หลังจากที่ไม่ได้จัมพ์แบตรถยนต์มานานมาก เมื่อวานนี้ได้มีโอกาสช่วยชาวบ้านเขาจัมพ์อีกรอบ ต้องเปิด youtube กันวุ่นวายเล็กน้อย ก็เลยมาบันทึกกันลืมกันไว้ และแชร์ให้คนอื่นอ่านเป็นประโยชน์ด้วยดีกว่า

ในฐานะที่เป็นคนขับรถคนหนึ่ง ที่คุณพ่อสอนให้ดูแลรถตั้งแต่ขับได้ (แม้ว่าตอนหลังๆจะโยนความรับผิดชอบให้คนข้างๆไปซะนาน ฮ่า) ก็อยากจะบอกว่า บางอย่างรู้ไว้ก็เป็นประโยชน์กับตัวเองและคนอื่นดีนะ คือบางทีรถเป็นอะไรไป หรือรถเพื่อนเป็นอะไรไป เอะอะก็จะโทรเรียกช่าง ช่างบางทีเขาก็ไม่เหมือนพิซซ่าตรงที่ไปได้ในเวลา 30 นาทีอะไรงี้ หรือบางทีอยู่ในที่ที่กันดารช่าง ปัญหาพื้นฐานอะไรถ้าทำเองได้ก็จะเริ่ดมาก ยังไงตนก็เป็นที่พึ่งแห่งตน ยิ่งตนที่ซุ่มซ่ามเผลอเรออะไรบ่อยๆนี่ยิ่งต้องหัดพึ่งตัวเองให้หนักเลยล่ะ

อย่าคิดว่าสมัยนี้ขอให้มีแฟนจะโยนให้แฟนทำได้ เดี๋ยวนี้ผู้ชายผู้หญิงเท่าเทียมกัน คือ รู้เท่าเทียมกัน ไม่รู้ก็เท่าเทียมกัน ถ้าแฟนใครจะไม่รู้เรื่องจัมพ์แบต เติมน้ำกลั่นอะไรงี้ ไม่คอขาดบาดตายหรอก แต่อย่างน้อยหนึ่งคนก็ควรจะรู้ไว้บ้างเนะ

วันนี้จะมาว่าด้วยเรื่องของการจัมพ์แบต การที่รถสตาร์ทไม่ติดนี่ หลายสาเหตุก็มาจากแบตเหมือนกัน และในหลายๆครั้งแก้ได้ด้วยการจัมพ์แบต มาดูเหตุสตาร์ทไม่ติดที่แก้ไขได้ด้วยการจัมพ์แบตกัน

jumpbatt01

สาเหตุแรก ก็เป็นได้บ่อย เพราะส่วนใหญ่ก็คงจำกันไม่ค่อยได้ว่าแบตหมดอายุหรือยัง มาจำได้เลาๆก็ตอนมันหมดแล้วนี่แหละ ซึ่งปรกติแบตทั่วไปก็มีอายุประมาณ 2 ปี คือเข้าใจใช่ไหมว่าทำไมจำกันไม่ได้ว่าแบตหมดอายุหรือยัง

ส่วนสาเหตุที่สองกับสาม เป็นสาเหตุกึ่มโก๊ะที่ใครๆก็เป็นกันได้ (คือคนเขียนก็หาพวกน่ะนะ) เวลาสติล่องลอยๆ เดี๋ยวก็ลืมปิดไฟ เดี๋ยวเปิดประตูไฟค้างไว้ หรือนอนรอนั่งรอใครในรถก็เปิดไฟค้างไว้ นั่นแหละ เรียบร้อยโรงเรียนกึ่มโก๊ะ

การจัมพ์แบต ต้องการองค์ประกอบ 3 อย่างด้วยกัน ได้แก่

1. รถที่สตาร์ทไม่ติด (แหงล่ะ)
2. รถที่สตาร์ทติดปรกติ ในที่นี้จะเรียกว่า รถปรกติ แต่เจ้าของรถ ถ้าไม่ใช่ช่าง ก็มักเป็นผู้ใจบุญสุนทาน และใจสวยหล่อมาก
3. สายจัมพ์แบต สายหนึ่งใช้จัมพ์ขั้วบวก มักมีสีแดง สายสองใช้จัมพ์ขั้วลบ มักมีสีดำ ซึ่งไม่เข้าใจว่าทำไมพวกนี้มักจะทำสายสั้นให้ใจหายใจคว่ำว่าจะจัมพ์ไม่ถึง

jumpbatt02

เริ่มต้นพิธีกรรมการจัมพ์แบตกันด้วยการขับรถปรกติมาเทียบรถเสียก่อน ทำได้สองแบบ
แบบแรกคือ ขับมาประจันหน้ากัน แบบสองคือ ขับมาเทียบข้างๆกัน
ทั้งสองแบบยิ่งใกล้กันยิ่งดี ยิ่งจะเฉี่ยวมิเฉี่ยวแหล่ยิ่งดี เพราะสายจัมพ์มันจะสั้นไปไหน แต่ต้องไม่ให้ส่วนใดส่วนหนึ่งของรถติดกัน หรือที่เรียกว่า ชนกันเฉี่ยวกัน นั่นเอง ไม่งั้นการแลกประจุกันระหว่างรถจะล้มเหลวเป๋ว แถมได้รอยขูดขีดบุบบวมเป็นของฝากนักกอล์ฟอีกต่างหาก

jumpbatt04

ขั้นตอนต่อไปก็คือ การสำรวจแดนสนธยาใต้กระโปรงรถของแต่ละคัน สำหรับประสบการณ์ครั้งแรกๆอาจจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ ไม่รู้ว่าอะไรคือแบตเตอรี่ แบตเตอรี่มักจะมาในรูปแบบกล่องบื้อๆกล่องหนึ่งท่ามกลางแดนสนธยา ขนาดกว้างยาวไม่เกินโน้ตบุค ซึ่งบนกล่องจะมีหัวน็อตสองหัวที่มีเครื่องหมาย – กับ + และมีสายไฟเดินออกไปจากสองหัวนี้ ในรถบางรุ่นอาจจะมีฝาพลาสติกครอบปิดไว้ ก็เปิดออกมาให้เห็นหัวโลหะเพื่อใช้งาน

ขั้นตอนนี้ ถ้าสำรวจโวลท์ของแบตเตอรี่ได้ยิ่งดี ถ้าใครไม่รู้ว่าโวลท์คืออะไร โวลท์คือความต่างศักย์ที่ทำให้อนุภาคไฟฟ้าเดินทางได้ ถ้าใครไม่รู้ว่าความต่างศักย์คืออะไร ช่างเหอะ สังเกตตัวเลขที่มีตัว V ตามหลังก็พอ ถ้าเลขโวลท์ต่างกันก็อย่าจัมพ์กันดีกว่า แต่โดยทั่วไป ถ้าเป็นรถรุ่นๆใกล้ๆกัน ไม่ใช่รถยนต์กับรถสิบล้อ อะไรงี้ มักจะจัมพ์กันได้ จากประสบการณ์ รถซิตี้คาร์กับกระบะ ก็ยังจัมพ์กันได้

jumpbatt03

แล้วก็มาเริ่มพิธีกรรมกันได้เลย การจัมพ์ควรจะหนีบขั้วให้แน่น ด้ามควรมีพลาสติกหุ้ม หรือถ้าไม่มี หาผ้ามารองมือก่อนหนีบก็ยังดี สำคัญที่ต้องเริ่มต้นด้วยการที่

1. ทั้งสองคันอยู่ในท่าเตรียมพร้อม สามสี่ อย่างรูปข้างบนๆ ใกล้กันแต่รถไม่แตะกัน ย้ำกันอีกรอบ
2. ทั้งสองคันดับเครื่องอยู่ อย่าเปรี้ยวสตาร์ททิ้งไว้ นอกจากวันนั้นแม่ไม่รัก อยากประชดชีวิตด้วยการทำอะไรบางอย่าง

เล็ทสโก!

jumpbatt05

โอเคนะจ๊ะ ขอให้จัมพ์แบตกันได้ถ้วนหน้าทุกท่าน เทอญ.