป็นที่เก็บพระศพของพระนางมุมตัส
ซึ่งเป็นพระมเหสีหนึ่งเดียวของกษัตริย์ Shah Jahan ที่รักกันมาก
พระนาง Mumtaz เสียชีวิตระหว่างการคลอดบุตรคนที่ 14
ซึ่งทำให้กษัตริย์ Jahan เศร้าโศกเป็นอย่างแรง
จนได้คิดจะสร้างอนุสรณ์สถานเอาไว้เช่นนี้
โดยเริ่มสร้างตั้งแต่ปี 1632 ไปจน 1653 ใช้คนงานเป็นพันๆคน
ยูเนสโกต้องจารึกที่นี่เอาไว้ว่าเป็นสุดยอดศิลปะมุสลิมของโลกอีกที่หนึ่งเลยทีเดียว

คนอินเดียมากมาย วันนี้เราขอชื่นชมทัชมาฮาลไกลๆอย่างนี้
เพราะไม่มีสังขารจะเดินตากแดดไปเข้าคิวอีกต่อไป
ได้แต่นอนตาก-ลม ดมยาหม่อง ซึมซับบรรยากาศจากตรงนี้เอา

ทริปอินเดียก็เอวังได้ประการฉะนี้แล