อันว่าแมวออกลูก ช่างเป็นเรื่องที่เบสิคในสากลโลกนัก ต่อเมื่อมันเป็นแมวตัวเอง กำลังจะออกลูก ไอที่เบสิค ๆ เกิดบนโลกอยู่ทุกนาที มันก็กลายเป็นความตื่นเต้น

 

เมื่อปีที่แล้ว รับแมวหาบ้านมาหนึ่งตัว เป็นแมวเปอร์เซียสีเทา เพศเมีย ตัวเล็กๆ เอามาโดยไม่รู้เหนือรู้ใต้ใดๆทั้งสิ้น จนสืบประวัติเองถึงได้รู้ว่า อายุราว 3 ขวบ และเคยมีลูกมาแล้ว 1 ครอก (เป็นอย่างน้อย ไม่แน่ใจว่ามีอีกหรือเปล่า) นิสัยปรกติก็เชื่องดี นิสัยดี แถมฉลาดมากด้วย (คือ ฉลาดแบบแมวๆนะ ใช้เดินไปซื้อของเซเว่นไม่ได้)

DSC_3005

ด้วยเหตุที่มูมู่ (เออ ชื่อมูมู่ หนึ่งในชื่อแมวที่โหลที่สุดในจักรวาล) ยังไม่ได้ทำหมัน วันดีคืนดี มันก็จะวอแวๆหง่าวโหง่วมู้วม้าว ไปตามเรื่องตามราวประสาแมวคัน อยู่มาวันหนึ่ง ก็เลยคิดว่า อะ ไหนไหนก็ไหนไหน ก็ให้มันสมใจอยากสักทีหนึ่ง ดังนั้นคนคิดแทนแมว ก็เลยไปประกาศหาเจ้าบ่าว และในที่สุดก็ได้มาเป็นเปอร์เซียเช่นกัน

เมื่อจะให้มันโบ๊ะฉ่ำกันได้ ก็ต้องเอามาอยู่ด้วยกัน ทีนี้ที่บ้านก็มีแมวอ้วนตัวผู้คราวลุงอยู่ตัวนึงด้วย ชื่อมะหมี ว่าที่น้องเขยเข้ามาก็ไม่ถูกกัน แม้ว่าลุงจะทำหมันไปหลายปีแล้วก็ตาม ส่วนเจ้ามูมู่ก็รักลุงหมีมากล่ะมั้ง ก็รู้สึกว่า ไม่นะ อย่ามาทำอะไรพี่ชายชั้นนะ แฟ่ ๆๆๆๆ

อันความคันไม่เข้าแมวออกแมว ต่อให้เป็นแมวที่ไม่ชอบหน้ากันนัก แต่เมื่อธรรมชาติเรียกร้อง ก็ซาบาราเฮ่กันได้ ซาบาราเฮ่กันได้อีก เอ้าซาบาราเฮ่อีกแล้ว เฮ้ยอีก เอ้า! พอยัง ยัง! โอเค… คุณได้รับสิทธิเดียวนั้น… แล้วเราก็ไสหัวออกจากห้องหอของมันไป (เอ๊ะ บ้านใครฟะ)

เมื่อเหตุการณ์ระทึกขวัญพยานรักอย่างเราผ่านไป แมวสองตัวมันก็กลับมาอยู่ห่าง ๆ กันตามเดิม มูมู่กลับไปปกป้องมะหมีตามเดิม ก็เอาเป็นว่า จบพิธี รอดูผลกันต่อไป

20140401_001536
(เดี๋ยวนะ ตามผิดตัวรึเปล่าลูกเขย)

สองสัปดาห์ต่อมา แม้ว่าจะไม่เห็นอะไรมากมายนัก เราก็แอบเห็นว่านมมันก็เต่งๆอยู่นะ แต่ยังไม่แน่ใจว่า ปรกติเต่งอย่างนี้ตามประสาแมวเคยมีลูกมาแล้วหรือเปล่า

สัปดาห์กว่าๆถัดมา เก็บความสงสัยไม่ได้ ก็เลยพาไปให้หมออัลตร้าซาวนด์ซะหน่อย แหม เสียเงินแล้วสบายใจพิลึก เครื่องอัลตร้าซาวนด์ก็คงไม่ต่างจากของคนเท่าไหร่ หลักการทำงานเหมือนกัน หมออัลตร้าซาวนด์ดูแล้วก็เห็นว่า แอบมีจุดดึ๊บๆอยู่สามจุด ก็เลยสันนิษฐานว่าอาจจะมีอย่างน้อย 3 ตัว แต่ก็เล็กเกินไปที่จะเห็น เพราะปรกติแมวต้องใช้เวลาประมาณ 30 วัน ถึงจะอัลตร้าซาวนด์แล้วจะเห็นชัดจริงๆ

เสียเงินรอบแรก อย่างน้อยก็แน่ใจแล้วว่า มันไม่ได้อ้วน เราไม่ได้คิดไปเองว่ามันท้อง และลูกเขยเรามีน้ำยา แม้ในครั้งแรกที่เปิดซิงตัวเอง อะเย้

ครั้งที่สอง รอให้แน่ใจว่าครบ 30 วันจริงๆ ค่อยไปหา ทีนี้ก็เห็นว่าจุดดึ๊บๆที่เป็นหัวใจมันโตขึ้นอีกเล็กน้อยแหละ แต่กระดูกสันหลังยังไม่พัฒนาเพราะว่ายังเล็กไปอยู่ดี ต้องรออีก 2 สัปดาห์เพื่อจะได้เอ็กซ์เรย์ดู

ครั้งที่สาม ผ่านไปสองสัปดาห์ กระดูกสันหลังมาแล้ว พร้อมกับข่าวว่ามีแน่ๆ 4 ตัวในพุงเล็กๆของมูมู่ และหัวก็น่าจะลอดผ่านเชิงกรานได้ ทีนี้ก็รอให้ครบราวๆ 60 วัน นับตั้งแต่ซาบาราเฮ่ เด็กน้อยๆก็จะครบกำหนดที่จะออกมาป่วนโลก

แต่เมื่อครบ 60 วันไปสักสองสามวัน ยังไม่ออกซะที ก็เลยจำต้องพาแมวท้องแก่ไปให้หมอเอ๊กซเรย์อีกรอบ คราวนี้เด็กๆตัวใหญ่ขึ้นอีก แต่ก็ยังพอมีหวังที่จะลอดช่องได้พอดีๆ ก็เลยกลับบ้านมารอคลอดและหาข้อมูลทำคลอดแมวไปพลางๆต่อไป

 

มาถึงจุดนี้ จึงได้สรุปข้อปฏิบัติต่อแมวท้องและแมวใกล้คลอดดังนี้

1. ถ้าไม่อยากเปลืองเงินอย่างเวิ่นเว้อขนาดนี้ ไปตอนมันท้องเริ่มโตก็ได้ คือสัก 40-45 วันหลังจากบูมชะลาล่า ให้กระด่งกระดูกมันพัฒนาปรากฏกาย จะได้เห็นทีเดียวไปเลย แต่คือนี่เห่อ เลยโดนค่าเอ็กซ์เรย์กับค่าอัลตร้าซาวนด์เกินไปบาน ทำตัวเอง แง

2. แมวท้องดูไม่ยากหรอก ท้องมันก็จะป่องขึ้นเรื่อยๆ แล้วหัวนมมันก็จะเป่งทะลุขนออกมาเลยแหละ แต่การกำหนดวันซาบาราเฮ่สำเร็จนี่ก็ไม่แน่นอน โดยเฉพาะเวลาที่มันอยู่ด้วยกันตลอดเนี่ย ไม่รู้ไปสำเร็จจริงๆกันวันไหน อาจจะนับจากวันที่หมดไฟราคะไปอีก 40 วันค่อยไปเอ็กซเรย์อัลตร้าซาวนด์ก็ยังได้นะ ในช่วง 30 วันแรก อาจจะดูไม่ค่อยออกมาก แต่หลังจากนั้น สังเกตได้ง่ายๆเลยแหละ

3. แมวท้องเป็นอะไรที่ค่อนข้าง sensitive มาก โดยเฉพาะช่วงท้องแก่ สังเกตว่าแม่แมวจะช้าลง และนอนไม่สบายตัว บางทีก็ซึมๆไปบ้างเล็กน้อย อย่าไปโยกย้ายสถานที่ หรือทำให้เครียด ตื่นเต้น โดยไม่จำเป็น อย่าเล่นจ๊ะเอ๋ อย่าเอาไปใกล้หมาแปลกหน้า อย่าไปเจอคนแปลกหน้า อย่าเล่นมวยปล้ำ ไม่เอาไม่ดี

4. ถ้าสัตวแพทย์แถวบ้านดีอยู่แล้ว ก็ใช้บริการแถวบ้านไปเถอะ เวลาโยกย้าย พาไปหาหมอ มันจะได้เครียดน้อยๆ ไม่ใช่บ้านอยู่ฝั่งธนมาหาหมอที่มีนบุรี อะไรงี้ ยิ่งใกล้บ้านได้ยิ่งดี

5. ถามสถิติหมอมา แมวจรจัด หรือแมวไทย มักมีปัญหาเรื่องออกลูกน้อยกว่า ด้วยความที่หัวมันเล็กเรียวกว่า จึงเบ่งปุ๊ดออกมาจากจิ๊โบ๊ะได้ง่ายกว่าพวกแมวหัวใหญ่ๆกลมๆ ซึ่งคือแมวตูเนี่ยแหละ แต่ก็ไม่ได้แปลว่า แมวหัวใหญ่ๆกลมๆ จะมีปัญหาเรื่องออกลูกเสมอไป มีเป็นบางตัวที่มีปัญหา ซึ่งก็คือแมวตูอีกนี่แหละ

6. การเอ็กซเรย์และอัลตร้าซาวนด์ บอกได้เพียงจำนวนคร่าวๆเท่านั้นว่ามีประมาณกี่ตัวเป็นอย่างต่ำ เพราะบางตัวอาจจะเล่นซ่อนแอบอยู่หลังเพื่อน ทำให้มองไม่เห็น ก็เป็นได้

7. เมื่อจับท้องคุณแม่อย่างเบามือในช่วงท้องแก่ มือเราอาจจะโดนตีงน้อยๆในพุงแม่เตะเอาได้ ยิ่งตอนท้องแก่นี่ยิ่งจับก็จะยิ่งถูกเตะง่ายขึ้น

S__262146

(ขุ่นแม่ท้องแก่ ในรูปอาจจะดูไม่ใหญ่นักแต่ปรกติตัวมันเล็กอยู่แล้ว)

 

เตรียมสถานที่คลอดให้คุณแม่ และเตรียมอุปกรณ์ทำคลอด

การทำคลอดอาจจะฟังดูเครียด แต่เราก็เชื่อว่าน้อยคนนักจะทำใจไม่ได้แล้วเอาแมวท้องไปฝากให้คลีนิคดูแลจนกว่าจะคลอด หรือมีธุระจริงๆจึงต้องฝากหมอเอาไว้ ฉะนั้น แมวคลอดที่บ้าน เป็นเรื่องปรกติ และการที่เจ้าของแมว (หรือบ่าวแมว) ทำคลอดให้ ก็เป็นเรื่องปรกติเช่นกัน

แน่นอน แมวก็เป็นแมว ที่มันมักไม่เลือกที่ๆเราอยากให้มันคลอด แต่อย่างไรก็ตาม for god’s sake มันอาจจะมาก็ได้ ใครจะรู้ ก็เตรียมให้มันหน่อยก็แล้วกัน เผื่อมันจะไม่ใช้… (หรือแมวตัวอื่นมาใช้แทน…)

ก่อนอื่น ตามซอกอะไรในบ้านที่เราเข้าไม่ถึงจริงๆ เช่น หลังตู้เย็น หลังเครื่องซักผ้า เราควรจะเตรียมการปิดช่องทางเข้า  เผื่อเราต้องช่วยมันทำคลอด แล้วมันดันอินดี้อยากไปคลอดในนั้นแล้วติดปัญหา เราจะช่วยมันไม่ได้ เหลือไว้แต่ใต้ตู้ที่เราเอื้อมถึง มุมห้องที่เราเข้าไปได้ก็พอ อ้อ อย่าลืมทำความสะอาดห้องด้วย แม้ว่าสุดท้ายมันอาจจะไปคลอดในกระบะทราย หรือในห้องส้วมเราก็ตาม เอาเป็นว่า ตามไปทำความสะอาด ดูดฝุ่น เท่าที่ทำได้ก็แล้วกัน

1. เบาะหรือกล่องให้แมวคลอด ถ้าเป็นกล่องกระดาษก็ควรใหญ่ประมาณหนึ่ง และมีผ้าอยู่ด้านในให้นุ่มๆ และทั้งหมดเตรียมทิ้งได้ทันทีเมื่อเลอะโดยไม่ต้องเสียดงเสียดาย มันไม่ใช่ก็ช่างมันละกัน อย่าไปบังคับแมว บังคับไปมันก็ไม่คลอด

2. ถุงมือยางแบบที่ขาวๆพอดีมือ ไม่ใช่แบบยาวถึงศอกใช้ตอนขัดส้วมงี้ ก็เกินไป และเทอะทะด้วย ถุงมือยางจะช่วยให้เราจับรกลื่นๆได้ง่ายขึ้นด้วยนะ

3. แอลกอฮอล์ แบบที่สีฟ้าๆใช้ทำแผล แอลกอฮอล์แบบใช้ทำใจให้เก็บไว้ในตู้เย็นให้คนกิน

4. กรรไกร เอาไว้ตัดรก ตัดด้ายผูกรก ควรเป็นกรรไกรค่อนข้างเล็กแต่ไม่ใช่เล็กแบบเหมือนแถมมากับขนมถุงงี้ และมีความคม เช็ดด้วยแอลกอฮอล์หรือแช่ไว้ก็ได้

5. ลูกยาง คือยางที่เหมือนเป็นรูปหยดน้ำ สีแดงๆ เอาไว้ดูดน้ำตามจมูกและปากของแมวทารก

6. ด้ายผูกรก ใครชำนาญก็จับรกผูกกันเองได้ แต่ถ้าเอาให้ชัวร์ ไม่อยากเปรี้ยว ก็ใช้ด้ายจะถนัดกว่า

7. กระดาษทิชชู่ จะเป็นแบบ Kitchen Towel ที่ใช้ในครัว ม้วนใหญ่หน่อยก็ดี เละเทะแน่นอน เอาไว้เช็ดเมือกออกจากตัวแมวทารก

8. ผ้าขนหนูผืนเล็ก เอาไว้ห่อ เช็ด ถู ปลุกเสกแมวเด็กให้ตื่น และร้อง ให้มั่นใจว่ามันไม่ตายแน่ๆ

9. สำลีชุบน้ำหมาด เอาไว้เช็ดเมือก ถ้าไม่มีก็กระดาษทิชชู่อย่างเดียวก็พอไหว

10. โคมไฟที่ส่องแล้วร้อนประมาณหนึ่ง ไม่ต้องถึงกับเป็นโคมไฟอุ่นอาหาร แค่ใช้หลอดไฟกลมๆที่ใช้อ่านหนังสือก็พอ เอาไว้ส่องเด็กแรกเกิดซึ่งต้องการความอบอุ่นอย่างมาก

สุดท้าย ถ้าคลีนิคหรือโรงพยาบาลสัตว์ที่เราไปประจำเขาไม่ได้เปิด 24 ชั่วโมง ก็หาโรงพยาบาลสัตว์ที่เปิด 24 ชั่วโมงไว้สำรองด้วย เผื่อเหตุฉุกเฉิน

20140525_223856
(มันควรจะสลับที่กันนะ คุณลุงกับคุณแม่เนี่ย…)

บางคนเขาจะแนะนำว่าถ้าแมวขนยาวให้ตัดขนบริเวณจิ๊โบ๊ะไว้ด้วย จะได้ทำคลอดสะดวกขึ้นมั้ง เละเทะน้อยลงมั้ง ไรงี้ แต่เราว่าแมวขนยาวแต่จิ๊โบ๊ะโล่งๆไปอีกเป็นเดือนนี่มันก็แปลกๆอยู่นะ เอาเป็นว่าแล้วแต่ใครสะดวกก็แล้วกัน ส่วนตัวเราไม่ตัด

 

ดูยังไงว่าแมวจะคลอดแล้ว?

โดยทั่วไป แมวจะมีกำหนดคลอดอยู่ที่ 60 วัน บวกลบ 3 วัน นั่นคือตั้งแต่วันที่ 57 ถึงวันที่ 63 แต่กระนั้นก็อาจจะลากยาวไปมากกว่านั้นอีกก็ได้เนื่องจากเราอาจจะนับวันผิดเองหรือมันเป็นกรณีคลอดช้าจริงๆ อย่างไรก็ตาม ถ้านับแล้วถึงวันที่ 63 แล้วยังไม่ออก ก็ควรพาไปหาความผิดปรกติซะหน่อย บางทีเห็นหน้าหมอแล้วอาจจะอยากคลอดเลยก็ได้

เวลาที่จะคลอด ไม่ว่าหมาหรือแมว ตัวเขาจะอุณหภูมิต่ำลงไปกว่า 99F จะรู้ได้ยังไงว่าต่ำกว่า 99F ก็ต้องมีเทอร์โมมิเตอร์ที่ใช้เสียบตูดหมาแมวนั่นแหละ แต่เอาจริงๆก็ไม่จำเป็นก็ได้ ซื้อมาเสียบตูดครั้งเดียวอาจจะไม่คุ้ม เราคงไม่เอาไปทำความสะอาดแล้วเก็บไว้เผื่อใช้อมเวลาเราไม่สบายใช่ไหม

นอกจากอุณหภูมิร่างกายจะต่ำลง ก็ยังมีอาการให้เห็นอีก เช่น ว้าวุ่น เดินไปมาเหมือนหาที่ซ่องสุมทำอะไรสักอย่าง หรือซึม ส่วนเรื่องอาหาร แมวบางตัวก็จะกินอาหารน้อยลง แต่ถ้าใกล้คลอดเต็มทนก็อาจจะไม่กินเลยก็ได้ ในกรณีมูมู่นี่ กินของโปรดหนุบหนับจนคืนสุดท้ายก่อนคลอดตอนเช้าเลย พอเช้ามาเอาของโปรดให้ ก็เดินมาดมเหมือนจะกิน แต่ก็ไม่กิน นี่ก็เป็นสัญญาณที่ชัดเจนได้อีกอย่างหนึ่งเลย

อีกอย่างคือการหายใจ แม่แมวจะหายใจแรงผิดปรกติ อาจจะฟังคล้ายเพอร์ ครืดๆๆ ตลอดเวลา แต่จะเป็นครืดที่ค่อนข้างดัง และเกร็งตัว

แมวบางตัวจะร้องเรียกเยอะกว่าปรกติ ก็ต้องดูเป็นรายๆไปว่าพฤติกรรมต่างไปจากปรกติมากน้อยขนาดไหน ถ้าในบ้านมีแมวตัวอื่นด้วย พยายามแยกกันอยู่ไปก่อน ให้แม่แมวคลอดได้สะดวกๆเต็มที่โดยไม่มีแมวตัวอื่นมามุง

ช่วงนี้บางคนอาจจะถึงกับหยุดงานสิบวันมาเฝ้าแมวท้องแก่เลยก็ได้ เราจะไม่บอกหรอกว่าคนนั้นคือแบงค์ บ.ก.แซลมอน ใครๆก็อยากอยู่ ณ โมเมนต์ที่แมวตัวเองคลอดกันทั้งนั้นแหละนะ

S__262147

 

น้ำเดิน? น้ำเดินอะไร? เดินไปไหน?

ที่ในเว็บเขียนว่า เมื่อแมวมีน้ำเดินก็คือเริ่มคลอด มันก็คือน้ำลื่นๆที่นำร่องออกมา แล้วถึงจะมีทารกออกตามมา อย่าไปนึกว่ามันจะไหลนองเป็นน้ำตก ลาบ ลู่ ไรงี้ มันก็จะออกมาประมาณเหมือนเอาแก้วใส่น้ำเย็นวางตั้งทิ้งไว้แล้วน้ำเลอะโต๊ะเยอะหน่อย ประมาณนั้น เดินเหยียบก็ลื่นล้มได้ละกัน

พอน้ำเดินแล้ว ก็คาดหวังที่จะเห็นแม่แมวโก่งเกร็งตัวคลอดได้เลย ถ้าไม่เห็นสักทีเนี่ยล่ะ มีปัญหาแล้ว

 

ควรช่วยมันทำคลอด หรือว่าให้มันคลอดเองดี?

หลายๆคนมีความเชื่อว่าเกิดเป็นแมวต้องคลอดเองได้สิวะ ไม่เห็นจะเคยเห็นแมวจรจัดที่ไหนออกลูกเองไม่ได้ อย่างที่บอกไปว่า แมวไทยทั่วไปโดยธรรมชาติทารกจะลอดผ่านเชิงกรานแอนด์จิ๊โบ๊ะได้ค่อนข้างสะดวกกว่า และถ้าเป็นแมวจรจัดมันก็มักมีแนวโน้มจะไปหาที่หลบๆเพื่อออกลูก เวลามันตายทั้งกลมหรือเวลามันออกลูกสำเร็จ เราจึงไม่ค่อยจะได้เห็นภาพนั้นกันง่ายๆ เห็นอีกทีลูกก็ดูดนมเต็มเต้าไปหมดแล้วอย่างกับกินปลาแล้วถุยก้างออกมากลายเป็นลูกซะงั้น

หรืออีกความเชื่อหนึ่ง ซึ่งอาจจะถูกหรือไม่ถูกก็ได้ นั่นก็คือ ถ้าเราไปยุ่งกับแมวคลอดมาก แมวจะไม่เลี้ยงลูกเพราะว่ามันผิดกลิ่น แล้วเมื่อนั้นความซวยจะมาเยือนมนุษย์ผู้เผือกแมว

สำหรับแมวเลี้ยง คงต้องดูเป็นเคสๆไป โดยทั่วไปแมวเลี้ยงที่เจ้าของสนิทด้วย แมวก็จะสนิทใจด้วย ซึ่งช่วงแมวจะคลอดนี่แหละที่มันจะบอกเราเองว่าอยากให้เราเผือกหรือไม่ให้เราเผือก ถ้ามันไม่ให้เราเผือก มันจะหลบไปคลอดที่ไหนที่ห่างไกลเราเอง แต่ถ้ามาร้องเรียกหรือคลอดให้ดูเห็นๆตอนเราอยู่ข้างๆ นี่ก็เผือกไปเต็มสตรีมเลย อุปกรณ์ต้องมา

แมวบางตัวอยู่กับที่ออกลูก แมวบางตัวเดินไปออกไป มูมู่เป็นแบบที่สอง หลังคลอดจึงต้องถูพื้นเช็ดน้ำคร่ำและน้ำอื่นๆไปโดยปริยาย รวมถึงทิ้งเบาะนอนแมวที่ซื้อใหม่ไปหนึ่งอันถ้วน

 

เวลาคลอดออกมาจะเห็นอะไร?

ถึงแม้แมวจะเป็นสัตว์ออกลูกเป็นตัว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าออกมาจะเป็นตัว ๆ ไม่มีส่วนประกอบอื่นๆ แมวก็ยังเหมือนสัตว์อื่นๆรวมไปถึงคน ที่ยังมีรก และมีเยื่อหุ้มตัวทารกเอาไว้ อยู่ในเซ็ตเดียวกัน ซึ่งส่วนเยื่อหุ้มทารกนั้นอาจจะยังไม่ขาดออกในตอนออกมา ตามปรกติแม่แมวเมื่อคลอดทารกและติ่งรกออกมาหมดเซ็ตแล้ว ถ้าเยื่อยังหุ้มอยู่ แม่แมวจะกัดรกที่หุ้มอยู่ให้ขาดเอง และกินรกบางอันหรือทั้งหมดก็ได้ หรือจะไม่กินเลยก็ได้อีก ถ้าเห็นกินก็อย่าตกใจไป

kitty-birth0

ในกรณีที่เผือกได้ เอามือเอาตัวเข้าไปใกล้แล้วแม่แมวไม่อิดออดหรือฟาดเอา เมื่อแม่แมวคลอดลูกออกมาแต่ยังไม่คลอดรกที่ติดกันกับตัวทารกออกมา เราสามารถที่จะช่วยดึงทั้งยวงออกมาเลยได้ อย่าให้เด็กค้างเติ่งที่จิ๊โป๊ะของแม่โดยที่แม่ยังไม่ได้ทำอะไรหรือมัวแต่เดิน ในเวลาไม่เกินห้านาทีตั้งแต่ออกมาเป็นความเป็นความตายของแมวทารกเลยแหละ ถ้าเยื่อยังไม่ขาดให้ใช้มือฉีกหรือกรรไกรตัด(ระวังโดนทารก) แล้วรีบเช็ดเมือกแล้วเอาลูกยางดูดน้ำในจมูกและข้างในปากออก (บีบลูกยางเอาไปจ่อที่จมูกหรือเอาเข้าไปในปากแล้วค่อยปล่อยลูกยางนะ ไม่ใช่ตรงข้าม อันนั้นมันไปพ่นลมใส่ทางเดินหายใจแมว) พร้อมกับถูปลุกให้ตื่นและให้ร้องออกมา

ในกรณีที่ออกมาแล้วหามีชีวิตไม่ แม่แมวอาจจะไม่สนใจนัก ตัวที่หนึ่งเราปล่อยให้มูมู่ดูแลเองเต็มที่ก่อน เพราะไม่รู้ว่ามันจะทำอะไรเองได้ขนาดไหน แต่พอเห็นท่าไม่ดีเราจึงรีบช่วยเอาออกมา ผลปรากฏว่าลูกแมวตัวเย็น นิ่งไม่ไหวติงเลย ไม่แน่ใจว่าเย็นตั้งแต่ออกมาหรือเปล่า แต่ช่วยไม่ทันจริงๆ เสียดายแต่ตอนนั้นก็ทำเท่าที่ทำได้แล้ว

ในกรณีที่ออกมาแล้วยังมีชีวิตอยู่ อย่างตัวถัดมา ตั้งแต่เราฉีกรกออกมาจับลูกแมว ลูกแมวจะยังตัวอุ่นๆอยู่เลย ให้รีบปลุกให้เร็วที่สุด พอรู้ว่าไม่ตายแล้วล่ะ ก็เอาด้ายสะอาดผูกสายรกให้ห่างจากพุงลูกแมวสัก 1-1.5 ซ.ม. ผูกให้แน่น แล้วค่อยตัดออก ทีนี้ลูกแมวก็จะเป็นอิสระจากรกแล้ว และส่วนรกที่ติดอยู่กับพุงก็จะหลุดออกในวันต่อๆมาเอง ถึงจุดนี้จะเอาผ้าถูลูกแมวต่อก็ได้ และให้ความอบอุ่นเอาไว้

จากนั้นจะเอาลูกแมวไปตากโคมไฟไว้ก่อนก็ได้ จะแยกจากแม่แมวไปอยู่คนละห้องก่อนก็ได้หรือจะเอามาเจอแม่ไปเลยก็ได้ แต่จากประสบการณ์และที่หมอบอกก็พบว่า แมวที่มัวแต่ให้นมลูกก็ไม่มีสมาธิคลอดตัวถัดไปก็มี ด้านล่างนี้คือสเต็ปปรกติที่ควรจะเป็นและมนุษย์เข้าไปเผือกได้

kitty-birth

 

ถ้าแม่แมวสมบูรณ์ดี ไม่มีปัญหาในการคลอด ก็จะออกลูกตามสเต็ปนี้วนไปเรื่อยๆจนหมดพุงเป็นระยะๆห่างกัน 5 นาที – 2 ชั่วโมง เราจะรู้ได้ว่าหมดพุงเมื่อแม่แมวเลิกเกร็ง เลิกทำท่าเบ่งคลอด เลิกหายใจแรง ทำตัวชิลให้นมลูกไปเกร๋ๆเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็จะจบแต่เพียงเท่านี้

แต่ถ้าน้ำเดินแล้ว เกิน 2 ชั่วโมงแล้ว ยังไม่คลอดตัวแรกซะที เตรียมสตาร์ทรถ เตรียมตะกร้าใส่แมว แล้วพาไปหาหมอได้เลย
ถ้าคลอดแล้ว ผ่านไป 2-4 ชั่วโมง ยังไม่ตลอดตัวถัดมาซะที ก็เตรียมพาไปหาหมอได้เลย

 

แมวไม่คลอด ทำไงดี?

สาเหตุจากการที่แมวไม่คลอด หรือคลอดแล้วลูกแมวตาย มีหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านจิตใจ เช่น เครียดสะสม หาที่ถูกใจออกลูกไม่มี หรืออะไรก็ตาม ไปจนสาเหตุทางด้านกายภาพของแมวตัวนั้นๆ อย่างเช่น มูมู่ หมดแรงเบ่งคลอดไปซะเฉยๆ ด้วยความที่มันไม่ใช่ท้องแรก เราจึงไม่คิดว่ามันจะมีปัญหาในการคลอด แต่เมื่อในท้องนี้มีปัญหา ก็ต้องยอมรับว่ามีปัญหาล่ะนะ ซึ่งปัญหาของมูมู่ เดาว่าเกิดได้จาก 3 สาเหตุ คือหนึ่ง มูมู่เป็นแมวที่ตัวเล็กและแรงน้อย สอง ลูกตัวใหญ่และจำนวนมาก สาม อายุที่คาดว่า 4-5 ปีแล้ว อาจจะมีปัญหาในการออกลูกไม่เหมือนตอนที่อายุน้อยกว่านี้ก็ได้

เมื่อรอแล้วรอเล่า ก็ไม่เบ่งคลอดตัวที่ 3 ออกมาสักที แม้สัญญาณการคลอดจะยังไม่หายไป ยังเกร็งเป็นระยะ และยังหายใจแรงตลอดเวลา 3 ชั่วโมงผ่านไป 4 ชั่วโมงผ่านไปซึ่งก็โทรหาหมอเป็นระยะ ๆ มูมู่ก็ได้แต่ให้นมลูกที่ออกมา จึงตัดสินใจพาไปโรงพยาบาลเลยดีกว่า

P1080366

 

ผ่าเลยไหม?

เมื่อไปถึงมือหมอแล้ว ก็ใช่ว่าหมอจะจับขึงพืดผ่าท้องเลย เรายังพอมีหวังกันต่อด้วยยาเร่งคลอด ซึ่งฉีดเข้าไปใต้ผิวหนังแมว ถ้าฉีดแล้วได้ผล สัก 15 นาทีแมวก็จะเริ่มเบ่งคลอดอีกครั้ง มูมู่ต้องฉีดเข็มที่ 2 แล้วถึงจะเบ่งคลอดตัวที่สามออกมาจนได้ ดีใจกันยกใหญ่

แต่พอตัวที่สี่ ก็กลับมีปัญหาขึ้นมาอีก ไม่มีแรงเบ่งคลอดเหมือนเดิม ครึ่งชั่วโมง ชั่วโมงนึงผ่านไป แม้ว่าดูท่าทางอยากจะคลอด หมอจึงได้ฉีดยาเร่งเข้าไปอีกเข็มนึง ในที่สุดก็เบ่งออกมาได้นิดเดียว เป็น bubble ของเยื่อหุ้มทารกเอาไว้ แต่มันก็ออกมาน้อยเกินกว่าที่หมอหรือเราจะช่วยดึงออกมาได้ ข้อสำคัญคือ ถ้าดึงแล้วขาด ลูกแมวมีสิทธิตายสูงมากถ้ายังไม่สามารถเอาลูกแมวออกมาได้ทันที

เวลาผ่านไปอีกเป็นสิบนาที หมอจึงตัดสินใจฉีดยาเร่งเข็มสุดท้าย ยี่สิบนาทีผ่านไป ไม่ได้ผล ถึงหมอจะล้วงเข้าไปตรวจและกระตุ้น ก็ไม่ได้ผลอยู่ดี เลยเอาไปเจาะเส้นเลือดให้น้ำเกลือ แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจว่าต้องผ่าแล้วล่ะ ไม่ไหวแล้ว ไม่งั้นตัวที่เหลือรวมไปถึงตัวแม่เองจะตายทั้งหมด และให้หมอทำหมันไปเลย เพราะถ้ามีปัญหาแบบนี้แล้ว ก็ไม่อยากให้ท้องอีกเลย สงสารแมวมากๆกับเวลาเกือบ 12 ชั่วโมงที่ยังออกลูกไม่เสร็จสักที

อย่างไรก็ตาม เราก็รู้สึกว่าหมอโอเคและทุ่มเทให้กับเคสนะ ไม่รีบผ่าคลอดให้เสร็จๆ แต่เฝ้ารอเป็นชั่วโมงๆ และพิจารณาสถานการณ์ไปเรื่อยๆ พยายามทำให้แมวคลอดธรรมชาติได้ก่อนและเก็บการผ่าคลอดไปเป็นวิธีสุดท้าย ตั้งใจรักษาอย่างดีและเย็บแผลผ่าคลอดได้ดีเลยทีเดียว

P1080367

 

ผ่าแล้วไปไหน?

ตอนผ่าใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 30-40 นาที ตั้งแต่โกนขนหน้าท้อง ไปจนครอบยาสลบ หมอ 1 ผู้ช่วย 4 โดยที่ผู้ช่วย 2 คนทำหน้าที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการผ่า ผู้ช่วยอีก 2 คนช่วยปลุกลูกแมวคนละตัว ทำงานกันแข็งขันมาก และเมื่อเย็บแผลการผ่าตัดเสร็จสิ้น เมื่อเอาครอบยาสลบออกแมวก็ฟื้นได้เลย ไม่เหมือนสมัยก่อนที่กว่าจะฟื้นจากยาสลบที่ฉีดเข้าไปต้องรอเป็นชั่วโมง ทั้งนี้ ก็ขึ้นกับโรงพยาบาลนั้นๆด้วยว่ามีเทคโนโลยีการผ่าตัดแบบไหน

ผลที่ออกคือ ตัวที่สี่ที่เยื่อหุ้มคาอยู่ไม่รอด สำหรับตัวที่ห้า ซึ่งเป็นตัวสุดท้าย รอดและแข็งแรงดีเหมือนตัวอื่นๆอีกสองตัวเลย ตอนนี้ทำท่าจะตัวใหญ่ที่สุดในบรรดาพี่น้องซะด้วย

 

เลี้ยงไม่เลี้ยง?

ในระหว่างที่หมอผ่าคลอดอยู่ เราก็เรียนรู้การดูแลแมวเพิ่มจากผู้ช่วยหมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องป้อนนม หรือกระตุ้นฉี่อึเด็กแมว ในกรณีที่แม่แมวไม่เลี้ยง ทุกสองชั่วโมงเราจะต้องป้อนนม กระตุ้นอึฉี่ให้ลูกแมว ไม่แพ้มีลูกเป็นของตัวเองเลยแฮะ แต่โดยทั่วไปเมื่อแมวออกลูก ฮอร์โมนที่จะไปกระตุ้นสัญชาตญาณแม่ มันจะทำงานของมันเองโดยอัตโนมัติแทบจะทันที

เมื่อการผ่าตัดผ่านไปด้วยดี หอบแม่หอบลูกกลับมาบ้านพร้อมนมสำหรับเด็กและยาแก้อักเสบต่าง ๆ นานา เราก็จัดแจงเอาเด็กใส่กล่องที่เตรียมไว้แล้วก็ส่องไฟให้ห่างจากตัวเด็กประมาณ 1-2 ฟุต ส่วนมูมู่เราเข้าใจดีว่ามันต้องเจ็บแผลมาก และอาจจะงอนเราด้วยที่พาไปให้มันเจ็บตัว พอมันกลับมามันก็ไปนอนอยู่ห่างๆ เราเลยลองเอาลูกตัวนึงไปให้มัน ปรากฏว่ามันหนีซะอย่างนั้น เราเลยได้แต่นึกว่า สงสัยต้องกลายเป็นแม่แมวจำเป็นซะแล้ว เลยจัดการป้อนนมเด็กไปอีกรอบ

แต่ในที่สุด พอได้ยินเสียงลูกร้องไป ๆ มา ๆ ในเวลาไม่เกินชั่วโมง สัญชาตญาณแม่ก็กลับมาทำงาน และมูมู่ก็ให้นมลูกทั้งสาม เหมือนไม่ได้มีการผ่าตัดเกิดขึ้นเลย

P1080374

 

ดูแลแม่แมวหลังคลอด

ในเรื่องการพักฟื้นแม่แมว เอาจริงๆแม่แมวถึกและอึดกว่าแม่คนอีก เพราะผ่าเสร็จก็ให้นมลูกเลย ความเป็นแม่สูงมาก หัวใจเธอมันน่ากราบ แม้จะเป็นเรื่องทำตามสัญชาตญาณก็เถอะ

อย่างไรก็ดี หมอเขาก็จะให้ยามา และเราก็ควรให้ยาแม่แมวให้ครบอย่าให้ตกหล่น และแคลเซียมที่เตรียมไว้ ก็ควรให้แม่แมวด้วย ไม่ว่าจะคลอดเองหรือผ่าคลอด เพราะแคลเซียมในตัวแม่แมวถูกนำไปใช้สร้างลูกไม่ใช้น้อย

และแน่นอน แมวหลายๆตัวแม้จะเชื่องในเวลาปรกติ แต่ดื้อสะบัดเวลาป้อนยา จะไม่ให้กินก็ไม่ได้ ในที่นี้ เราเลยมีวิธีป้อนยาสามแบบมานำเหนอ ซึ่งสามารถใช้ได้กับแมวเลี้ยงทุกตัวตามอัธยาศัย

1. จับปากแหวก หย่อนยาแล้วจิ้มยาลงไปลึกๆให้มันตะลึงแล้วก็ลูบคอช่วยกลืน – วิธีนี้ต้องมีทักษะพอประมาณ จำวิทยายุทธ์มาจากผู้ช่วยหมอนี่แหละ แต่วิธีนี้ไม่เหมาะกับแมวหน้าบี้เท่าไหร่ เพราะแหวกปากยากกว่าแมวหน้ายื่นเยอะเลย แต่ก็ไม่สามารถทำได้ทุกตัว อย่างแมวบางตัวที่ชื่อมูมู่ ดื้อยาขนาดจิ้มยาลงคอไปแล้วยังถุยทิ้งออกมาได้

2. บดแล้วผสมน้ำ ดูดเข้าไซริงก์ ฉีดเข้ามุมปาก – เอาปลายไซริงก์ไปจ่อๆที่มุมปากของแมว หาช่องให้เจอ แมวจะอ้าปากเกือบอัตโนมัติ เราก็ฉีดเข้าไปเลยทีละน้อย ไม่จำเป็นต้องผสมน้ำเยอะ เพราะน้ำยิ่งเยอะยิ่งป้อนนาน ยิ่งยากเข้าไปใหญ่

3. บดแล้วผสมกับอาหารเปียกที่มันชอบมากๆ – วิธีนี้เหนื่อยน้อยสุดแล้วทั้งคนทั้งแมว เหมาะกับแมวที่กินอาหารเปียกได้ บางตัวกินแต่อาหารเม็ดก็ต้องข้อ 1 หรือ 2 ไปตามสภาพ

อีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องอาหารการกิน นอกจากอาหารเม็ดที่กินประจำแล้ว เราจะเพิ่มอาหารสำหรับแมวเด็กให้แม่แมวกินเป็นพิเศษอีก เพื่อช่วยเสริมสร้างสิ่งที่ให้ลูกไปในการสร้างร่างกายและการให้นม ซึ่งก็คงจะให้ไปจนลูกแมวเริ่มหย่านม แล้วเปลี่ยนมาเป็นให้ลูกแมวแทน (ซึ่งจะเปลืองกว่ากันเยอะเลย)

DSC_4212 DSC_4243

 

ดูแลลูกแมวหลังคลอด

ถ้าตอนแรกเกิดสำคัญที่ความอบอุ่นที่พอเพียง เราจึงต้องใช้โคมไฟเข้าช่วย ถ้าแม่แมวไม่เลี้ยง สิ่งที่เราต้องทำมีสองอย่างหลักๆ คือ ป้อนนมกับเอาสำลีชุบน้ำเช็ดกระตุ้นฉี่อึ ทุกสองชั่วโมง อย่างที่บอกไปด้านบน แต่ถ้าแม่แมวเลี้ยงแล้ว เราแทบไม่ต้องทำอะไร นอกจากจะแกล้งมันไปวัน ๆ ในเวลาแม่มันพักเบรก อย่าเพิ่งพาออกไปข้างนอกโดยที่ไม่จำเป็น และให้อยู่กับแม่ตลอดเวลาก็พอ อย่าให้มนุษย์จับเล่นมากหน้าหลายตาเกินไป เพราะแมวแรกเกิดก็เซ็นซิถีฟไม่แพ้เด็กอ่อนๆ

ประมาณสัปดาห์ที่สอง ลูกแมวทั้งหลายจะเริ่มลืมตา ขาก็จะเริ่มแข็งขึ้น ไม่ได้เป็นแบบโงหัวไม่ค่อยขึ้นแบบสัปดาห์แรก และเมื่อเด็กๆลืมตาแล้ว ความหฤหรรษ์และทำลายล้างเฟอร์นิเจอร์แฟร์ ก็ได้เริ่มต้นขึ้นบัดนั้น

พอสองเดือน เราถึงเริ่มพาเด็กๆไปฉีดวัคซีนกันได้

 

 

สรุปหลักการในการเอาตัวรอดจากการทำคลอดแมว

1. ดูนิสัยแมวตัวเองก่อนว่าชอบอะไรไม่ชอบอะไร ดูท่าที ณ จุดๆนั้น
2. คอยเฝ้าถ้าเป็นไปได้ ไม่ต้องถึงกับนั่งจ้องแต่พร้อมที่จะรับรู้เมื่อมหกรรมการออกลูกได้เริ่มขึ้น
3. เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม เบอร์ติดต่อโรงพยาบาลพร้อม
4. อ่านข้อมูลที่จำเป็นในการทำคลอดแมว รวมถึงเอนทรีนี้ด้วย
5. Keep calm and ทำคลอด
6. เอ็นจอยสมาชิกใหม่ในบ้าน

สู้ๆ

DSC_4242